
‘ไอติม’ เปิดหลักฐานมัดคดีฮั้ว สว. ประเดิม ‘นครพนม’ คลิปเสียงสายสีน้ำเงิน-จัดโพยอยุธยา พบ สว.ชายเสนอเงินจ่ายค่าหัว-แลกเก้าอี้ผู้ช่วย ลั่นทิ้งพ่อแม่เห็นเยอะ แต่ทิ้งเงินไม่เคยเห็น จี้ กกต. เลิกดองส่งศาลเถอะ
26 มิ.ย. 2569 – เมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงเปิดหลักฐานเพิ่มเติมถึงกรณีครบรอบ 2 ปีของการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ ว่า ตนและพรรคประชาชนยืนยันว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรที่จะส่งเรื่องไปที่ศาลทั้ง 229 คนที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 ชี้มูลความผิดจากหลักฐานมีความชัดเจนและหนักแน่นกว่าหลักฐานในคดีกว่าก่อน หากจะยกฟ้องบางส่วนก็อาจถูกตั้งคำถามได้ถึงเรื่องความชอบธรรมและเสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว มีการตัดสินใจบนผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาในการตรวจสอบคดีการทุจริตเลือก สว.
ฉะนั้น วันนี้จึงต้องการที่จะลงลึกถึงสาเหตุว่า ทำไมหลักฐานจึงมีความหนักแน่นและชัดเจนมากกว่าคดีอื่น แน่นอนว่าเราไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทั้งหมดของคดีได้ แต่หลักฐานที่เราสามารถรวบรวมได้ด้วยตัวเอง และสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานที่ปรากฎต่อสาธารณะหรือมาจากบุคคลที่ไปให้การกับคณะไต่สวน ตนเชื่อว่าหลักฐานที่ กกต. และคณะไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีนั้น ย่อมละเอียดกว่าที่ปรากฎต่อสาธารณะ หรือที่เรารวบรวมได้อยู่แล้ว ดังนั้น หากหลักฐานที่เรามีหนักแน่นเพียงพอก็สามารถอนุมานได้ว่าหลักฐานที่ กกต. มีหนักแน่นมากกว่า ตนและพรรคประชาชนจึงพยายามเดินหน้ารวบรวมข้อมูลและเปิดเผยหลักฐานจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ วันนี้จะเริ่มจากจังหวัดนครพนม ด้วยหลักฐานที่เรามีประกอบไปด้วย 5 อย่าง
โดยนายพริษฐ์ ได้เปิดคลิปวิดีโอให้สื่อมวลชนดู พร้อมกล่าวว่า หลักฐานแรกเป็นคลิปเสียงนักการเมืองในจังหวัดนครพนม โดยในคลิปปรากฎภาพนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย กล่าวกับบรรดาคนที่มางานพิธีบายศรีสู่ขวัญ เนื่องในโอกาสที่นายสิทธิกร คงยศ ได้รับเลือกเป็น สว. เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 ซึ่งนายศุภชัย กล่าวในคลิปว่านายสิทธิกรเป็น 1 ใน 3 สว. ที่ได้รับเลือก รวมถึงอีก 2 ท่าน ตนในฐานะผู้สนับสนุนก็ประกาศอย่างไม่อายใครว่า สว.นครพนมทั้ง 3 ท่านนี้เป็น สว.สายสีน้ำเงินชัดเจน เพราะสีน้ำเงินเป็นสีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ฉะนั้น เราไม่ต้องอายใครว่าเราอยู่ในสีน้ำเงิน ไม่ต้องอายใครว่าเราเป็นคนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องนี้ สว.สิทธิกรชัดเจนมาก ตนมั่นใจ เราทำงานร่วมกันมาหลายปี นายสิทธิกรเป็นคนคงเส้นคงวา มุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเท ช่วยกิจกรรมทางการเมืองของตนมาโดยตลอด ตอนนี้ไม่ได้สังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะสังกัดพรรคผิดกฎหมาย แต่สังกัดสีน้ำเงิน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า นายศุภชัยดูมีความรู้จัก สว. จากนครพนม 3 คนเป็นอย่างดี เราเห็นว่านายศุภชัยในการใช้คำว่า สว.สายสีน้ำเงินอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนว่ามีการแบ่งกลุ่มแบ่งก้อนในบรรดากลุ่ม สว. แต่แม้นายศุภชัยจะพูดในคลิปว่าตัวเองเป็นเพียงผู้ให้กำลังใจ แต่จากหลักฐานพยานที่เรารวบรวมมา เราตั้งคำถามว่านายศุภชัยอาจจะมีบทบาทมากกว่าเป็นเพียงผู้ให้กำลังใจหรือไม่
