
“ปชป.” สัมมนาพรรคฯ ที่หาดใหญ่ ระดมความเห็นรับมือน้ำท่วมเชิญ ”นายกแป้น” ถก แก้น้ำท่วม “อภิสิทธิ์”พร้อมรวมความเห็นสะท้อนรัฐบาล ห่วงเรื่องน้ำท่วมกลายเป็นการทะเลาะการเมือง ขณะที่”ชวน” ฉะ ปัญหาน้ำท่วมใต้เกิดจากการบริหารของมหาดไทย ย้ายผู้ปกครองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ด้าน“ชัยชนะ”ชูโมเดลเมืองคอน ขุดคลองเลี่ยงเมืองแก้ปัญหา ภาคเอกชน โอด 6 เดือนหลังน้ำท่วม หมดโปรพักดอกเบี้ย-เงินต้น แต่เศรษฐกิจยังซบเซาเหมือนเป็นระเบิดเวลา วอนแบงก์ลดเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อธุรกิจ
12 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนา สส.พรรคฯ ภายใต้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน ฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง ยกระดับคุรภาพชีวิต”โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคฯนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคฯและประธานสส. สส.ของพรรคฯ และสมาชิกพรรคฯ รวมถึงนายอนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมสัมมนาด้วย
โดยมีการเปิดเวทีระดมความเห็นจากภาคประชาชน และภาคธรุกิจในจังหวัดสงขลา และอำเภอหาดใหญ่ อาทิ สมาคมโรงแรม, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว, สมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่, สภาเศรษฐกิจ, สมาพันธ์ SMEs และตัวแทนมูลนิธิในหาดใหญ่ รวมตัวแทนนักวิชาการ และนักศึกษา จากทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, มหาวิทยาลัยทักษิณ, มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมถึงนายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เพื่อร่วมกันวางแนวทางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ก่อนเข้าสูช่วงความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย
โดยก่อนเริ่มสัมมนาได้เปิดวีดีโอน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่หาดใหญ่เมื่อปลายปี 2568 และการทำงานในสภาฯ ที่สส.ของพรรคฯ มีการท่วมถามการเยียวยา ชดเชย และการซ่อมแซมระบบต่างๆในการรับมือน้ำท่วมที่จะมาอีกครั้งในปลายปี 2569 ซึ่งเป็นการระดมความเห็นถึงแผนฟื้นฟูการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้จะพูด 4 ประเด็น คือ 1.เราอยากตรวจสอบเรื่องการเยียวยาการฟื้นฟูว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการได้รับการช่วยเหลือเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือน เรื่องสินเชื่อต่างๆ สถานะขณะนี้เป็นอย่างไรเพราะจากการติดตามก็ได้รับคำชี้แจงว่า บางเรื่องรัฐบาลดำเนินการเสร็จแล้ว 2.การเตรียมตัวป้องกันในฤดูฝนที่จะมาถึงนี้ ซึ่งขณะนี้ก็เป็นที่สนใจว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะงบฉุกเฉินที่จำเป็นจะต้องใช้ เพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับอุทกภัย สถานะเป็นอย่างไร 3. การเตรียมตัวเมือง เพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการสำคัญๆ ที่เคยมีการพูดกัน คืออะไร มีเรื่องไหนที่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถที่จะไปเรียกร้องผลักดันได้เพิ่มเติมมากขึ้น และ 4. ข้อเสนอของภาคเอกชนต่อการพัฒนาเมืองในอนาคต เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติบวกกับการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับพี่น้องหาดใหญ่และคนใต้
จากนั้นนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคฯ กล่าวถึงการฟื้นฟูเยียวยาหาดใหญ่ ว่า เราสู้มาตั้งแต่ต้น ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีคนที่ยังไม่ได้เงินเยียวยาประมาณไม่เกิน 1 พันคนจะมีปัญหาตกหล่นอยู่ ที่เดิมมีความพยายามรออุทธรณ์ แต่หน่วยงานยังไม่ตอบมาว่าจะให้อุทธรณ์หรือไม่อย่างไร ชาวบ้านยังคอยเรื่องนี้อยู่ แต่โดยส่วนใหญ่ของพื้นที่ทั้งจังหวัดสงขลาได้รับเงินเยียวยาแล้ว ซึ่งกรณีการอุทธรณ์เป็นเรื่องการตีความกฎหมายว่าอุทธรณ์ได้หรือไม่
