"สว.นรเศรษฐ์" ยกประชามติ 21 ล้านเสียงทวงรัฐบาลเดินหน้าแก้ รธน. “ภราดร” ยันไม่เบี้ยว ปัดตอบไทม์ไลน์อ้างจะก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ เผยหากที่ประชุม สส.ภท.เห็นชอบจ่อส่ง ปธ.รัฐสภา 20 พ.ค.นี้ ครม.เงา ปชน.ชู 3 หลักการยื่นร่าง รธน.ใหม่ เพิ่มส่วนร่วม ปชช.-ป้องกันผูกขาด-ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษ สว. "พริษฐ์" ชี้รธน.60 อุปสรรคสำคัญสุดเป็นปุ๋ยให้ "ระบอบสีน้ำเงิน" กินรวบ หวั่นแก้ไม่สำเร็จ ปลุกภาค ปชช.มีส่วนร่วม
ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ในการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ถามนายกรัฐมนตรีเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ประชาชน 21 ล้านเสียงลงมติให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่แทบไม่ได้ยินความชัดเจนจากรัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร ถือเป็นความรับผิดชอบรัฐบาลต้องผลักดันให้เกิดขึ้น รัฐบาลมักบอกว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่าปัญหาปากท้อง แต่ประชาชนไม่ได้ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องแรก และต้องการความชัดเจนให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินคู่ไปกับการแก้ปัญหาปากท้องได้ จึงอยากถามว่ารัฐบาลจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาเมื่อใด และจะทำประชามติคำถาม 2 ได้เมื่อไร และรัฐบาลจะให้หลักประกันอย่างไรต่อการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเต็มที่ ทำให้รัฐธรรมนูญมีความชอบธรรมและให้ประชาชนเป็นเจ้าของได้
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกระทู้แทนนายกรัฐมนตรีว่า การผลักดันแก้รัฐธรรมนูญโดยเพิ่มหมวด 15/1 ไม่ใช่อำนาจโดยตรงของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจการเสนอแก้รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมทำตามเสียงประชาชน 21 ล้านเสียง ยื่นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 โดยวันที่ 19 พ.ค.จะประชุมพรรค เพื่อพิจารณาเนื้อหาเป็นประเด็นหลัก โดยหาก สส.เห็นชอบจะเดินหน้าเข้าชื่อ 1 ใน 5 เพื่อยื่นร่างแก้ไขต่อรัฐสภา
“หน้าที่รัฐบาลกำหนดไทม์ไลน์ให้รัฐสภาไม่ได้ เพราะไม่รู้จะผ่านวาระ1 หรือไม่ หรือการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) จะใช้เวลาเท่าใด แต่ตอบได้ว่ารัฐบาลจะดำเนินทุกกระบวนการ เร่งในส่วนที่รัฐบาลทำได้ เช่นเร่งทำประชามติให้เร็วสุด พร้อมสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ”นายภราดรกล่าว
นายภราดรกล่าวต่อไปว่า ส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ไม่ใช่มีส่วนร่วมแค่ผ่านคูหาเลือกตั้ง แต่ต้องทำให้ประชาชนมีโอกาสแสดงความเห็นมากกว่า 3 วินาทีในการเข้าคูหาเลือกตั้ง แต่การแก้ไขจะทำอะไรได้บ้าง ต้องให้เป็นตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้โดยตรง ยืนยันรัฐบาลจะใช้ทุกกลไกตามที่รัฐสภาร้องขอ เพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกองคาพยพมากที่สุด เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดรให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 19 พ.ค.จะเสนอร่างให้ที่ประชุม สส.ของพรรคพิจารณา หากที่ประชุมเห็นชอบจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภท.ต่อประธานรัฐสภาวันที่ 20 พ.ค. โดยเนื้อหาในร่างของ ภท.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลการลงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง โดยจะไม่มีการแก้ไขเนื้อหาในหมวด 1 หมวด 2 โดยจะกำหนดล็อกไม่ให้ ส.ส.ร.มาแก้ไขส่วนนี้ด้วย
เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้การแก้ไข รธน.สำเร็จ เนื่องจากที่ผ่านมามีความขัดแย้งจนไม่สามารถเดินหน้าได้ นายภราดรตอบว่า ต้องไปดูที่ผ่านมาปัญหาและอุปสรรคอยู่ตรงไหน โดยเรานำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุงเพื่อยกร่าง จากนี้ก็ต้องไปหารือเจรจากับทุกฝ่าย เพราะการจะผ่านการแก้ไข รธน.ในวาระ 3 ต้องมีหลายส่วนทั้งในส่วนของ สว. สัดส่วนของฝ่ายค้านก็ต้องเห็นด้วยร้อยละ 20 การจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ ในฐานะ ภท.เราต้องการผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ
เมื่อถามว่า ภท.ต้องการให้ร่างแก้ไข รธน.ของพรรคเป็นร่างหลักหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า อยู่ที่การพิจารณาของรัฐสภา ส่วนที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอร่างแก้ไข รธน.เช่นกันนั้นเป็นสิทธิของแต่ละพรรค