จากนั้น นายพริษฐ์ เปิดหลักฐานที่ 2 เป็นภาพโรงแรมหนึ่ง ก่อนกล่าวว่า จากที่พยานบอกเล่าตนมา เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการรวมตัวกัน เราทราบว่านอกจากบรรดาผู้สมัครแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญที่ในห้องประชุมดังกล่าวด้วย ได้แก่ นายศุภชัย สว. 3 คน ที่มาจากจังหวัดนครพนมและอาจารย์ที่มีอักษรย่อ ‘ป.ปลา’ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำโพย พยานเล่าให้ฟังว่าวันดังกล่าวมีการจัดทำโพยด้านหลังเอกสาร สว.3 เพื่อใช้สำหรับการเลือก สว.ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย
“พยานเล่าให้ฟังว่ามีผู้สมัครบางคนเกิดอาการไม่พอใจ เพราะไม่เห็นตัวเลขผู้สมัครของตัวเองปรากฎอยู่ในโพย จึงเกิดคำถามว่าท้ายที่สุด ตัวเองจะไม่ได้รับประโยชน์หรือถูกเลือกหรือไม่ ซึ่งก็มีบุคคลท่านหนึ่งที่ท้ายที่สุดแล้วกลายมาเป็น สว. พูดว่าไม่ต้องกลัว เดี๋ยวจังหวัดอื่นก็จะมีเลือกหมายเลขของเรา รวมถึงให้สัญญาด้วยว่าถ้าใครไม่มีแต้ม มาเอาเงินสดกับผม 3 แสนบาท นอกจากนี้ พอมีคนเริ่มไม่พอใจนายศุภชัยก็ไปเจรจาไกล่เกลี่ยนอกรอบด้วย ว่าหากไม่ได้รับเลือก ยังมีตำแหน่งผู้ช่วย สว.ที่จะให้เวียนมาเป็นผู้ช่วยได้ มีการบอกว่าให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าไว้ มีการเก็บภาพในกล้องวงจรปิดไว้แล้ว เป็นการข่มขู่ผู้สมัครทางอ้อม” นายพริษฐ์ ระบุ
ส่วนโรงแรมแห่งนี้ทีมงานของตนได้ไปสำรวจมาแล้ว และทราบว่าโรงแรมมีกล้องวงจรปิดพอสมควร ที่น่าจะระบุได้ว่าบุคคลใดไปร่วมประชุมบ้าง รวมถึงเจ้าของก็เป็นคนที่อยู่ในครอบครัวของนักการเมืองในพื้นที่ ขณะที่หลักฐานที่ 3 คือหนึ่งในผู้สมัคร สว. จากจังหวัดนครพนม ซึ่งตอนนี้เป็น สว. แล้ว ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับบุคคลอื่น 9 คน มีรายละเอียดแจ้งถึงไฟลท์บินและราคาตั๋ว ส่วนหลักฐานที่ 4 คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีการเลือก สว. มีการนัดรวมตัวกันที่โรงโม่ปูนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครพนม
สำหรับหลักฐานสุดท้าย นายพริษฐ์ ได้เปิดคลิปเสียงของ สว.นครพนม ที่คุยกับผู้นำอีกคนหนึ่งเพื่อนำเสนอผลประโยชน์ โดยในคลิปปรากฎเสียงที่มีการนำเสนอเงิน 1 ขีด โดยจะให้มัดจำครึ่งขีด และพาดพิงว่าพรรคอื่นก็มีการจัดตั้งเหมือนกัน ถ้าเราไม่ทำเขาก็ทำ พวกตนทำให้แล้ว ทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายหมด พร้อมโน้มน้าวให้ผู้สมัคร สว. ที่ผ่านการคัดเลือก มาช่วยบล็อกตำแหน่ง และมีการเสนอตำแหน่งผู้ช่วย สว.ให้ พร้อมเงินเดือน เพื่อเป็นการตอบแทน
“ตอนนี้พวกผมจ่ายค่าเครื่องบินไว้ให้หมดแล้ว กลุ่มนครพนม ค่าเครื่องบิน ค่าโรงแรมผมเตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าไม่บล็อกไว้ เราจะไปสู้เขาไม่ได้ คนทิ้งพ่อทิ้งแม่เห็นมาเยอะ แต่ทิ้งเงิน พี่ไม่เคยเห็น” ชายในคลิปเสียง กล่าว
