เมิน‘โพลรู้สึกโกง’!

ประเด็นหน่วยงานรัฐคอร์รัปชันร้อนเป็นไฟ นายกฯ ยันเอาความจริง ไม่เอาโพล ไม่เอาความรู้สึก หากกล้าบอกใครทำผิดก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับด้วย ยืนยันรัฐบาลนี้ปราบทุจริตเข้มงวด ตัดพ้อต้องรับกรรมล้างตราบาปในอดีต ย้ำลุยทำทุกอย่างไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับผู้ประกอบการระดับประเทศ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในที่ประชุม และ 1 ชั่วโมงที่ได้ร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากบรรดาผู้ประกอบการภาคเอกชน โดยเราจะนำมาประมวลและนำข้อเสนอแนะต่างๆ  มากำหนดเป็นแนวทางที่จะทำให้สิ่งที่คาดหวังของผู้ประกอบการได้รับผลสำเร็จมากที่สุด  เพราะประเทศของเราต้องพึ่งท่านเหล่านี้ในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทำให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง ทำให้สังคมมีความสงบสุข มีการจ้างงาน และเสียภาษีต่างๆ รัฐและภาคเอกชนต้องเดินไปด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโครงการอะไรที่ภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลเดินต่อ และที่มีความเป็นห่วงหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ถ้าเป็นเรื่องของสินค้านำเข้าส่งออก เขาอยากให้ปรับปรุงในเรื่องเส้นทางขนส่งสินค้า เรื่องโลจิสติกส์ เรื่องกำแพงภาษี อย่างนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ท่านบอกว่าเราต้องยกระดับเกษตรกรให้มากที่สุดในสถานการณ์ของโลกทุกวันนี้ ท่านพูดคำหนึ่งว่าของเราน้ำมันบนดินนะ ก็คืออาหาร เป็นอู่ข้าวอู่น้ำได้ ซึ่งสอดคล้องกับที่ตนได้เคยพูด และนำไปพูดในที่ประชุมผู้นำอาเซียนว่าน้ำมันที่เป็นพลังงานกินไม่ได้ แต่ว่าอาหารที่เอาไว้ยังชีพที่เมืองไทยมีมากกว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แย่สุดแล้วประเทศจะอยู่ได้นานกว่า สามารถจะอดทนได้มากกว่า เพราะเรามีความมั่นคงทางด้านอาหาร

"เราก็เอาความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งตอนนี้เป็นสิ่งที่ผู้นำประเทศในอาเซียนทุกคนได้หยิบยกขึ้นมาว่าเราจะต้องมั่นใจว่าห่วงโซ่ของอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร จะต้องมีความเข้มแข็ง  ซึ่งในอาเซียนประเทศไทยถือว่ายืนหนึ่งในเรื่องนี้ เราก็ต้องมาเน้นให้เรามีความเข้มแข็งในด้านนี้ในการที่จะไปเจรจาพูดคุยกับประชาคมโลกอื่นๆ เป็นสิ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทย"

ซักว่าในวงผู้ประกอบการได้มีการพูดคุยเรื่องการพัฒนาท่าเรือระนองและเส้นทางรถไฟที่ขาดหาย (Missing Link) ระหว่างชุมพรและระนองหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ก็เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว แลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น แต่ตัว Missing Link ส่วนที่ขาดไป ทุกวันนี้ทางรถไฟที่ไปทางซีกตะวันตกยังไม่มี เขาเรียก Missing Link เราต่อเติมในช่วงที่มันขาดหายไป ทำให้มันไม่ขาด มันก็จะทำให้วงจรเครือข่ายของการคมนาคมขนส่งทางรางในประเทศไทยที่เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เหนือ ใต้ ออก ตก จะมีความสมบูรณ์ขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือจุดเริ่มของแลนด์บริดจ์

ส่วนแลนด์บริดจ์ตัวใหญ่นั้นเราให้มีการศึกษากันอยู่ ซึ่งรัฐบาลก็รับฟังถึงเรื่องของความคุ้มทุน หรือเรื่องของการที่มีแล้วจะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในด้านการเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งในส่วนของตัวแลนด์บริดจ์ก็จะศึกษาตรงนี้ แต่ว่าอย่างน้อยในส่วนของ Missing Link ที่จะนำไปสู่การขยายไปถึงระดับแลนด์บริดจ์หรือเปล่าก็ควรจะต้องเกิดขึ้น

นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวก็น่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาเดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบันมีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันอย่างสม่ำเสมอ และใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด จะเห็นได้จากการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งสแกมเมอร์​ ยาเสพติด​ บ่อนการพนัน การค้ามนุษย์

"ผมยืนยันได้เลยว่าในรัฐบาลชุดนี้ทำงานร่วมกับฝ่ายปราบปรามด้วยความเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน และมีความสัมพันธ์สนับสนุนซึ่งกันและกัน ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ เราทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน"

เมื่อถามว่า กรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จัด 10 หน่วยงานที่มีการรับสินบนมากที่สุด นายกฯ ตอบว่า เรื่องนั้นเป็นดัชนีที่มาจากแบบสอบถาม แต่ในส่วนของรัฐบาลเรามีการปราบปรามอย่างจริงจัง เราไม่ได้ใช้ความรู้สึก หรือการทำแบบสอบถาม หรือการทำโพล

