'ไอติม' ชำแหละ พรบ.โอนงบ ชี้ชัดรัฐบาลพูด 100 แต่ทำ 10 เปิดพิรุธโครงการ Skill/Credit Portfolio

"พริษฐ์" เผย 3 ข้อพิรุธโครงการ Skill/Credit Portfolio คล้าย TH-AI Passport แฉ มี 4 ใน 6 บริษัทกับข้องโครงการเอไอ ลั่น 4 ปีหลังได้เป็นคู่สัญญาเอกชนมีแต่ได้กับได้ จี้ ถาม ‘รมต.อว.-ศึกษา’ ทำไมไม่ชะลอ-ปรับลดงบทั้งหมดทั้งที่พบข้อพิรุธเต็มไปหมด บอกหากทำได้จะช่วยประหยัดงบได้เพิ่มขึ้น 7 ร้อยกว่าล้านบาท

25 มิถุนายน 2569 - ต่อมาเวลา 12.35 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รัฐบาลแถลงในรัฐสภาว่าจะเร่งจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ให้เสร็จโดยเร็วเพื่อพยายามที่จะโยกงบประมาณในส่วนที่สามารถประหยัดได้มาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงาน เวลานั้นประชาชนถูกบีบให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายพวกเขาก็ลุ้นว่ารัฐบาลจะมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาและพร้อมที่จะประหยัดงบประมาณภาครัฐแค่ไหน เพราะทุกบาทที่รัฐสามารถประหยัดได้จะสามารถนำมาช่วยประชาชนได้ อีกทั้งเป็นทุกบาทที่รัฐไม่จำเป็นต้องไปกู้และเพิ่มภาระหนี้สาธารณะให้ประเทศและลูกหลานเรา

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า วันนี้แม้รัฐมนตรีจะพยายามชี้แจงถึงข้อจำกัดทางกฎหมาย แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังโอนงบประมาณ ปี 2569 อยู่นั้น รัฐบาลทำน้อยและช้าไปเมื่อเทียบกับเงินกู้ตัวเอง เพราะนอกจากรัฐบาลจะใช้เวลา 76 วันจากวันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาจนถึงวันนี้ แต่เมื่อไปดูในรายละเอียดร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ​ ฉบับดังกล่าว ก็ชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่พูด 100 ทำ 10 เพราะหากย้อนกลับไปดูเมื่อต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา จะเห็นว่าปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่าจะสามารถโอนงบประมาณได้ประมาณ 8 หมื่นกว่าล้านบาท แต่มาจนถึงวันนี้สามารถโอนจริงได้เพียงแค่ประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาท บริหารประเทศกันแบบนี้ไม่รู้ว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมาอะไรลดลงมากกว่ากันระหว่างเป้าหมายการโอนงบกับคะแนนนิยมของรัฐบาลเอง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนอยากยกตัวอย่างสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถประหยัดงบประมาณได้มากกว่าการโอนงบประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาท แล้วนำมาช่วยเหลือประชาชน โดยตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดที่ตนต้องการยกตัวอย่างคือเมกะโปรเจกต์ด้านการยกระดับทักษะที่ชื่อว่าโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคลระดับอุดมศึกษา หรือที่เรียกว่า (Skill/Credit Portfolio) เนื่องจากโครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 โครงการที่มีชื่อเหมือนกัน แต่กระจายไปที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ มีงบประมาณรวมกันอยู่ที่ประมาณ 7 พันล้านบาท ผูกพันงบประมาณหลายปี ซึ่งปัจจุบันมีการปรับลดลงไปแล้ว แต่สิ่งที่ตนยังมีคำถามอยู่คือทำไมจึงไม่มีการปรับลดทั้งโครงการ แล้วชะลอโครงการนี้ออกไป ทำไมจึงปรับลดลงแค่บางส่วนหรือแค่ครึ่งหนึ่งของงบ 2569