ภายหลังเปิดคลิปวิดีโอเสร็จ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในคลิปมีการพูดว่าเป็นขบวนการจัดตั้งที่ทำกันทั่วประเทศ ถึงได้สามารถสัญญาคะแนนในรอบแรกได้ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของเงินและค่าตอบแทนมาเกี่ยวข้อง มีรายละเอียดเรื่องการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักให้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานที่ตนได้นำเสนอไป และมีการพูดถึงเรื่องสัญญาตำแหน่งผู้ช่วยด้วย จะเห็นว่าหลายรายละเอียดในองค์ประกอบของคลิปเสียงนี้ ยืนยันข้อเท็จจริงที่ตนได้พยายามจะนำเสนอ
เมื่อถามว่า หลักฐานที่นำมาเปิดวันนี้บางส่วนเคยเห็นอยู่แล้ว นายพริษฐ์ กล่าวว่า อยากให้ดูหลักฐานหลายส่วนประกอบกันอย่างเช่น คลิปแรกมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะมาสักพักแล้ว แต่ก็เป็นการบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของอดีตนักการเมือง กับ สว. 3 คน ในจังหวัดนั้น แต่เมื่อประกอบกับพยานที่มีการเล่าว่า พบอดีตนักการเมืองอยู่กับผู้สมัคร สว. ในวันก่อนที่จะมีการเลือก สว. รวมทั้งอยู่ร่วมขบวนการจัดทำโพยฮั้ว ก็อาจทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น แต่หากไม่เชื่อพยานปากนั้น ก็สามารถดูพยานอื่นประกอบด้วยว่าสิ่งที่พยานพูดสอดคล้องกับหลักฐานที่มีการนำเสนอหรือไม่ เพราะการวิเคราะห์คดี ไม่ว่าคดีใดก็ตามต้องนำหลักฐานหลายส่วนมาประกอบกัน
ต่อข้อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าหลักฐานที่เปิดวันนี้ กกต. อาจจะไม่ได้นำมาประกอบในการพิจารณา แต่นำไปคิดแยกส่วนแล้วทำให้หลักฐานไม่มีน้ำหนัก นายพริษฐ์ กล่าวว่า หาก กกต. ทำงานอย่างตรงไปตรงมาก็ต้องนำหลักฐานทุกส่วนมาพิจารณาประกอบกัน เพราะดูหลักฐานที่นำมาประกอบการ รวมทั้งคลิปเสียงก็จะเห็นว่ามีขบวนการจัดตั้งที่ทำทั่วประเทศ รวมถึงมีค่าตอบแทน เงินทอง การจองโรงแรม จองโต๊ะเครื่องบิน และมีคำสัญญาในตำแหน่งผู้ช่วย สว. มาเกี่ยวข้อง เมื่อมององค์ประกอบทั้งหมด ก็ตอกย้ำให้เห็นว่า มีกระบวนการแบบใดเกิดขึ้น ฉะนั้น กกต.ก็ต้องนำหลักฐานมาประกอบร่วมกัน และขณะนี้ผ่านมาสองปีแล้ว หลังจากผ่านเหตุการณ์เลือก สว. ระดับประเทศ ตอนนี้เป็นระยะเวลาที่เพียงพอแล้วในการพิจารณาหลักฐานทั้งหมดร่วมกัน
เมื่อถามว่า บางหลักฐานที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะจะมีการยื่นให้กับ กกต. เพิ่มเติมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ตนเชื่อว่าหลักฐานทั้งหมด ควรจะอยู่ในมือ กกต. กับดีเอสไอ อยู่แล้ว แต่หากเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาก็พร้อมที่จะยื่นหลักฐานที่มีให้กับ กกต. ได้รับไว้พิจารณา ซึ่งการแถลงข่าวในวันนี้นอกจากจะสื่อสารถึงสาธารณะแล้วก็เป็นการสื่อสารถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากหลักฐานที่เป็นคลิปแล้ว พยานบุคคลนั้นมั่นใจว่ามีน้ำหนักมากที่น่าเชื่อถือพอหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าข้อความหรือคำพูดของพยานสอดคล้องกับหลักฐานอื่นหรือไม่ ซึ่งก็พยายามนำเสนอโดยไม่ได้แยกชิ้นใดชิ้นหนึ่งออกจากกัน แต่นำทั้งหมดมาประกอบรวมกัน ซึ่งหากจะพิสูจน์ว่า นายศุภชัยอยู่ที่โรงแรมนี้หรือไม่ ก็อยู่ในวิสัยของ กกต. และดีเอสไอที่จะไปสืบต่อได้ว่ามีไฟลท์บินที่นายศุภชัยบินจากนครพนมมากรุงเทพหรือไม่ หรือดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่โรงแรมว่ามีหลักฐานการเข้าออกจากโรงแรมหรือไม่