ที่รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ของพรรคประชาชน (ปชน.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน.แถลงผลการประชุมเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เราต้องการรัฐธรรมนูญที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด จึงมีข้อเสนอ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่ได้ออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มากที่สุดต้องคงหลักการ 3 ข้อไว้ด้วยกัน ข้อแรก-การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ข้อสอง-ต้องป้องกันการผูกขาดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ข้อสาม-ไม่ควรเพิ่มสิทธิพิเศษแก่สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภา ทุกคนควรมีสิทธิเท่าเทียมกันในการโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ตลอดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
2.พรรค ปชน.พร้อมจะเสนอและผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่ยึดกับหลักการทั้ง 3 ข้อก่อนหน้า เข้าสู่รัฐสภาตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน 3.จัดสรร สส.ของพรรคบางส่วนไปสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 นี้ของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เสนอเข้ามา 4.สนับสนุนภาคประชาชนในการรวบรวมอย่างน้อย 50,000 รายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยภาคประชาชน 5.ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนในสังคม ควรต้องมีส่วนร่วมในการรณรงค์และจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ เข้าใจ และมีส่วนร่วมในการจัดทำรธน.ใหม่ครั้ง จากนั้นนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการและผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้จําเป็นต้องประกาศแถลงโรดแมป กระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดให้ประชาชนได้เข้าใจ อย่างน้อยต้องมีประชามติอีกสองครั้ง ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนต้องไม่มีอิทธิพลมากไปกว่าคนอื่นในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างไรก็ดีหากร่างที่พรรคการเมืองเสนอไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชน เราคงต้องใช้สิทธิ์ของประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างฉบับอื่นเข้าแข่งขัน
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคปชน. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้นำพาประเทศมาสู่ระบบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน โดยเปิดช่องให้รัฐบาลฮั้วกับองค์กรอิสระได้ โดยใช้วุฒิสภาเป็นเครื่องมือ เนื่องจาก รธน.กำหนดวิธีการเลือก สว.ไม่ยึดโยงกับประชาชน และมาจากการเลือกกันเอง เปิดช่องให้สามารถเข้ามาแทรกแซงและควบคุมเสียงของวุฒิสภาได้อย่างเบ็ดเสร็จ และในเมื่อ รธน.ออกแบบให้วุฒิสภามีอำนาจชี้ขาดบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ดังนั้นหากฝ่ายการเมืองที่เข้าควบคุมเสียงวุฒิสภานั้นเป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ประชาชนก็ย่อมมองได้ว่ารัฐบาลนั้นอาจคุมเสียงในองค์กรอิสระได้ด้วยเช่นกัน
"รธน.ฉบับ 2560 เป็นปุ๋ยชั้นดีของระบอบสีน้ำเงิน ที่พยายามรุกคืบและกินรวบประเทศ ด้วยการควบคุมสถาบันทางการเมืองทั้งหมดให้สำเร็จ เราจึงกังวลใจว่า ระบอบสีน้ำเงินจะทำทุกวิถีทางให้กระบวนการจัดทำ รธน.ใหม่ไม่สำเร็จ หรือพยายามทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้เงื่อนไข ให้ระบอบสีน้ำเงินสามารถผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่าง รธน.ใหม่ และการกำหนดเนื้อหาใน รธน.ฉบับใหม่" นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ปชน.จะทำเต็มที่ในระบบรัฐสภา เพื่อให้ประเทศเรามีระบบและกติกาการเมืองที่เป็นธรรม มีส่วนร่วมของประชาชน และหลุดพ้นจากระบอบสีน้ำเงิน แต่คงไม่อาจสำเร็จได้หากไม่ร่วมมือและรวมพลังกับภาคประชาชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่หวั่นศาลสั่งแจงพรก.กู้เงินใน7วัน
ศาลรัฐธรรมนูญรับตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สั่ง ครม.แจงใน 7 วัน
รฟท.วัวหายล้อมคอก เล็งปิดหัวลำโพงตรวจเข้มยาเสพติด/ให้ประกันคนขับ-โบกธง
“อนุทิน” ไฟเขียวตัวเลขเยียวยาไม่ต้องมาขออนุมัติ “พิพัฒน์” แจงเสียชีวิตได้รายละ 2.39 ล้านบาท
ผุดคตท.ต้านโกง ถก10หน่วยงาน จี้เก็บภาษี‘แม้ว’
"ปกรณ์" นำ กกร.แถลงแจงปมนายกฯ ให้สัมภาษณ์โพลหน่วยงานรัฐส่อทุจริต
ลากไส้แก๊งกักตุนน้ำมัน เอาผิด6โรงกลั่นทั่วไทย
4 หน่วยงานตีปี๊บปราบขบวนการ "ไอ้โม่ง" ลากไส้ปมคลังน้ำมันอ่างทอง
ชัชชาติลั่นชิงผู้ว่าฯสมัยสอง
“ชัชชาติ” ประกาศลาออกผู้ว่าฯ กทม. 18 พ.ค. ก่อนบินไปร่วมงานปริญญาลูกชาย
นักวิชาการหนุน รัฐบาลถกเจ้าสัว สอดรับโลกป่วน!
“รัชดา” ย้ำ “อนุทิน” สั่งนำผลรับฟังเจ้าสัวเข้า ครม. หวังเคาะผลให้เป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน

