ใกล้สรุปโกงสอบ มท.สาวยกแก๊ง กฤตขอโทษรมต.

“วรศิษฎ์” เผยคณะ กก.ตรวจสอบฯ  เตรียมสรุปผลปมทุจริตสอบท้องถิ่น ส่งปลัด มท.  1-2 วันนี้ ยันถ้ามีคนมหาดไทยเกี่ยวข้อง ดูตามพยานหลักฐานก็ต้องเจอ ด้าน “ปลัด มท.” ขึงขังต้องสาวให้ถึงทุกคนในขบวนการ จ่อส่งผลให้ “ป.ป.ช.” สอบต่อ ยันไม่รู้จัก “นายกฤต” ขณะที่ “ทรงศักดิ์” ยืนยันรักษาสิทธิไม่ถอนฟ้อง แม้จะมีคำขอโทษเพราะกระเทือนจิตใจ ส่วนตัวปัญหายอมรับเสียงตัวเองจริงไม่ใช่ AI และไม่สนิทส้ม ไม่เกี่ยวข้องขบวนการทุจริต

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า การเชิญบุคคลเข้าให้ข้อมูลขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว  อีก 1-2 วันที่เหลือจะเป็นการสรุปข้อมูลเพื่อสรุปผลรายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อไป ซึ่งสิ่งที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ลงไปดู คาดว่าจะได้เห็นพฤติการณ์อยู่แล้ว และเมื่อสรุปข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว หน่วยงานอื่นๆ จะนำไปดำเนินการอย่างไรต่อก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันต่อไป พร้อมย้ำว่า การสรุปข้อเท็จจริงจะมีออกมาใน 1-2 วันนี้

ทั้งนี้ กรอบการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย จะโฟกัสเฉพาะในส่วนของกระทรวง แต่ในส่วนของภาพรวมทั้งหมดว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวจำนวนมาก ซึ่งหลายคนทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

และตำรวจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกระบวนการตรวจสอบนี้ รวมถึงเรื่องคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมาด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ชี้แจงว่า เรื่องคลิปเสียงจริงๆ เป็นประเด็นหลัง และเชื่อว่าขณะนี้ทั้งตำรวจและ ป.ป.ช.ทำงานอยู่ ซึ่งคลิปเสียงไม่ได้ออกมาตอนนี้ แต่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว

รมช.มหาดไทยย้ำว่า ต้นตอของขบวนการมีหลายส่วน แต่ในวันดังกล่าวจะมีการแถลงผู้ที่เกี่ยวข้องเฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทย และได้ดำเนินการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกระดับตามที่มีข้อมูลส่งเข้ามา รวมถึงบุคคลที่มีการกล่าวอ้างในคลิปเสียงด้วยแล้ว

"เนื่องจากคดีนี้ไม่ใช่การจับคนขโมยของ ขณะเดียวกันคดีนี้ก็มีความซับซ้อนและมีระเบียบ รวมถึงข้อกฎหมายหลายอย่าง อีกทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ด้วยเหตุนี้ผมจึงมองว่า 7 วันราชการไม่ได้ถือว่าช้าเกินไป เพราะในวันนี้สิ่งที่สังคมกำลังรออยู่คือข้อเท็จจริง แต่หากเราให้ข้อเท็จจริงออกไปโดยที่ไม่มีพยานและหลักฐานรองรับ ก็จะถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว" เขาตอบคำถามว่าเหตุใดจะต้องรอให้ครบ 7 วัน

หลักฐานที่มีอยู่สามารถสาวไปถึงตัวผู้บงการได้หรือไม่นั้น รมช.มหาดไทยระบุว่า เราเห็นอยู่แล้วว่ามีใครบ้าง แต่ขอให้รอดูการสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง เพราะยังมีกระบวนการที่อยู่ภายนอกอีกจำนวนมาก ถ้ามีคนในกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องจริง หากดูตามพยานหลักฐานยังไงก็เจอ ซึ่งเราก็อยากให้ทีมตรวจสอบสามารถทำงานได้โดยไม่มีการแทรกแซงด้วย

เขายังให้สัมภาษณ์ว่า หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีความจริงใจในการตรวจสอบจริง  อยากย้อนถามกลับว่า ทำไมถึงต้องตั้งหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมาถึง 5 หน่วยงานหลัก ในการจับตาการสอบครั้งนี้ ฉะนั้นจึงเป็นความชัดเจนและความตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่ให้หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาตรวจสอบ ทั้งนี้ หากพบข้อเท็จจริงว่ามีใคร หรือหน่วยงานไหนเข้ามาเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีก็มีคำสั่งว่าต้องจัดการ เพราะเรื่องนี้ส่งผลถึงความเชื่อมั่นในระดับประเทศและความมั่นคง

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ กำลังร่วมกันสรุปกับคณะกรรมการฯ  รายงานถึงเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากนั้นตนจะแจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบ

ส่วนคำตอบที่คิดว่าจะได้จากการตรวจสอบครั้งนี้ ปลัด มท.เผยว่า กรรมการจะมาสรุปให้ฟัง เพราะเป็นการสอบสวนในฐานะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีผู้บกพร่องของกระทรวงมหาดไทยด้วย โดยชี้ให้ได้ว่าใครบ้างที่อยู่ในกระบวนการนี้ และจะต้องดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ยังมีการสืบสวนของฝั่งตำรวจในคดีอาญา  ขณะเดียวกันยังมีการสืบสวนจาก ป.ป.ช. ที่วางกรอบเวลาสืบสวนสอบสวน 3-6 เดือน ซึ่งมีหลักฐานตั้งแต่เบื้องต้นว่ามีอะไรบ้าง และจะต้องมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างงมหาดไทยและ ป.ป.ช. ว่ามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง เพื่อให้ข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน

สำหรับความคืบหน้าการแจ้งความดำเนินคดีที่มีการพาดพิงถึงภรรยาของปลัด มท.นั้น นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ติดตาม แต่ดำเนินการตามการบังคับใช้กฎหมายทุกกรณี ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสิ่งที่เป็นเท็จ ก็ต้องทำ  เพราะไม่อย่างนั้นคนที่ทำผิดอยู่จะลอยนวล ส่วนคนที่ได้ดูคลิปก็เป็นใครไม่รู้ ไม่ได้รู้จักตน คนที่รู้จักตนทั้งหมดจะรู้ว่าเป็นอย่างไร หากพูดไปก็จะเป็นการชมเชยตัวเอง แต่ยืนยันว่าเราไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ขณะที่ นายพงศกรณ์ เสาร์ทน หรือ กฤต อดีตคณะทำงานรมว.เกษตรและสหกรณ์ หนึ่งในผู้เป็นเจ้าของเสียงในคลิปเสียง ตบทรัพย์ปมโกงข้อสอบ กฤต-ส้ม พร้อมด้วยนายยุทธพงศ์ เพชรโชติ ทนายความส่วนตัว เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากวันที่ 30  มิ.ย. นายทิวา การกระสัง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดีกับบุคคล 3 ราย คือ "ส้ม", "กฤต" ผู้อยู่ในคลิปเสียง และ "บังแจ็ค" ผู้เผยแพร่ ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นายกฤตยอมรับว่า เสียงในคลิปกฤต-ส้มเป็นตนเองจริง ไม่ใช่เสียง AI พร้อมยกมือไหว้ขออภัยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี อดีตรมช.มหาดไทย ที่ทำให้เดือดร้อนและเสื่อมเสียชื่อเสียงจากการถูกนำชื่อไปพาดพิง ตนเองและนายทรงศักดิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นใดๆ กับขบวนการทุจริตสอบในครั้งนี้ และยืนยันว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี

ส่วนปมความสัมพันธ์กับ "ส้ม" คู่สนทนานั้น  เขาชี้แจงว่า เพิ่งรู้จักกันไม่นานจากการแนะนำของคนอื่น เคยเจอกันเพียงครั้งเดียวที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ได้สนิทสนมกันเป็นพิเศษ และปฏิเสธเรื่องการต่อรองเพื่อหาผลประโยชน์ใดๆ คลิปดังกล่าวถูกอัดไว้ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งเหตุผลและเบื้องหลังที่ตนพูดพาดพิงไปในวันนั้น ได้ให้การกับพนักงานสอบสวน และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว

วันเดียวกันนี้ นายทรงศักดิ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากนายกฤตออกมายอมรับว่าตนเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องคลิปเสียงที่มีการแอบอ้างชื่อว่า เท่าที่ทราบนายกฤตได้ให้ข้อมูลนี้กับ ป.ป.ช.ด้วย ซึ่งเป็นไปตามคลิปที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวช่องหนึ่ง

เมื่อถามว่า ทราบแล้วหรือไม่ที่นายกฤตออกมาขอโทษพร้อมระบุว่านายทรงศักดิ์ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ รองนายกฯ ตอบว่า        "ผมเชื่อว่าเวลามีข่าวแบบนี้ ร้อยทั้งร้อย พันทั้งพัน ล้านทั้งล้าน เขาจะมีความเชื่อว่าใช่ อันนี้เป็นความรู้สึกที่กระทบกระเทือนจิตใจ ผมไปเกี่ยวข้องตรงไหน และเมื่อเกิดความเสียหาย แค่คำขอโทษเท่านั้นใช่ไหม และสังคม ประชาชนที่รับรู้ว่ามีชื่อผม เขาไปหักล้างได้มากน้อยแค่ไหน ตอนข่าวไม่ดีคนจะรู้เยอะ ตอนข่าวดีคนจะรู้น้อยมาก"

ขณะที่ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืน “ไม่ทน” ต่อการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการโกงสอบที่ตอกย้ำความอัปยศของระบบราชการไทย และขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน เด็ดขาด และโปร่งใส หาคนผิดมาลงโทษอย่างไม่ไว้หน้า  โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน รวมทั้งปิดช่องโหว่ของการโกงในอนาคต  โดยขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ศึกษาช่องโหว่ของระบบ และเสนอแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติในการปฏิรูประบบการสอบและการบรรจุบุคลากรภาครัฐ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘โปรตุเกส’ ไม่ง่ายบู๊‘โครแอต’ ‘โรนัลโด’ พร้อมลงล่าตาข่าย

เดินทางมาถึงวันที่ 5 ของการแข่งขันในรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากโซนอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ไฮไลต์ในค่ำคืนวันที่ 2 กรกฎาคม หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่วันที่ 3 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย "ฝอยทอง" ทีมชาติโปรตุเกส พบกับ "ตาหมากรุก" ทีมชาติโครเอเชีย ฟาดแข้งในเวลา 06.00 น.