ด้าน นายอดิศักดิ์ รัตนะ ในนามภาคประชาชน และเคยทำหน้าที่ในท้องถิ่น กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลผลักดันเงินเยียวยา เนื่องจาก เงินเยียวยาจำนวน 9,000 บาทนั้น ไม่เพียงพอ แต่เงินช่วยเหลือภัยพิบัติส่วนใหญ่ ท้องถิ่นจะไม่จ่ายตั้งแต่ปี 2567 โดยอ้างว่า ไม่มีการเรียกร้อง ซึ่งขณะนี้ภาพรวมจังหวัดสงขลา น่าจะยังมีประชาชนที่ไม่ได้รับเงินจำนวน 4,000 คน
ขณะที่นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ กล่าวถึงปัญหาของภาคธุรกิจในการเข้าถึงสินเชื่อ ที่ภาครัฐได้จัดเตรียมไว้ ว่า สินเชื่อที่ภาครัฐอนุมัตินั้น มีการพักดอกเบี้ย 6 เดือน พักเงินต้น 1 ปี แต่สภาพคล่องใหม่ๆ ก็มีนโยบาย และโครงการให้กับธนาคารที่เกี่ยวข้อง แต่การเข้าถึงและอนุมัติยังยากลำบาก เพราะธนาคารก็ยังต้องตรวจสอบเครดิตบูโรของผู้ประกอบการ จึงเสนอว่า ควรลดหย่อนเกณฑ์ และตรวจสอบอัตราความสำเร็จของโครงการย้อนกลับไปที่ธนาคารพาณิชย์ว่า สามารถอนุมัติได้เท่าไร มิเช่นนั้นจะเป็นเสมือนระเบิดเวลา เพราะขณะนี้ ครบเวลาการพักดอกเบี้ย 6 เดือนแล้ว แต่สภาพเศรษฐกิจในสงขลา และหาดใหญ่ยังซบเซา ทำให้ผู้ประกอบการต้องเริ่มกลับมาชำระดอกเบี้ย และปลายปีเมื่อเข้าฤดูฝน ก็จะครบ 1 ปี ที่ผู้ประกอบการจะต้องกลับมาจ่ายเงินต้นต่อเช่นเดิมด้วย ทั้งที่สภาพเศรษฐกิจในสงขลาและหาดใหญ่นั้น พบว่ากำลังซื้อหาย และภาคธุรกิจโรงแรมยังกังวล เพราะใกล้จะถึงหน้าน้ำในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายสร้างความมั่นใจ นอกจากการป้องกันและวิธีการอื่น ยังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว
ด้านนักวิชาการ และนักศึกษา อาทิ อาจารย์พัตรธีรา สุวรรณวศ์ หัวหน้าสาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยาหาดใหญ่ และนายนวพล เพ็ชรทูล ผู้แทนนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ อยากให้ผู้นำท้องถิ่น หรือรัฐบาล สำรวจพื้นที่หาดใหญ่ว่า จุดใดเป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือจุดพื้นที่สูงน้ำไม่ท่วม เพื่อใช้เป็นพื้นที่อพยพ และเตรียมความพร้อมในการขนย้ายสิ่งของ เพื่อลดความเสียหาย พร้อมเรียกร้องให้เร่งความชัดเจน หาดใหญ่โมเดล เพื่อให้ประชาชนในหาดใหญ่ทราบว่า จะต้องอพยพไปที่จุดใด และข่าวที่ออกไปจะต้องเป็นความจริง เพราะผู้ปกครองของนักศึกษาหลายคนก็เป็นกังวล รวมถึงการสอน และการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษา เพราะนักศึกษารุ่นใหม่ ๆ ยังไม่รับทราบมาก่อนว่า จะต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง รวมถึงยังประสานงานกับภาครัฐยาก นักศึกษาและสถานศึกษาต้องจัดการกันเอง
ขณะที่นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ชี้แจงว่า ขณะนี้ในพื้นที่ต้องการขยายแก้มลิงให้สูงขึ้น จากนั้นก็ลอกคู ซึ่งที่หาดใหญ่ มีขนาด 430 กิโลเมตร ตอนนี้เราลอกได้แค่ 200 กว่ากิโลเมตร จึงตั้งงบฯ และโอนมาอีก 50 ล้านบาท เพื่อลอกได้อีกประมาณ 80 กิโลเมตร แต่ยังเหลืออีก 100 กว่ากิโลเมตร ซึ่งเราจะต้องหาทางทำให้เสร็จก่อนน้ำมา โดยตอนนี้ก็พยายามลอกทุกวัน รวมแล้วตอนนี้เราทำได้ประมาณ 220 กิโลเมตร และกำลังจะ e-bidding จำนวน 50 ล้านบาท เพื่อจะลอกให้อีกประมาณ 80 กิโลเมตร ถ้าไม่ลอกน้ำจะล้นเข้าบ้านหมดเหมือนที่ภูเก็ต น้ำรอระบาย ส่วนรถ 150 คัน และอุปกรณ์อะไรต่างๆ ทก็จมน้ำหมด แต่ตอนนี้เงินสะสมเราก็หมดแล้ว ทั้งยังไม่ได้งบอะไรจากงบกลางเลย แต่ประมาณการเงินจากงบกลางที่จะใช้ซ่อมรถประมาณ 200 ล้านบาท แล้วลอกคูประมาณ 60-70 ล้านบาท
นายกแป้น กล่าวต่อว่า สำหรับโคลนที่อยู่หน้าบ้านประชาชน ไม่มีทางที่จะล้างลงคูได้ ต้องใช้รถดูดโคลเพื่อเอาไปทิ้งนอกเมืองระยะทาง100 กว่ากิโลเมตร ซึ่งยากลำบากมาก เพราะรถดูดโคลนที่เรามีก็จมน้ำหมด ตอนนี้ใช้ได้เพียง 2-3 คัน และเราก็พยายามใทำอยู่ทุกวัน ซึ่งระยะทาง 400 กว่ากิโลเมตรมันทำยากมาก