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ตนมองว่าโครงการดังกล่าวมีข้อพิรุธคล้ายกับโครงการ TH-AI Passport อยู่ 3 ข้อได้แก่ 1.เงื่อนไขหลายประการใน TOR ดูมีความสุ่มเสี่ยงว่าเป็นการกีดกันมากกว่าการสนับสนุนการแข่งขัน เช่น การมัดรวมสัญญาการพัฒนาแพลตฟอร์มกับสัญญาที่เกี่ยวกับการจัดทำสื่ออยู่ใน TOR ฉบับเดียวกัน ฉะนั้น จึงอาจจะทำให้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งอาจจะไม่สามารถเข้าร่วมประกวดได้ แต่หากรัฐบาลมีการแยกสัญญาออกเป็นหนึ่งสัญญาสำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์มและอีกหนึ่งสัญญาสำหรับการจัดหาสื่อ ตนเชื่อว่าบริษัทจะสามารถเข้าร่วมประกวดได้มากขึ้น ทำให้การแข่งขันมากขึ้นตามมา

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ หากเราเจาะจงลงไปในรายละเอียดของงบจัดหาสื่อ เราจะเห็นว่ามีการออกแบบ TOR เสมือนเป็นการผูกขาดเรื่องการจัดหาสื่อไว้กับนายหน้าเจ้าเดียว เสมือนว่าจะให้คู่สัญญาดังกล่าวนำงบประมาณที่อาจจะมีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่าสัญญาไปตัดสินใจเองว่าจะให้ใครผลิตสื่อที่มาร่วมในแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงว่าคู่สัญญาอาจตัดสินใจผลิตเองทั้งหมดหรือกระจายไปเฉพาะบริษัทที่เป็นพันธมิตรเท่านั้น แต่หากเราให้คูปองนักศึกษาไปศึกษาเองก็จะทำให้มีการแข่งขันของบริษัทต่างๆ มากขึ้น

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ข้อพิรุธที่สองคือ เอื้อต่อบริษัทที่รู้ข้อสอบก่อน โดยรายละเอียดของ TOR ที่กำหนดไว้ทำให้เชื่อได้ว่าคู่สัญญาคนไหนที่ชนะนางจะต้องพัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นมาใหม่ เพราะใน TOR กำหนดไว้ชัดและค่อนข้างละเอียดว่าแพลตฟอร์มที่คู่สัญญาจะต้องทำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยฟีเจอร์หรือบริการอะไรบ้างเมื่อเป็นเช่นนี้จึงอนุมานได้ว่าใครก็ตามที่ชนะสัญญานี้ไปคงจะต้องพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ที่จะต้องตอบโจทย์ความต้องการที่กำหนดใน TOR อย่างไรก็ตามใน TOR กลับมีการไปกำหนดเกณฑ์การคัดเลือดและงวดงานไว้ เหมือนกับบีบว่าหากใครที่ชนะการประกวดได้จะต้องมีของสำเร็จรูปอยู่ในมืออยู่แล้ว เนื่องจากในเกณฑ์การคัดเลือกว่าใครจะเป็นผู้ชนะการประกวดในครั้งนี้มีการให้คะแนนเต็ม 100 คะแนนแต่ 62 คะแนนให้ไปกับการทดสอบระบบตั้งแต่วันที่มีการประกวดว่า ระบบสามารถบันทึกบทเรียนได้หรือไม่ สามารถค้นหาตำแหน่งงานได้หรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่เรื่องของงวดงานก็จะเห็นว่าในรายละเอียด TOR ก็มีการกำหนดไว้ว่าภายใน 90 วันหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว คู่สัญญาจะต้องมีแพลตฟอร์มที่พร้อมจะรองรับผู้ใช้งาน 6 แสนคนขึ้นไป และต้องมีสื่อการสอนเกิน 600 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งเป็นความย้อนแย้งที่ปรากฏใน TOR เพราะมุมหนึ่งใน TOR ก็ไปกำหนดรายละเอียดเรื่องของฟีเจอร์และสเปกไว้อย่างละเอียดจนทำให้คู่สัญญาอาจจะต้องทำแพลตฟอร์มขึ้นมา แต่ในมุมกลับกันใน TOR ก็มีรายละเอียดที่เหมือนเป็นการคาดหวังว่าบริษัทใดก็ตามที่จะชนะการประกวดได้ต้องมีของสำเร็จรูปอยู่ในมืออยู่แล้วเพื่อพร้อมที่จะทดสอบระบบนับตั้งแต่วันที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับบริษัททั่วไปอาจจะดูย้อนแย้ง แต่ตนก็กังวลและออกสงสัยไม่ได้ว่าทั้งหมดนี้ถูกทำขึ้นมาเพื่อทำให้บริษัทที่รู้ข้อสอบก่อนมีความได้เปรียบในสนามการแข่งขันนี้หรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อพิรุธข้อที่สามคือ โครงสร้างสัญญาที่อยู่ใน TOR รัฐเสียเปรียบเอกชน เพราะหากไปดูสาระสำคัญของ TOR ก็จะเห็นว่าเมื่อมีการคัดเลือกคู่สัญญาและมีการทำแพลตฟอร์มขึ้นมาแล้ว ใน TOR กลับกำหนดให้รัฐเป็นผู้เช่าระบบแทนที่จะเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มนี้เอง เมื่อเป็นเช่นนี้ฝั่งเอกชนก็มีแต่ได้กับได้ เพราะเมื่อเขาชนะและได้สัญญานี้ไปแล้วกลายเป็นว่า 4 ปีแรกเขาก็ได้รับเรื่องของลูกค้า และรายได้เข้ามา ซึ่งรายได้เหล่านั้นอาจจะเพียงพอและครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เขาอาจจะต้องใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมา กลายเป็นว่าเมื่อครบ 4 ปีหลังสัญญาไปแล้ว สิ่งที่เขาจะมีติดมือไปก็คือแพลตฟอร์มที่เขาสามารถนำไปค้าขายและหาลูกค้าใหม่ได้ ขณะที่เมื่อครบ 4 ปีแล้วรัฐกลับไม่ได้มีอะไรติดไม้ติดมือออกมา ตนคือมองว่าการทำโครงสร้างสัญญาเช่นนี้จะทำให้รัฐเสียเปรียบเอกชน และตนเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. คนปัจจุบันก็ทราบดี และได้มีการสั่งรื้อ TOR รวมถึงมีการปรับลดงบประมาณบางส่วนในร่างพ.ร.บโอนงบประมาณฯ ฉบับดังกล่าว

