สรุปยอด 2 วัน แห่ลงทะเบียน 'ไทยช่วยไทย พลัส' ทะลุ 25 ล้านสิทธิ

รัฐบาล เผยลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” วันที่ 2 ทะลุ 25.1 ล้านคน ระบบคัดกรองอนุมัติสิทธิ์ใหม่กว่า 5.7 ล้านราย ภายใน 24 ชั่วโมง

26 พฤษภาคม 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุด ณ เวลา 17.00 น. ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 มีประชาชนลงทะเบียนสะสมแล้วทั้งสิ้น 25,118,135 คน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและการตอบรับจากประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันแรกของการเปิดลงทะเบียน มีประชาชนเข้าร่วมโครงการสูงถึง 23,755,197 คน และภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง มียอดลงทะเบียนเพิ่มขึ้นอีก 1,362,938 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส จำนวน 18,568,785 คน คิดเป็น 73.9% และผู้ลงทะเบียนใหม่ 6,549,350 คน คิดเป็น 26.1% ทั้งนี้ จุดสำคัญของการดำเนินงานในวันที่สอง คือ ระบบสามารถตรวจสอบและคัดกรองผู้ลงทะเบียนใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยจากเดิมในวันแรกมีผู้รอตรวจสอบคุณสมบัติกว่า 5.35 ล้านคน ล่าสุดเหลือเพียง 406,547 คน ลดลงถึง 92.4% ขณะเดียวกันมีผู้ลงทะเบียนใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับสิทธิ์สำเร็จแล้วถึง 5,704,015 คน ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง คิดเป็น 87.1% ของผู้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด

ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนสำเร็จรวมทั้งสิ้น 24,272,800 คน หรือคิดเป็น 96.6% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด โดยแบ่งเป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส จำนวน 18,568,785 คน และผู้ลงทะเบียนใหม่ 5,704,015 คน

สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 438,788 คน พบว่า 99.51% เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการที่กำหนดไม่ให้รับสิทธิ์ซ้ำซ้อนกับมาตรการสวัสดิการอื่นของภาครัฐ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นผู้เสียชีวิต ผู้ย้ายไปต่างประเทศ หรือผู้ที่เคยทำผิดเงื่อนไขของโครงการในอดีต

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าระบบลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับปริมาณผู้ใช้งานจำนวนมากได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ประชาชนได้รับสิทธิ์รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม

นอกจากนี้ เฉพาะในวันที่ 26 พฤษภาคม มีผู้ลงทะเบียนใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 678,466 คน โดยกว่า 63.6% เป็นประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส มาก่อน สะท้อนว่าหลังจากกลุ่มผู้ใช้งานเดิมส่วนใหญ่ได้ลงทะเบียนไปแล้ว การเข้าร่วมในระยะต่อไปจะมาจากประชาชนกลุ่มใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าดูแลระบบและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เป็นอีกกลไกสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนูโปรยยาหอม ทำ งานถวายหัว ป้องนํ้าท่วม‘ใต้’

นายกฯ นำทัพลงสงขลา ลั่นมาด้วยความกลัวทำไม่ได้ ยกตัวเองเป็นจำเลยที่หนึ่ง บอกไม่เคยทอดทิ้ง เร่งซ่อมคลอง ร.1 เสร็จก่อนสิ้นปี ยาหอมพร้อมทำงานถวายหัว “ภราดร”

'อนุทิน' บอกชาวสงขลา ด่าได้เลยไม่มีปัญหา ลั่นทำงานถวายหัว ขอ สส.ยกจังหวัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าไปเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย

ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ

'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70

มติศาล รธน. 7:2 ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

"ศาลรัฐธรรมนูญ" ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงินวิกฤตพลังงาน พ.ศ. 2569 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 โดยประเด็นเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ศาลมีมติเห็นพ้องเป็น “เอกฉันท์” ขณะที่งบลงทุนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ผ่านฉลุยด้วยมติ “เสียงข้างมาก 7 ต่อ 2” หลังตุลาการเสียงข้างน้อยมองว่ายังไม่จำเป็นเร่งด่วน

'อ.อัจฉราวดี' ให้คะแนนรัฐบาลผ่านฉิวเฉียด หากไม่ติดเรื่องปราบทุจริต-ราคาน้ำมัน จะดีกว่านี้

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพราะอาจารย์รณรงค์ให้เลือกพรรคสีน้ำเงิน จึงคอยสอดส่องดูการทำงานของรัฐบาลมาตลอด อาจไปไม่ครบทุกส่วน แต่ผลงานสำคัญและเรื่องที่ประชาชนในชาติท้วงติงก็จะไม่พลาด แต่อาจไม่ยกมาพูดถึงทุกประเด็น

'รัชดา' สวน 'กรณ์' อย่าใช้อคติ-ให้ข้อมูลไม่ครบ ชี้ลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่จากมาตรการรัฐบาล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ชัดเจน และเกรงใจกลุ่มทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนว่า หากคำวิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติ ก็สะท้อนว่ายังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะข้อเท็จจริงคือรัฐบาลได้ใช้ทุกช่องทางและทุกเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม