“สนธิญา สวัสดี” ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอให้ส่งเรื่องถึงศาลอุทธรณ์พิจารณาถอนการปล่อยตัวชั่วคราว “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” หลังอ้างว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดซ้ำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมเผยได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วก่อนหน้านี้ และเตรียมยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบในประเด็นจริยธรรมร้ายแรงต่อไป
11 มิถุนายน 2569 - ที่ศาลอาญา นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และอดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางมายื่นคำร้องขอถอนประกันตัว น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” จำเลยในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.2739/2566 ซึ่งศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นายสนธิญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.28 น. น.ส.รักชนก ได้โพสต์ข้อความกล่าวหาใส่ร้ายพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยจังหวะนำละครซีรีส์เรื่อง “สอดสร้อยมาลา” มาเป็นเครื่องมือในการกล่าวหาพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันในหลายประเด็น
ตนได้รวบรวมพยานหลักฐานและร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ในประการที่กระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ และกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นายสนธิญา ระบุว่า ความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน โดยประชาชนผู้พบเห็นการกระทำสามารถกล่าวโทษต่อผู้กระทำความผิดได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(8)
ทั้งนี้ ตนได้กล่าวโทษจำเลยในคดีดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยสุจริตตามเหตุการณ์ที่ประสบพบเห็นจริง และไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน
นายสนธิญา กล่าวว่า ภายหลังได้ตรวจสอบเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวของ น.ส.รักชนก พบว่า ศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำผิดซ้ำในข้อหาเดียวกันอีก จึงได้ยื่นคำร้องขอถอนประกันตัวต่อศาลอาญา เพื่อให้ศาลอาญาส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์พิจารณา และมีคำสั่งถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ น.ส.รักชนก ต่อไป
นายสนธิญา ยังกล่าวต่อสื่อมวลชนและประชาชนว่า ความผิดที่ตนพบเห็นเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ซึ่งบัญญัติไว้เพื่อคุ้มครองพระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ อันเป็นการคุ้มครองพระเกียรติยศขององค์พระประมุขของประเทศในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 6 บัญญัติว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้”
นอกจากนี้ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยังมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มิให้บุคคลใดจาบจ้วงหรือกระทำการลดทอนพระเกียรติยศ รวมทั้งกระทำการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
นายสนธิญา กล่าวว่า จำเลยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมทราบบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเป็นอย่างดี เนื่องจากได้เข้าร่วมประชุมสภาและกล่าวคำปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
พร้อมกันนี้ ยังอ้างว่าจากข้อมูลของศาลยุติธรรม พบว่าการกระทำความผิดตามมาตรา 112 เป็นการกระทำของบุคคลบางกลุ่มที่มีเป้าหมายล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อประเทศ และอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการปกครอง
นายสนธิญา ยืนยันว่า น.ส.รักชนก ได้กระทำผิดซ้ำอีกครั้ง แม้จะพยายามกลบเกลื่อนการกระทำก็ตาม โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกไม่สบายใจและไม่อาจยอมรับพฤติกรรมดังกล่าวได้ ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวม และกระทบต่อองค์พระประมุขของประเทศจนก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
นายสนธิญา ยังระบุด้วยว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และตนมีแผนจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนในประเด็นดังกล่าวต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมศักดิ์' เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง 'ส.ศิวรักษ์' เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ
‘สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้
‘สนธิญา’ จ่อร้อง DSI-ป.ป.ช. สอบขนส่งฯ-สมอ. ปมรถใหญ่ เครื่องเก่านำเข้า
“สนธิญา” เตรียมร้อง DSI-ป.ป.ช. สอบกรมการขนส่งทางบก และสมอ.ไม่รับจดทะเบียน รถยนต์ขนาดใหญ่ เครื่องยนต์เก่าขนาดใหญ่ และตัวถังรถยนต์ใช้แล้ว ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการเสียหาย
’สุชาติ‘ มอบทนายแจ้งความ ‘รักชนก’ ปมโพสต์พาดพิงโกงเลือกตั้ง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายทีมทนายความเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บา
'ไอลอว์' เศร้า! ผลเลือกตั้งแบบนี้ ยากที่ 'อานนท์' จะได้อิสรภาพ
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ คือผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ
ระทึก! ถกปฏิรูปประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างส่ง ‘ดร.อานนท์’ ชน ‘ไอซ์-ทีมก้าวหน้า’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงแรงงาน มีการประชุมคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นครั้งที่ 2 โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัด
‘เสรีพิศุทธ์’ จัดเต็ม ‘ทักษิณ’ ยังไม่สิ้นกรรม แฉลึก...ศึกสีกากี
กลายเป็นเรื่องที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมาก กับการออกเปิดโปง-แฉข้อมูลเรื่องตำรวจรับผลประโยชน์ รับส่วยจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

