
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน” คิกออฟสินค้าไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ช็อปปิ้งประเดิมคึกคัก บอกเรื่องค่าไฟฟ้าขั้นบันไดเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ส่วนโซลาร์รูฟเดี๋ยวราคาก็ลงเหมือนมือถือ “ทวี” ชี้แค่มาตรการซื้อเวลา หากไม่กล้าปฏิรูปโครงสร้างอย่างจริงจัง
เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พ.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า ในวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. เป็นวันหยุด จึงต้องเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า มันไม่ได้มีอะไรตายตัวว่าต้องประชุม ครม.เศรษฐกิจทันที และไม่มีกฎระเบียบอะไรว่าต้องผ่าน ครม.เศรษฐกิจถึงเข้า ครม.วันอังคารได้ และจริงๆ เรียก ครม.เศรษฐกิจไม่ได้ เพราะคนที่เป็นกรรมการมีภาคเอกชนอะไรต่างๆ
เมื่อถามถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจะเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.นี้เลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พยายามเร่งเต็มที่ ส่วนจะวงเงิน 4 แสนล้านบาทหรือไม่นั้น รอให้ผ่าน ครม.ก่อน
ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวถึงการประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.ว่า ยังไม่มีการเสนอโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะครอบคลุมถึงโครงการคนละครึ่งพลัส และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ ครม.พิจารณา เนื่องจากต้องรอสรุปความชัดเจนเกี่ยวกับตัวเลขงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการทั้งหมด ซึ่งกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินงาน หากได้ข้อสรุปเรื่องเม็ดเงินงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ ก็จะเร่งเสนอให้ ครม.พิจารณาทันที
“ในการประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.นี้ จะสรุปตัวเลขงบประมาณที่ส่วนราชการเบิกจ่ายล่าช้าไม่ทันเดดไลน์ให้พิจารณาได้ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.ก.เงินกู้ ภายหลังจากนำตัวเลขงบประมาณที่เบิกจ่ายล่าช้ามาคำนวณแล้วก็น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่าจะต้องดำเนินการกู้เงินเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้เป็นการเตรียมพร้อมไว้เพื่อดูแลวิกฤตที่เกิดขึ้นฉุกเฉินในขณะนี้” นายเอกนิติกล่าว
วันเดียวกัน ที่อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายอนุทินได้คิกออฟนโยบาย “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพประชาชน” ก่อนเยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้า โดยมี น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ รวมถึงนายสุทัศน์ มีศิริ สส.นนทบุรี เขต 6 บางใหญ่ พรรคประชาชน ร่วมด้วย
โดยนายกฯ ได้เยี่ยมชมและซื้อสินค้าภายในงานไทยช่วยไทย เช่น กระดาษทิชชู น้ำมันหอย น้ำยาล้างจาน น้ำมันพืช ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น ทั้งนี้ ระหว่างซื้อสินค้านายสุทัศน์ สส.พรรคประชาชนได้ช่วยเข็นรถเข็นช็อปปิ้งให้นายกฯ ด้วย
จากนั้นนายกฯ ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ในตลาดบางใหญ่ซิตี้ โดยได้แวะซื้อของกินภายในตลาด พร้อมอุดหนุนห่อหมกปลาอินทรี ก่อนสั่งกินคู่กับข้าวสวย และชมว่าอร่อย นอกจากนี้ยังซื้อและกินทุเรียนชะนี ชิมไอศกรีม ก่อนเหมามะม่วง แคนตาลูป ทุเรียน ภายในตลาดอีกด้วย
ต่อจากนั้นนายอนุทินได้โฟนอินสอบถามความคืบหน้าการคิกออฟโครงการไทยช่วยไทย ในวันแรกไปยัง 4 จังหวัด ได้แก่ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา, อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ, อ.เมืองตราด จ.ตราด และ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยนายกฯ สอบถามบรรยากาศ จ.เชียงใหม่ว่าคึกคักหรือไม่ เป็นอย่างไร ขอให้ซื้อของหื้อม่วนนะหมู่เฮา จากนั้นพูดคุยกับ จ.ตราด ถามว่าร้อนหรือไม่ ก่อนกล่าวว่า โอเคหรือไม่ ของเยอะไหม พร้อมกำชับผู้ว่าฯ ขอให้ดูจริงจัง ไม่ใช่ผู้ว่าฯ กลับแล้วกลับกันหมด
ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ นายกฯ กล่าวกับผู้ว่าฯ ว่า วันนี้เงินเดือนออกให้เหมาเยอะๆ หน่อย และดูแลชาวบ้านด้วย วันนี้ตนเองก็ใช้ไป 30% ของเงินเดือนแล้ว ก่อนกล่าวอีกว่า งานดูดี คนเยอะ ขอให้ดูแลประชาชนได้ทั่วถึง ของไม่พอยังไงก็ให้รีบติดต่อแจ้งพาณิชย์จังหวัดและแจ้งมาที่ส่วนกลาง ส่วนที่ จ.สงขลา นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวจะไปสัญจรที่แรกที่จังหวัดสงขลา พร้อมถามว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวสุดสัปดาห์เข้ามาเยอะอยู่หรือไม่ ขอให้ดูแลให้ดี
ภายหลังโฟนอินนายกฯ ได้เดินเยี่ยมชมร้านค้าภายในตลาดบางใหญ่ซิตี้ต่อ โดยได้ซื้อปลาสวยงามไปเลี้ยง และได้ตักปลาเอง เป็นปลาคาริมายาเรดสปอต 2 ตัว ตัวละ 500 บาท โดยนำไปเลี้ยงเอง 1 ตัว และอีก 1 ตัวมอบให้เด็กชายที่กำลังมาซื้อปลาภายในร้าน โดยระบุว่า “ให้เลี้ยงแข่งกันนะ มาดูซิว่าใครโตกว่า” และนายกฯ ยังซื้อตู้ปลาด้วย ก่อนเดินมาอีกร้านซื้อปลาคาร์ปจักรพรรดิ 4 ตัว
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มงานนางศุภจีได้มายืนรอนายอนุทิน โดยมีประชาชนและแม่ค้าภายในตลาดมาขอถ่ายรูปจำนวนมาก ช่วงหนึ่งมีแม่ค้ารายหนึ่งได้เดินมาสะท้อนปัญหาใกล้ๆ นางศุภจีว่า วันนี้มันอัดอั้นจริงๆ อยากถามว่ารวยพอหรือยัง และอยากฝากบอกไปถึงรัฐมนตรีว่าวันนี้รวยพอหรือยัง ถ้ารวยพอแล้วมาแบ่งให้เราบ้าง เราเดือดร้อน วันนี้ที่มาไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ แค่มาถาม ซึ่งนางศุภจีไม่ได้หันไปตอบโต้ เพราะกำลังถ่ายรูปกับประชาชนที่มาขอถ่ายรูปอยู่
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจเยี่ยมการคิกออฟโครงการไทยช่วยไทยว่า กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกันนำสินค้าที่ถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปมาขายให้กับประชาชน ซึ่งเราจะเริ่มในระดับจังหวัด อำเภอ รวมกว่า 800 อำเภอ ซึ่งจะมีสินค้าเหล่านี้ไปกระจายถึงประชาชน นอกจากนี้ยังจะมีการจัดให้มีรถพุ่มพวง ที่จะนำสินค้าราคาถูกเข้าไปในชุมชนหมู่บ้าน กระจายให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้ลดค่าใช้จ่าย และสามารถมีสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงของใช้ประจำวัน อาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ในราคาถูก แต่จะมีมาตรฐานเท่าเดิม หรือมีมาตรฐานที่ดีขึ้นด้วยซ้ำ
ขณะที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ อ.จักราช จ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ณ ที่ว่าการอำเภอจักราช โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี อสม.ในพื้นที่ พี่น้องประชาชนสนใจร่วมงานคึกคัก
ที่บริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอวิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ลงที่ตรวจเยี่ยมกิจกรรมไทยช่วยไทย พร้อมด้วยนายนที มนตริวัต ผู้ว่าฯ อ่างทอง โดยระบุว่าจะจัดไทยช่วยไทยเคลื่อนที่หมุนเวียนไปในทุกตำบลแต่ละอำเภอ เพื่อให้เข้าถึงประชาชน
ทั้งนี้ ในจังหวัดต่างๆ ก็มีเปิดตลาดไทยช่วยไทยกันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นสมุทรสาคร, พิษณุโลก, ขอนแก่น, พังงาน, ภูเก็ต และยะลา เป็นต้น โดยที่ จ.ปทุมธานียังมีโปรโมชันซื้อครบ 500 แถมตะกร้าฟรี 1 ใบด้วย
วันเดียวกัน นายอนุทินยังตอบข้อถามถึงการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่ ประชาชนจะจ่ายค่าไฟถูกลงมากกว่าปัจจุบันหรือไม่ ว่านี่เราเอาแสงแดดมาเปลี่ยนเป็นเงิน เอาแสงแดดมาเข้าโซลาร์รูฟ ประชาชนใช้เหลือรัฐก็ซื้อคืน เพื่อนำไปใช้ที่อื่น ซึ่งเหมือนกับการปฏิรูปโครงสร้างการไฟฟ้าไปยังประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้โซลาร์รูฟถูกลง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย นายอนุทินกล่าวว่า เป็นหลักดีมานด์-ซัพพลายเหมือนโทรศัพท์มือถือช่วงแรก เครื่องละกว่า 200,000 บาท เพราะทุกคนต้องใช้และแข่งกันทำให้คุณภาพดี ซึ่งปัจจุบันมือถือทั่วไปราคาแค่ 400 บาท แต่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน
เมื่อถามว่า ประชาชนต้องยอมรับกับค่าไฟที่แพงไปก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นี่ถูกลง 200 หน่วยแรกสำหรับคนทั่วไป ทุกคนได้เท่ากันหมด เหลือ 3 บาทต่อหน่วย 200 หน่วยถึง 400 หน่วยคิดเป็นขั้นบันได ส่วน 400 หน่วยขึ้นไปเป็นอีกราคาหนึ่ง ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข หลายระบบในประเทศไทยก็ทำอย่างนี้
