
“เอกนัฏ-พลพีร์”ประสานเสียง เร่งลดภาระดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน คาดเริ่มเห็นผลค่าไฟลดลงช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ รอถก “เอกนิติ” ชงนายกฯก่อน
28 มิ.ย.2569 – นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความคืบหน้าในการ แยกค่าไฟทางสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชน ว่า ทุกคนเห็นด้วยว่าจะต้องแจ้งให้ประชาชนรับทราบ และส่วนที่ถูกผลักไปในบิลค่าไฟจะต้องแยกออกมา โดยทุกหน่วยงานยินดีที่จะรับผิดชอบร่วมกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่นำเงินค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไร ให้เกิดผลเร็วที่สุด
“โดยผมเตรียมประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อแยกค่าไฟสาธารณะออกมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะต้องมีการแยกบัญชีออกมาก่อน เนื่องจากไปซ่อนอยู่ในไฟฐาน เมื่อดึงออกมาจะทำให้ค่าไฟลดลง และใช้กลไกของกพช. ไปกำหนดอัตราค่าไฟใหม่ ซึ่งหากถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ในที่สุดทั้ง 3 การไฟฟ้า จะต้องมาดูเรื่องของการเสริมประสิทธิภาพ การจัดการต้นทุน เพื่อที่จะชดเชยในส่วนที่หายไป ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ในภาพใหญ่ต้องพูดคุยกับกระทรวงการคลัง ท้องถิ่นกทม. กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และทุกหน่วยงาน ว่าในที่สุดจะบริหารจัดการกันอย่างไร แต่จะต้องดึงออกมาจากบิลค่าไฟของประชาชนก่อน” นายเอกนัฏ ระบุ
นายเอกนัฏ ยังชี้แจงถึงขั้นตอนว่าในขั้นตอนแรก เมื่อแยกค่าไฟสาธารณะ ออกจากบิลค่าไฟประชาชน จะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และกพช. ซึ่งสามารถจัดการได้ในทันที ส่วนขั้นตอนที่ 2 สามารถทำได้พร้อมกัน เมื่อดึงค่าไฟสาธารณะออกมาแล้ว ก็ไปลดอัตราค่าไฟที่ชาร์จกับประชาชนได้ ขั้นตอนที่ 1 และ 2 สามารถเกิดขึ้นได้โดยเร็ว ส่วนขั้นตอนที่ 3 ตัวรายได้ของการไฟฟ้าทั้ง 3 การไฟฟ้า จะมีรายได้ลดลง แต่ในที่สุด การไฟฟ้าทั้ง 3 ก็จะหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพ ว่าจะให้ทางหลวง ทางหลวงชนบท ท้องถิ่น กทม. จะร่วมกันรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งยังมีเวลาอยู่ แต่สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือการดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชน ซึ่งทุกฝ่ายตกลงกันว่าจะดำเนินการตามนี้
เมื่อถามว่าจะสามารถดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชนได้เร็วที่สุดเมื่อใด นายเอกนัฏ ยังคงย้ำว่า ทำเลยและทำเร็วที่สุด ซึ่งเข้าใจว่าในการประชุม กพช. นัดต่อไปเดือนกรกฎาคมจะนำเรื่องนี้เข้าหารือ เสร็จแล้วจะนำเข้าสู่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อรับฟังความคิดเห็น และจะพยายามทำให้เสร็จ ในการคำนวณรอบไฟใหม่ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมก็น่าจะเห็นผล
เมื่อถามว่าหากพูดง่ายๆค่าไฟจะลดลงกี่เปอร์เซ็นต์ นายเอกนัฏ ชี้แจงว่าเมื่อดึงไฟฐานออกมา เรามีความตั้งใจว่า จะนำไปใช้ ในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน ส่วนที่จำเป็นที่ต้องใช้มากที่สุดคือบ้านอยู่อาศัย ตนเองคิดว่า ตรงกับนโยบายที่จะลดค่าไฟของประชาชน ลงมาให้เหลือ 3 บาท โดยไม่ต้องให้ประชาชนมาแบก ส่วนนี้เราสามารถทำได้เลยทันทีที่ดึงออกมาจะทำให้ค่าไฟลดลง
เมื่อถามว่าจะต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุ จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม กพช. และ กบง.
เมื่อถามว่า ยังมีอะไรแอบแฝงในบิลค่าไฟที่ประชาชนไม่รู้อีกหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่าภาพรวมในการลดค่าไฟตนเองพูดอยู่ทุกครั้งว่า ส่วนที่ตนเองออกมาเปิดเผยอย่างค่าไฟทาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ต้องทำ แม้กระทั่งเรื่องที่เราสูญเสีย ที่เกิดขึ้นจริงก็ต้องช่วยการบริหารจัดการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ทุกคนรับผิดชอบก็ต้องบริหารจัดการ และสิ่งสำคัญ ที่เราทำมาตลอดคือการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพ ต้นทุนตรงไหนที่แพง ไปผูกสัญญาในอดีต ผูกสัญญาซื้อไฟฟ้าแพงจากโรงไฟฟ้า สัญญาแอดเดอร์ กลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่เขาเรียกว่า SPP แล้วมาบังคับให้การไฟฟ้าซื้อไฟในราคาแพง หรือในอดีตมีการประมาณการใช้ไฟที่สูงเกินไป ให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้า และไม่มีการผลิตไฟในที่สุดก็ต้องเสีย ค่าพร้อมจ่าย รวมไปถึงบางประเภทผู้ใช้ไฟ อย่าง Data Center ที่เข้ามา โดยที่เราไม่เคยมีการทบทวน ถึงอัตราที่เหมาะสม ก็จะต้องมีการกำหนด ดังนั้นเมื่อทำ 3 เรื่องนี้ก็จะทำให้ค่าไฟของประชาชนถูกลง
นายเอกนัฏ ย้ำว่า นี่คือการลดค่าไฟลงโดยไม่ได้ผลักภาระให้ใคร แต่ต้องจัดการให้ระบบมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องการหาสมการที่ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าไฟและต้องมีหน่วยงานมาแบกรับค่าใช้จ่ายตรงนี้ เพราะเฉพาะค่าไฟสาธารณะ 1 ปีมีมูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ได้สมการพอสมควรแล้ว แต่ต้องขอหารือ กับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะมีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง จากนั้นก็จะหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และจะเป็นขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป ส่วนจะต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องรอหารือตามขั้นตอนก่อน เพื่อหาสมการที่จะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เลย แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที
“หลักเกณฑ์เดียวกันคือเอาภาระออกจากประชาชน และจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับประชาชนอีก และต้องขอโทษประชาชนด้วย เพราะมาตรการเก็บค่าไฟในบิลของประชาชน เป็นมา 30 กว่าปีแล้ว ตอนนั้นผมก็อายุแค่ 10 ต้นๆ เราก็เกิดมาพร้อมกับค่าไฟ Ft ที่อยู่ในบิลค่าไฟฟ้า ต้องขอบคุณคุณเอกนัฏ ที่หยิบปัญหานี้ขึ้นมา รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชน เร็ววันนี้น่าจะรู้ว่าสมการเป็นอย่างไร” นายพลพีร์ กล่าว
ส่วนประเด็นแอดเดอร์ ต้องจะแก้ไขอย่างไรนั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า มีหลายสมการที่คุยกันแต่ขอตกผลึกทีเดียว ก่อนแถลงให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนรับทราบ เพราะต้องการให้ เป็นข้อความเดียวกันว่าเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทรงศักดิ์' ลุยฟ้องคลิปเสียงเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ไม่รู้จัก 'ส้ม – กิจ'
“ทรงศักดิ์” ไม่ทน สั่งฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานฟ้อง ปมคลิปเสียงเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียหาย ยัน ไม่รู้จัก "ส้ม-กิจ" เชื่อ ความจริงจะปรากฏ ปัด มท.ป่วนเพราะขัดแย้งขย่มเก้าอี้
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
นายกฯ สั่งศูนย์บริการประชาชน เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส ร้องเรียน ปมสอบขรก.ท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 256/2569เรื่อง การอำนวยความสะดวกในการเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส กร
คุ้ยเส้นเงินโกงสอบ! จ่อฟันข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร ‘อนุทิน-ปลัดมท.’เมินคลิป
"อนุทิน" ป้อง "ปลัด มท." หลังมีคลิปพาดพิงภรรยาปลัดเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
นายกฯ ควง ปลัดมท. เดินงาน OTOP ฝ่ากระแสคลิปเสียง ชี้คนทำผิดจะแก้ตัวพัลวัน ส่วนคนไม่ผิดก็ทำงานปกติ
นายกฯ โผล่เมืองทอง ควง “อรรษิษฐ์” เดิน OTOP เป็นวันที่ 6 ก่อนเข้าห้อง VIP หาพ่อแม่ที่มาเที่ยวงาน ขณะ “เลขาฯครม.” รุดหอบแฟ้มเอกสารให้เซ็น ชะงักวางปากกาหันดูจอทีวี นำเสนอข่าวคลิปเสียงเมียปลัดมท.เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ขออย่ามองเป็นเกมเขย่าเก้าอี้นายกฯ-ปลัดมท. ยันไม่ยกเว้นคนผิด
‘กกพ.’ แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล
แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะมาจากมติ กพช. ยกเว้นการเรียกเก็บไม่เกิน 10% ของปริมาณการใช้ในเขตพื้นที่ ขณะที่ กกพ. ทำได้เพียง เร่งรัดการไฟฟ้าติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้ ประชาชนแบกภาระเกินควร