“แต่สิ่งที่ผมสงสัยและจำเป็นต้องถามคือ ในเมื่อโครงการนี้เหมือนจะติดกระดุมเม็ดแรกแล้วมีข้อพิรุธเต็มไปหมด เหตุใดรัฐมนตรี อว. จึงตัดสินใจเสนอให้ ครม.ยังคงงบประมาณ 5 ร้อยล้านบาทไว้ในงบปี 69 และไม่รวมในร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ฉบับดังกล่าว ทำไมรัฐมนตรีจึงไม่สั่งชะลอโครงการนี้ออกไป และไม่โอนงบประมาณทั้งหมด ในร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณวันนี้ เช่นเดียวกับโครงการในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการที่ถูกคงงบไว้ประมาณ 237 ล้านบาท” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าทั้งรัฐมนตรี อว. และรัฐมนตรีศึกษาธิการ ต่างก็เห็นถึงข้อพิรุธของโครงการดังกล่าวจึงทำให้มีการปรับลดงบประมาณบางส่วน และเชื่อว่าทั้งสองท่านไม่ได้รู้สึกผูกพันเป็นพิเศษกับโครงการดังกล่าว เพราะเป็นโครงการที่ถูกริเริ่มโดยรัฐมนตรีคนก่อน และเป็นรัฐมนตรีคนละพรรคกับรัฐมนตรีคนปัจจุบัน จึงสงสัยว่าทำไมรัฐมนตรีทั้งสองท่านไม่เสนอให้ ครม.ปรับลดงบประมาณทั้งหมดของทั้งสองโครงการนี้ในงบปี 2569 เพราะจะสามารถทำให้เราประหยัดงบได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 737 ล้านบาทเพื่อมารวมอยู่ในร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฉบับนี้