ส่วนจะมีหลักฐานคดีฮั้ว สว.จากจังหวัดอื่นหรือไม่นั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการรวบรวม ถ้าหากจังหวัดใดที่รวบรวมองค์ประกอบได้ทั้งหมด และมีน้ำหนักเพียงพอพร้อมที่จะแถลงก็จะเดินหน้าแถลงอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อถามว่า มองว่าอาจมีโอกาสที่ กกต. จะพิจารณาคดีฮั้ว สว. แบบเหมาเข่งหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนมีความเห็นว่าในเมื่อกรรมการไต่สวนมองว่า มีอย่างน้อย 229 ที่มีมูลความผิดก็เห็นว่ากกต. ควรทำทั้งหมด แต่ตนเชื่อว่าคณะทำงานของชุดไต่สวนชุดที่ 26 ไม่ได้เห็นหลักฐานของอีกคน แล้วไปเหมารวมทั้งหมด แต่คงเป็นการดูหลักฐาน ดูความเชื่อมโยงของทั้ง 229 คน ประกอบกัน ถึงได้มติออกมาว่ามีมูลความผิดอย่างน้อย 229 คน
เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาใน 229 คนอาจไม่ได้โดนคดีทั้งหมดใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนย้ำมาตลอดว่า กกต. ควรส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาทั้งหมด ตามที่คณะทำงานชุดไต่สวนชุดที่ 26 เสนอขึ้นมา เนื่องจากคงได้มีการพิจารณาแล้วว่าใครมีมูลความผิดหรือใครไม่มีมูลความผิด กลุ่มซึ่งกลุ่ม 229 คน คือ กลุ่มคนที่ผ่านการคัดกรองผ่านการตรวจสอบจากชุดไต่สวนแล้วว่ามีความผิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.ยธ.' เปิดพิรุธเส้นเงิน 'ภาวุธ' ปปง. รับลูกจ่อขยายผล
'รมว.ยุติธรรม' แจงข้อพิรุธ 'ภาวุธ' ปมเทรดทอง เผยดีเอสไอพบเส้นเงินผิดวิสัยธุรกรรมปกติ รับโอนจากบริษัทที่เจ้าตัวเคยถือหุ้น แทนที่จะเป็นเงินเข้าออกบริษัทเดิม ปปง. รับลูก จ่อขยายผลนักการเมือง
'สสร. ปี 50' แถลงการณ์บี้ กกต. เร่งสรุปคดีฮั้ว สว. ส่งศาลฎีกา
สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 2550 ออกแถลงการณ์ถึง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบังคับใช้กฎหมายก่อนที่กลไกขององค์กรนิติบัญญัติ
กระจ่าง! ไม่นิรโทษ 'ฮั้วสว.' เปิดบัญชีท้าย 'พรบ.สร้างเสริมสันติสุข'
นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม และอดีตรมช.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สืบเนื่องจากการที่สื่อบางสื่อและมีผู้เขียนเฟซบุ๊กกังวลในเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
'อนุทิน' ป้อง 'ปลัด มท.' ไม่ต้องแจงคลิปเพ้อเจ้อไร้สาระ ย้ำตรงไหนโกงสับให้เละ
นายกฯ ป้อง 'ปลัดมท.' หลังเพจ CSI LA ปล่อยคลิปว่อนภรรยาปลัดเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ซัดเพ้อเจ้อไปเรื่อย ไม่ต้องชี้แจงไร้สาระ ย้ำยึดข้อเท็จจริงผลสอบสวน ลั่นตรงไหนโกงสับให้เละ
'สมชาย' ข้องใจ 'พ.ร.บ.นิรโทษกรรม' สอดไส้ล้างผิด 'คดีฮั้ว สว.'
นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ส่วนตัวสนับสนุนหลักการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข
'ไอติม' ชำแหละ พรบ.โอนงบ ชี้ชัดรัฐบาลพูด 100 แต่ทำ 10 เปิดพิรุธโครงการ Skill/Credit Portfolio
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รัฐบาลแถลงในรัฐสภาว่าจะเร่งจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ให้เสร็จโดยเร็วเพื่อพยายามที่จะโยกงบประมาณในส่วนที่สามารถประหยัดได้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา

