'สุรเดช' จี้ กมธ.งบฯ 70 สแกนงบ AI ทุกกระทรวง หวั่นใช้บังหน้าหาผลประโยชน์

'สุรเดช' ขอ กมธ.งบฯ70 ฟังข้อกังวลทุกฝ่าย ปรับ-ลด นึกถึงประชาชนในช่วงวิกฤติเป็นหลัก ลั่น จัดสรรงบ อย่าแบ่งแยกฝ่ายค้าน-รัฐบาล จี้ สแกนงบไอเอ 'ดีอี-หลายกระทรวง' หวั่นใช้บังหน้าเพื่อหาช่องแสวงหาผลประโยชน์ หลังมีแผลจนประชาชนระแวง

2 กรกฎาคม 2569 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 1 ว่า จากการติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตลอด 3 วัน หากรัฐบาลเปิดใจรับฟัง โดยไม่ได้แบ่งแยกว่า มาจากฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จะพบว่า มีข้อห่วงใย ข้อท้วงติง และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก ซึ่งแม้ที่ประชุมสภาฯ จะรับหลักการในวาระที่ 1 ไปแล้ว แต่ยังสามารถปรับลดได้ในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จึงขอฝาก กมธ.ทั้ง 72 คน ที่ที่ประชุมสภาฯแต่งตั้งขึ้น ถอดหัวโขนความเป็นฝ่ายค้านและรัฐบาลออก แล้วทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของประชาชนในการปรับหรือลดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง เพราะสถานการณ์ประเทศในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงวิกฤติ งบทุกบาททุกสตางค์ควรถูกจัดสรรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่มีวาระแอบแฝงซ่อนเร้นเหมือนการจัดทำงบที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลที่กุมเสียงข้างมากใน กมธ. สามารถชี้เป็นชี้ตายได้

นายสุรเดช กล่าวว่า ในการประชุมวาระที่ 1 มีเรื่องที่ กมธ.ควรจะต้องดูเป็นพิเศษคือ กรณีสมาชิกหลายคนอภิปรายแสดงความกังวลคือ งบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ครั้งนี้ได้รับการจัดสรรมากที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งจะเกิดกรณีโครงการ TH-AI Passport ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า มีการล็อกสเปก เขียนทีโออาร์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นพิเศษหรือไม่ และปัจจุบันรัฐบาลยังเดินหน้าอยู่ ทำให้เกิดความไม่สบายใจว่า โครงการอื่นๆ จะเกิดเรื่องในลักษณะเดียวกันหรือไม่ หรือแม้แต่กระทรวงอื่นๆ ที่ครั้งนี้มีการใส่คำว่า AI ลงไปในโครงการต่างๆ จนดูเหมือนทันสมัย เข้ากับกระแส หากแต่ไม่ชัดเจนว่า จะเกิดประโยชน์อย่างไรกับประชาชนหรือองค์กร รวมไปถึงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างไร ตนกังวลที่สุดว่า จะมีการใช้เรื่อง AI บังหน้า เพื่อเปิดทางให้กับคนที่หวังจะหากินกับโครงการต่างๆ ของภาครัฐ จึงอยากให้ กมธ.พิจารณาเป็นพิเศษ

'อยากให้ กมธ.ช่วยกันดูว่า จะเป็นการใช้เงินผิดประเภทหรือไม่ จะใช้แบบสุรุ่ยสุร่ายหรือไม่ ปากบอกให้ตรงจุด แต่ไม่ตรงจุด หนำซ้ำ ยังตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หากลงทุนตรงนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไร จะทำให้เกิดหนี้สาธารณะ เราไม่ได้มีเงินมีทองเหมือนหลายประเทศที่มีเงินเก็บ มีรายได้มาก รายจ่ายน้อย ของเรากลับกัน รายจ่ายมาก รายได้น้อย จะหวังแค่รายได้ส่งออก และท่องเที่ยวได้อย่างไร แต่ต้องมีรายได้จากการลงทุน เงินหมุนเวียนในประเทศที่จะมีมากขึ้น ดังนั้น อย่าใช้เงินสะเปะสะปะ เพราะตอนนี้เราเสี่ยงหนี้สาธารณะที่จะทะลุเพดาน' นายสุรเดช ระบุ