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคฯดูแลภาคใต้ กล่าวว่า สำหรับแผนรับมือนั้น เบื้องต้น ตอนนี้เราเห็นตรงแล้วว่า 1.ไม่มีการประชาสัมพันธ์ การเตือนภัยประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ 2.ไม่มีสถานที่พักพิงในยามอุทกภัย ตนมองว่าโดยหลักการทางผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน แล้วเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมามาร่วมกัน จากนั้นต้องขอยกเว้นระเบียบ เช่น การนำเครื่องสูบน้ำของชลประทาน มาตั้งสูบน้ำให้กับเทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคอหงส์ เพราะต้องมาเบิกน้ำมันในท้องถิ่น นี่คือการบูรณาการโดยจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักก่อน รวมไปถึงกับแผนป้องกันต่างๆ ที่ภาคเอกชนระบุนั้นผู้ว่าฯ ก็ต้องเป็นหลักก่อนเช่นกัน
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาระยะกลางคือการจัดทำงบฯ ต้องประมาณการได้ว่าน้ำที่ไหลผ่านหาดใหญ่กี่ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และประมาณการล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนทางน้ำของเมือง หลังมีการถมพื้นที่พัฒนาแล้ว กับที่ยังไม่ได้พัฒนาเมือง ทางผังเมืองต้องมาคุยกันเรื่องนี้ใหม่ ว่าจะมีมาตรการอย่างไร จะมีแผนพัฒนาเพิ่มหรือไม่ ซึ่งพื้นที่หาดใหญ่รับน้ำทั้งหมดเพื่อออกทะเลสาบสงขลา ดังนั้นเราต้องกำหนดให้ได้ว่าปรับผังเมืองอย่างไร ขณะที่ระยะยาว สำหรับงบฯ ขุดคลองเลี่ยงเมืองที่มีอยู่ รัฐต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เช่นที่นครศรีธรรมราช เดิมก็เหมือนหาดใหญ่ คือน้ำจากเทือกเขาหลวงไหลผ่านเมืองนครศรีธรรมราช อยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อัตราการระบายน้ำ 250 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อขุดคลองเลี่ยงเมือง ก็ระบายน้ำได้ที่ 750 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะฉะนั้นหาดใหญ่ก็ต้องมาถอดบทเรียนตรงนี้
ทั้งนี้ยังมีภาคประชาชนราย 1 พยายามที่จะสะท้อนปัญหาในพื้นที่ เนื่องจาก พบพื้นที่โครงการหนึ่งโครงการ ที่นายกแป้น บอกว่า ต้องลอกคู ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่ถูกใช้หมดไปกับเรือ 100 ลำมูลค่า 96 ล้าน จึงขอตั้งคำถามว่า ใครมีหน้าที่ลอกคู เพราะปัญหาคือนักบริหารขาดทักษะในการบริหาร แทนที่จะมาสนใจเรื่องคูของนายกแป้น แต่กลับไปสนใจเรื่อง EV จึงเห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่งจะมาคุยเรื่องน้ำท่วม ก่อนย้ำว่า หากนักบริหารมีความรู้ความสามารถ งบประมาณ 530 ล้านบาทของ อบจ.กลับถูกใช้ไปในการขนขยะ 408 ล้าน
ทั้งนี้บรรยากาศระหว่างนั้นเริ่มระอุขึ้น ทำให้นายอภิสิทธิ์ ต้องรีบตัดบทว่า เรามาวันนี้เพื่อมาหาคำตอบ ถึงความทุกข์และความกังวลของชาวหาดใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ภาคประชาชนสะท้อนไม่สำคัญ สิ่งที่ภาคประชาชนสะท้อนนั้น คนที่อยู่ที่นี่ก็ไม่สามารถตอบได้ว่า ใช่หรือไม่ใช่ แต่ต่อจากนี้จะเกิดประเด็นตอบโต้ชี้แจงจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนถึงตอนนี้ ตนกังวลเพราะ 2-3 วันก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่ ตนมีความรู้สึกว่า มีความพยายามทำให้เรื่องน้ำท่วมกลายเป็นทะเลาะกันทางการเมือง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่ จึงขอให้ส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้เพื่อตรวจสอบต่อไป แต่วันนี้สิ่งที่อยากได้ คือจะทำอย่างไรเพื่อคลายกังวลให้กับชาวหาดใหญ่ ผ่านการติดตามโครงการที่ยังมีความจำเป็นอยู่