เมื่อถามว่า ปกติแล้วค่าไฟเดือน เม.ย.อาจแพงอยู่แล้ว พอมาปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งจะไม่ทันกับรอบบิล ประชาชนจะโวยวายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ทันรอบบิลนี้อยู่แล้ว ทุกอย่างมีขั้นตอน และสํานักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นหน่วยงานอิสระ ไปบังคับอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้เริ่มแล้ว เป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งโครงการคนละครึ่ง ไทยช่วยไทยพลัส พยายามจะทำให้ถึงมือประชาชนในช่วงต้นเดือน มิ.ย. และไม่ได้ช้าอะไร ซึ่งค่าไฟเป็นวงรอบของมัน เราทำเต็มที่อยู่แล้ว
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “นโยบายค่าไฟขั้นบันได : ความไม่เป็นธรรมที่ถูกซ่อนในระบบไฟฟ้าไทย” ระบุว่า แม้รัฐบาลจะระบุว่าเป็นมาตรการช่วยลดภาระประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อย แต่หากวิเคราะห์ลึกลงไป นี่คือการย้ายภาระ ไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะในความเป็นจริง กลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ไม่ใช่คนรวยเสมอไป แต่อาจรวมถึงบ้านที่มีผู้สูงอายุ มีผู้ป่วยติดเตียง หรือครอบครัวขยายที่มีสมาชิกหลายคน คนกลุ่มนี้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น นี่จึงอาจไม่ใช่การสร้างความเป็นธรรม แต่คือการให้ประชาชนแบกภาระกันเอง ท่ามกลางโครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยว
“การที่รัฐบาลเลือกใช้วิธีเกลี่ยตัวเลขระหว่างกลุ่มผู้ใช้ไฟ แทนที่จะเร่งจัดการกับต้นทุนการผลิตที่อาจสูงเกินจริง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐกำลังพยายามซุกปัญหาไว้ใต้พรม โดยไม่ยอมแตะต้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนพลังงานที่ฝังรากลึก หากรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาจริง ต้องเริ่มจากปัญหาความไม่เป็นธรรมในระบบค่าไฟที่รัฐยังไม่กล้าแก้ไข” พ.ต.อ.ทวีกล่าว และว่า วันนี้ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนพลังงาน แต่ขาดความกล้าหาญทางนโยบาย นโยบายค่าไฟขั้นบันไดที่ทำอยู่เป็นเพียงการซื้อเวลา แต่ความไม่เป็นธรรมยังถูกซ่อนในระบบไฟฟ้า ไม่ได้รับการแก้ไขค่าไฟหน่วยละ 3 บาทจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน หากรัฐบาลหยุดเอื้อประโยชน์ให้เสือนอนกิน และกล้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานตามรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราเชนขอลาบวช 1 เดือน พี่ศรี-เรืองไกรขยี้ ‘สุริยะ’
อธิบดีกรมฝนหลวงฯ เตรียมยื่นลาบวช 1 เดือน ขอยุติทุกเรื่องหลังครอบครัวบอบช้ำหนัก “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดยื่น กกต.-ป.ป.ช.ฟัน “สุริยะ” แอ๊ด คาราบาว โผล่เขียนเพลงให้กำลังใจราเชน
2ล้นเกล้าฯเสร็จสิ้น ‘พระราชกรณียกิจ’ เสด็จฯเยือนสวีเดน
“ในหลวง-พระราชินี” ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน ทรงร่วมพิธีสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าในพระราชพิธี 80 พรรษาของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน
คดีแม้วพ่นพิษ!ปปช.ฟันสุภา
กสม.เผยผลตรวจสอบคุกวีไอพี ชี้เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบและละเมิดสิทธิมนุษยชน “ทักษิณ” เตรียมเฮได้ปลดกำไลอีเอ็มระหว่างคุมประพฤติ
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
ทัพเรือรับสภาพ เลื่อนกรอบเวลา ช็อป‘เรือฟริเกต’
กองทัพปรับโฉมทีมโฆษก หวังสื่อสารต่อประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็วและโปร่งใส “ทร.” รับต้องเลื่อนจัดหาเรือฟริเกต แต่ไม่กระทบความมั่นคง “ทัพฟ้า” ย้ำแผนเสริมเขี้ยวเล็บเป็นไปตามไทม์ไลน์
อนุทินเชื่อมือศุภจีเอาอยู่
“อนุทิน” เชื่อมือ “ศุภจี” เตือนพวกโจมตี ระวังเจอตอกกลับแล้วจุก บอกพรรคเศรษฐกิจแค่ยกมือหนุนนั่งนายกฯ ตอบไม่ได้ พปชร.ยุบรวม ภท.หรือไม่ “ยุทธนา” รับขาด “บิ๊กป้อม” ทำให้ต้องปรับตัว ยืนยัน พปชร.ยังไปต่อได้