“ฉะนั้น ผมจึงขอถามว่าที่ไม่สามารถปรับลดทั้งหมดได้ติดที่ใคร หรือติดที่อะไร ที่ต้องถามแบบนี้เพราะผมได้แต่หวังว่าทั้งสองโครงการจะไม่ได้อยู่ในสถานะที่ไม่สามารถยกเลิกได้เหมือนกับโครงการ TH-AI Passport ที่มีการมองว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่างขุนทุนบางกลุ่มที่มีอิทธิพลและเป็นหนี้บุญคุณกันกับกลุ่มการเมืองสีน้ำเงินซีกรัฐบาล เพราะหากเราไปดูรายชื่อบริษัทที่ถูกเชิญเข้าไปประเมินราคา สืบราคาในโครงการ Skill/Credit Portfolio จะเห็นว่ามี 3 ใน 6 บริษัทที่มีความเชื่อมโยงบริษัทหรือเจ้าของเดียวกัน และมี 4 ใน 6 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport มีสองบริษัทที่ร่วมมือกันชนะการประกวด ที่ผมพูดมาทั้งหมดเพื่อสนับสนุนว่ารัฐบาลชุดนี้ทำช้าและน้อยไป และตัดสินใจโดยการยึดผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้งหรือไม่” นายพริษฐ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอวรงค์' เดือด! แถลงซัดเผด็จการรัฐสภา ปิดปากไม่ให้อภิปรายงบ 'TH-AI' ลุยยื่น ป.ป.ช. พรุ่งนี้

"หมอวรงค์" เดือด โวยสภาฯเผด็จการ ปิดปากอภิปราย TH-AI Passport เตือน รมว.อีดี โดนทุจริต-ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เตรียมหอบเอกสารร้องป.ป.ช. พรุ่งนี้

องครักษ์พิทักษ์ลูกเทพ ดาหน้าประท้วง 'หมอวรงค์' อภิปรายโครงการ TH-AI Passport

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์

'กรณ์' จวกออก พ.ร.บ.โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของ!

'กรณ์' ซัดรัฐบาล ออก พ.ร.บ. โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของมากกว่าบริหารการคลัง ชี้เหมือนเป็ดง่อยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ทำเพราะแก้เขิน-แก้ต่าง ว่ารัฐใช้ทุกเครื่องมือแก้ปัญหาประเทศ

'ศิริกัญญา' ประเดิมซัดโอนงบแก้วิกฤตตัวเองไม่จัดลำดับความสำคัญ!

'ศิริกัญญา' ซัด 'รัฐบาล' โอนงบแก้วิกฤตตัวเอง สะท้อนสถานะการคลังชักหน้าไม่ถึงหลัง-ใช้จ่ายเกินตัว ฉะอ้างจะนำเงินไปรองรับภัยพิบัติ แต่ตัดงบแผนบริหารจัดการน้ำ ถามจัดลำดับความสำคัญหรือไม่

ภาวุธโผล่แล้ว! ยันไม่ลาออกไม่หนีที่เงียบไปเพราะไปเตรียมข้อมูล

'ภาวุธ' ปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมเปิดใจ ยันไม่เกี่ยวข้อง ปม Forex-ไม่ชวนคนเล่น ย้ำ ไม่หนี-ไม่ลาออกจากพรรค รอข้อมูลครบ เข้าแจงดีเอสไอ ปัดตอบปมถูกขุดโยงบริษัทพี่สาวธนาธร

'เท้ง' ซัดมีกลุ่มการเมือง บิดเบือนความเห็นตุลาการศาล รธน. ไฟเขียวเลือกตั้ง สสร. 100%

"ณัฐพงษ์" ลั่นอย่าปล่อยให้กลุ่มการเมืองบิดคำพูดตุลาการว่าการเลือกตั้ง สสร.100% เป็นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย ไม่กังวลหากมีคนไปร้องศาล ชี้ มีความพยายามเหนี่ยวรั้งกระบวนการ ฟาด หากแก้กติกาสูงสุดของประเทศได้ กติกาการเมืองก็จะดีขึ้น พร้อมชวนลงชื่อหนุนร่าง รธน.ของกลุ่ม คอนฟอออล (con for all)