ขณะที่นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวตอนหนึ่งในช่วงท้ายของการพูดคุยแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ว่า จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่ถือว่ามีความพร้อม ที่สุดในภาคใต้เนื่องจากมีชลประทานในพื้นที่ แต่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเพิ่งจะย้ายมาจากจังหวัดกระบี่ ทั้งหมดเกิดจากการบริหารของกระทรวงมหาดไทยที่ย้ายผู้ปกครองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ไม่ได้สนใจเรื่องการทำงาน แค่จะย้ายไปอยู่จังหวัดนั้นเพื่อช่วยการเลือกตั้งได้ เพราะถ้าพูดถึงความพร้อมแล้วไม่มีที่ไหนพร้อมเท่ากับที่นี่ จึงอยู่ที่ผู้บริหารที่จะประสานให้ได้ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ชลประทาน มาใช้ประโยชน์ทั้งอุปกรณ์ต่างๆก็อยู่ที่นี่ ดังนั้นการบริหารจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในเรื่องการแก้ปัญหาเพราะหัวหน้าทีมในการแก้ปัญหาในพื้นที่คือผู้ว่าราชการจังหวัด
สำหรับผลการระดมความเห็นของทุกฝ่ายในจังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ในครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ จะได้รวบรวม และนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป แต่ภาวรนาว่าจะให้มีน้ำท่วมขึ้นมาอีก และอย่าให้มีการเลือกตั้ง เพราะเดี๋ยวจะมีการโยกย้ายผู้ว่าฯอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อภิสิทธิ์' นำ สส.ปชป. ลุยหาดใหญ่ ยันฝ่ายค้านมุ่งเป็นปากเสียงให้ชาวบ้าน ไม่ต้องการความขัดแย้ง
พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนา สส. ที่จังหวัดสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ แก้มลิงคลองเรียน ซึ่งเป็นจุดรับและชะลอน้ำรองรับน้ำป่าและน้ำฝนจากพื้นที่ตอนบน เพื่อไม่ให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจของหาดใหญ่รวดเร็วเกินไป
หนูโปรยยาหอม ทำ งานถวายหัว ป้องนํ้าท่วม‘ใต้’
นายกฯ นำทัพลงสงขลา ลั่นมาด้วยความกลัวทำไม่ได้ ยกตัวเองเป็นจำเลยที่หนึ่ง บอกไม่เคยทอดทิ้ง เร่งซ่อมคลอง ร.1 เสร็จก่อนสิ้นปี ยาหอมพร้อมทำงานถวายหัว “ภราดร”
'จูรี' ตอก 'ภราดร' ฟังแต่คนใกล้ตัว เลยไม่รู้งบแก้น้ำท่วม 99 ล้าน ไม่ลงหาดใหญ่ แต่ไปอยู่ในพื้นที่หัวคะแนนพรรคน้ำเงิน
นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อัดคลิปโต้กรณีที่นายภราดร ปริศนานันทกุลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาให้ข้อมูลเรื่องงบงบประมาณในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ว่า ตนอยากบอกว่าอย่าฟังข้อมูลการรายงานจากคนใกล้ตัวเท่านัน เพราะ ประเด็นที่ตนตั้งข้อสังเกตุคือ งบฯ 99 ล้านบาทที่ภาคเอกชนขอเป็นโครงการเร่งด่วนป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ปรากฏว่าไม่มีในส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่
แม่ยก ปชป. อบรม 'นางแบกสีน้ำเงิน' เพื่อประเทืองปัญญา ควรรู้หน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่สักแต่จะปกป้องรัฐบาล
นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับ และผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความตอบโต้ผู้สนับสนุนรัฐบาลภูมิใจไทยที่ออกมาโพสต์เรียกร้องให้ฝ่ายค้านลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
'อนุทิน' บอกชาวสงขลา ด่าได้เลยไม่มีปัญหา ลั่นทำงานถวายหัว ขอ สส.ยกจังหวัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าไปเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย
'นายกแป้น' สวน 'ภราดร' งบแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ถูกตัดหมด แจงเทศบาลเหลืองบ 42 ล้าน ไม่ใช่ 200 ล้านตามที่รัฐมนตรีพูด
นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อัดคลิปชี้แจงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตัดงบปี 70 แก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ว่า งบถูกตัดหมด