เขาบอกว่า ของรัฐบาลทุกเคสจัดการด้วยข้อกฎหมาย ยกตัวอย่างที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเรื่องของการสวมสิทธิ์ก็ไม่ได้จบแค่ปลดนายอำเภอคนเดียว แต่รัฐบาลขยายผลเห็นการกระทำผิดเป็นขบวนการ ต้องดำเนินการทั้งหมด ผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ที่เป็นข้อกังวลของประชาชน ยกตัวอย่างในจังหวัดนครปฐม ก็ได้มีการปลดกำนันออกจากตำแหน่ง หากเป็นสมัยก่อนอาจจะต้องขอรอให้มีคนมาเคลียร์ มีคนมาขอ ถามว่าทุกวันนี้มีคนมาขอมีคนมาเคลียร์หรือไม่ ตนเชื่อว่ามีแต่เคลียร์ไม่ได้ เพราะนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน ใช้หลักปิดชื่อถือพฤติกรรม ใครที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายก็จะไม่ดูชื่อ ถือพฤติกรรมดำเนินคดีทุกอย่าง ดำเนินการตามพฤติกรรม จึงทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่เป็นต้นทางของการคอร์รัปชัน

"ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต เกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะว่ามีคนเหล่านี้ ที่กระทำความผิดได้ เพราะมีการเอาของไปกำนัลให้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง บางคนเอาที่ดินไปให้ เอาอามิสสินจ้าง​ไปให้ แต่พอรัฐบาลมีความจริงจังใช้กฎหมายที่มีตรงไหนมีปัญหาก็ตั้งกรรมการสอบ โยกย้ายออกนอกพื้นที่และดำเนินคดี ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปทิศทางที่ดี"

ถามว่า ผลสำรวจ กกร.จะไม่จบเพราะหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมจะฟ้องกลับเอกชน นายกฯ ถามกลับว่า อย่างที่บอก ที่มาของการสำรวจคืออะไร ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้อง

"หากเรากล้าที่จะบอกว่าคุณทำผิด คุณโกง  คุณทำไม่ดี เราก็ต้องพร้อมที่จะถูกฟ้องกลับ อย่างเมื่อวานที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ดัชนีการรับรู้รับทราบ เรื่องคอร์รัปชันว่ามาจากไหน ส่วนหนึ่งก็มาจากการสำรวจความรู้สึก ถามมีการโกงไหม ถ้ามีก็ติ๊กถูก อย่างนั้นจะนำไปวัดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินคดีมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ซึ่งอย่างที่บอกเป็นตราบาปที่พวกผมต้องมาแก้ เป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ ของผู้บริหารในปัจจุบันที่จะต้องไปแก้ตราบาป แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง"

นายอนุทินกล่าวอีกด้วยว่า รัฐบาลต้องแก้ไข จะต้องไม่มีเรื่องพวกนี้ มิเช่นนั้นรัฐบาลคงไม่กล้าแสดงตัว จะเข้าร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประกาศความพร้อม เป็นศัตรูกับคอร์รัปชันและการกระทำที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลทำหมดแล้ว ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ในปัจจุบันมีการตรวจสอบที่เข้มข้นมากมาย หากรัฐบาลให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปราบปรามเรื่องคอร์รัปชัน เรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ทุกอย่างต้องหมดไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’

“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”

กกต.ได้ ‘5นักกม.’ สู้คดีคิวอาร์โค้ด

เลขาฯ กกต.เผยได้ 5 นักกฎหมาย เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ 4 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 1 คน เป็นพยานในคดีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด

รถไฟชนรถเมล์! อุบัติเหตุใหญ่กลางกรุงเสียชีวิต8รายแฉเหตุไม้กั้นไม่ลง

สลด! เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์โดยสารทางตัดใต้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง ไฟลุกท่วมเสียชีวิต 8 ราย รมช.คมนาคมพบมีความผิดปกติ สั่งสอบ "กล่องดำ" ทำไมไม้กั้นไม่ลงขณะรถไฟวิ่งผ่าน ทั้งที่ตามมาตรฐานความปลอดภัยต้องลง นายกฯ บินกลับจากเพชรบูรณ์ด่วนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายกฯ บินกลับกทม. ค่ำนี้ รุดลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์กลางกรุง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประจำปี 2569 ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เสร็จสิ้นนายกฯจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ และจะเดินทางไปตรวจดูจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถประจำทาง อัดกับตอม่อเสาทางด่วน บริเวณ ถ.อโศกดินแดง แยกพระราม 9-แยกอโศกเพชร บริเวณทางรถไฟมักกะสัน ภายหลังมีผู้บาดเจ็บหลายรายและมีผู้เสียชีวิต ซึ่งคาดว่านายกฯจะเดินทางถึงจุดเกิดเหตุในเวลา20.00 น.-21.00 น. ของวันเดียวกันนี้

นายกฯ รับรายงานเหตุรถไฟชนรถเมล์แล้ว กำชับตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เยี่ยมชมเขาคลังนอกหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของแหล่งมรดกโลกศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์