นายสุรเดช กล่าวว่า อีกเรื่องที่สมาชิกอภิปรายกันมากคือ การตัดลดงบจังหวัด ซึ่งในงบประมาณปี 2570 มีการปรับลดลงจำนวนมาก โดยในปี 2569 ได้รับการจัดสรร 26,330 ล้านบาท แต่ในปี 2570 เหลือแค่ 4,284 ล้านบาท ซึ่งลดลงกว่า 22,046 ล้านบาท หรือกว่า 83% ซึ่งเป็นการตัดงบอย่างรุนแรง ตนมีคำถามว่า ทำไมงบต่างจังหวัดถึงได้ตัดเยอะขนาดนั้นหรือไม่ รัฐบาลกลัวอะไร ซึ่งการกระจายอำนาจต้องทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม ที่ผ่านมาฝ่ายค้านอยู่พื้นที่ไหน งบจะไม่ค่อยลงไป แต่ในพื้นที่ของฝ่ายรัฐบาลจะลงไปจำนวนมาก ซึ่งไม่สมควรทำ เพราะกระทบกับประชาชน เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำ จะมาคิดว่า เป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลไม่ได้ เพราะเป็นตัวแทนประชาชน เป็นคนไทย อยู่พื้นไหนคือ คนไทย งบจะต้องทั่วถึงและเท่าเทียม ส่วนพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และใหญ่ จะลงไปตามสัดส่วน ควรจะเป็นแบบนั้น ไม่อย่างนั้นจะเอาแต่พวกเดียวกัน ไม่เอาคนอื่น ทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะอาสาเข้ามาบริหารประเทศ บริหารงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมาจากภาษีประชาชนทุกคน ย้ำว่า ให้เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่พวกเขา พวกเรา

นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนที่รัฐบาลอ้างว่า เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน เรื่องนี้สามารถตรวจสอบลงไปได้ว่า ซ้ำซ้อนหรือไม่ ซ้ำซ้อนตรงไหน ถ้าซ้ำซ้อนไม่มีปัญหา สามารถตัดได้ แต่ถ้าห่วงเรื่องอื่น เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เลยมาตัดงบประมาณ ตรงนี้ไม่ถูกจุด และแบบนี้จะพัฒนาอย่างไร เรื่องทุจริตต้องมององค์กรที่ถ่วงดุล ทั้ง สตง. ป.ป.ช. ที่สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ รวมถึงประชาชนสามารถร่วมกันตรวจสอบว่า การประมูลมิชอบหรือไม่ มีการฮั้วกันหรือไม่ มีช่องทางร้องเรียนจำนวนมากในปัจจุบัน และที่ผ่านมามีผู้บริหารท้องถิ่นถูกจำคุกหลายกรณี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ประกาศิต รองผู้จัดการ สสส. งบกองทุน 4,000 ล้านต่อปี คุ้มค่า-ตรวจสอบได้

จากกรณีพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกับ สส.ของพรรคลงชื่อเสนอ "ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....หรือกฎหมายกองทุน สสส." ที่เป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย สสส.ฉบับปัจจุบันที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2544

ส่อแห้ว‘ซักฟอก’! ‘อนุทิน’ยันหาวันอภิปรายใหม่ยาก/แบไต๋‘กล้าธรรม’

"อนุทิน" เผยเป็นเรื่องยากเคาะหาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าเหมาะสมสะดวกที่สุดแล้ว โยน "ปธ.สภาฯ" ตัดสินใจกำหนดวัน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศประชาชนได้ประโยชน์ บอกการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ยันพรรคร่วมฯ ไร้คลื่นใต้น้ำ

'รองโฆษกรัฐบาล' โต้ 'ภคมน' ยันตกลงเวลาซักฟอกไม่ได้ ไม่ใช่เพราะกลัวตรวจสอบ

รองโฆษกรัฐบาลโต้ “ภคมน” ปมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้ตกลงเวลาไม่ได้ ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลกลัวซักฟอก ย้ำนายกฯ ปรับภารกิจรัฐมนตรี 18 คน เตรียมพร้อมชี้แจง สวนปมดูฤกษ์ 27 ต.ค. หากมีหลักฐานขอให้เปิดเผย อย่าใช้ข้อสันนิษฐานกล่าวหาแทนข้อเท็จจริง

'ธนกร' ชวนลงทะเบียนโซลาร์เซลล์ 27 ต.ค. รัฐช่วย 5 หมื่น ลดค่าไฟ-ขายไฟสร้างรายได้

'ธนกร' ชูโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน เปิดลงทะเบียน 27 ต.ค. ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน รัฐสนับสนุนค่าติดตั้งบ้านละ 50,000 บาท

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ช่อง 'กล้าธรรม' ย้ายซบภูมิใจไทย วัดใจ 'ธรรมนัส' ยอมเลิกพรรคหรือไม่

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้แม้กฎหมายห้ามควบรวมพรรคระหว่างอายุสภา แต่ยังมีช่องทางให้ สส.กล้าธรรมย้ายเข้าสังกัดภูมิใจไทย ทั้งการเลิกพรรคตามข้อบังคับ หรือใช้มติขับ สส.ออกจ