ไม่เอาเกียรติยศมาเล่น! โสภณลั่นไม่ยื้อคดี 'ศักดิ์สยาม'

ประธานสภาย้ำไม่ยื้อคดี 'ศักดิ์สยาม' ใช้ดุลพินิจตาม กม. ลงนามตั้งกรรมการแล้ว พร้อมเร่งแก้ปัญหาอาคารรัฐสภาก่อนหมดประกัน ย้อนถามทำหนังสือจี้ตอบกระทู้ แล้วยุคนั้นนายกฯ มาตอบไหม

16 ก.ค.2569 - ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังแถลงผลงานสภาผู้แทนราษฎร 122 วันพลิกโฉมสภาฯ แก้ปัญหาเพื่อประชาชน ถึงการจะพัฒนารัฐสภาให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ในอนาคต แต่เร็วๆนี้ประกันของสภาฯ กำลังจะหมดแล้ว และยังมีจุดต่างๆที่ชำรุด หากหมดระยะประกันไปรัฐสภาอาจจะต้องใช้งบประมาณของภาษีประชาชนมาซ่อมแซม ประธานสภาฯมีการกำหนดแนวทางอย่างไร ว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน ตนได้เชิญเลขาฝ่ายอาคารไปหารือว่าหมดสัญญาแล้วให้เร่ง ซึ่งตนไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งแจ้งผู้รับจ้างประเด็นไหนที่ต้องซ่อม เป็นนโยบายของตนให้แก้ไข ฉะนั้น ก่อนหน้านี้ได้เร่งรัดไปแล้วตั้งแต่มารับตำแหน่งใหม่ ส่วนกระบวนการในรายละเอียดที่จะซ่อม ตนก้าวล่วงไม่ได้และแทรกแซงไม่ได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า มีหลายคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นมาและมีการทวงถามความคืบหน้าคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ที่จะต้องส่งให้ประธานส่งต่อศาลฎีกา มีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน และสามารถส่งต่อได้เมื่อใด นายโสภณ ​กล่าวว่า เมื่อฝ่ายค้านยื่นมาก็นำไปสู่กระบวนการตรวจสอบรายชื่อ แต่การตรวจสอบรายชื่อครั้งนี้มีฝ่าย สว.ที่ลายมือชื่อไม่ตรงอยู่ 2 คน ฝ่ายธุรการจึงให้ส่งเอกสารคืนไปที่วุฒิสภาเพื่อให้ยืนยันรายชื่อ จากนั้น สว.ได้ยืนยันรายชื่อมา กระบวนการจึงใช้เวลาพอสมควร ก่อนที่เรื่องจะมาถึงตนได้มีการเชิญเลขาธิการสภาฯ มาถามว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ขั้นตอนใด หลังจากนั้นเรื่องมาถึงตนเองในวันที่ 25 มิ.ย. 69 ซึ่งในวันที่ 27-28 มิ.ย.69 สภาฯ ก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณากฎหมาย สัปดาห์นั้นตนยุ่งยังไม่ได้ดู จนวันที่ 2 ก.ค. 69 ถึงได้มาดูรายละเอียด ได้คำตอบคือ กฎหมายให้ตนใช้ดุลยพินิจ จึงไปดูว่าในอดีตที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น หลายกรณีประธานก็ใช้วิธีตั้งคณะกรรมการหมด เพราะศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในนามองค์กร คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาในนามองค์กร แต่ตนกฎหมายให้พิจารณาโดยใช้ดุลยพินิจ หากจะให้ใช้ดุลยพินิจ ตนยอมรับว่าความรอบคอบ ความรอบรู้กฎหมาย ไม่พอ จึงใช้วิธีตั้งคณะกรรมการ โดยวันที่ 15 ก.ค. ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งเป็นคนนอก และมีคนในมีเพียง 2 คนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ฉะนั้น คณะกรรมการชุดนี้จะให้ความเห็นตนเองในการดำเนินการต่อไป

”ผมไม่ได้ยื้อเวลา เพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องยื้อ แต่เหตุผลคือจะใช้ดุลยพินิจอย่างไร จึงไปดูในอดีตที่ผ่านมาว่าเขาทำอย่างไร“นายโสภณ กล่าว


เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบ ตามสมควร เขาทำเร็วก็เร็ว กระบวนการหรือแนวคิดเป็นไปตามกลไกกฎหมาย ความเห็นต่างกันได้แต่ต้องหาข้อสรุปโดยหลักของกฎหมาย ที่จะนำมาพิจารณา ย้ำว่าคณะกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีความน่าเชื่อถือ ท่านไม่เอาเกียรติยศของท่านมาทำเล่น

เมื่อถามถึงกรณีที่อาจมีการยื้อไปจนถึงปิดสมัยประชุมสภาฯ อาจจะมีคนตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการฟอกขาว หากไม่ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา นายโสภณ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ากรรมการจะใช้เวลาเท่าไร ยืนยันว่าเป็นไปตามข้อกฎหมาย ส่วนคนจะฟอกขาวหรือไม่ ดูที่ว่าเขาตัดสินอย่างไร ถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนี้ ที่ทะเลาะกันทุกวันนี้ก็คือ “ถ้า” เป็นแบบนี้ถึงทะเลาะกัน

เมื่อถามว่า มีการตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการทำหน้าที่ระหว่างประธานและฝ่ายค้านว่า นายโสภณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเองกลางที่สุดแล้ว ฝ่ายรัฐบาลกล่าวหาว่าตนเองไม่เป็นกลาง ดูการประท้วงหรือไม่ เวลารัฐบาลประท้วงฟังไม่ขึ้นสักเรื่อง แต่ที่ฝ่ายค้านประท้วง ประเด็นใดฟังขึ้นตนก็รับฟัง ความไม่เป็นกลางมากล่าวหาลอย ๆ ใครก็พูดได้

“ถ้าผมจะตัดสินเข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผมต้องสร้างศัตรูอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายค้านยังเคยชมเวลาผมวินิจฉัยถูกใจท่าน ผมบอกไม่ต้องชม เปิดคลิปดูได้ หากวินิจฉัยถูกใจก็ว่าผมดีชอบชม ฝ่ายนี้ก็ไม่ชอบ ฉะนั้น ผมก็เลือกวิธีใช้ข้อบังคับเป็นหลัก“นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ประธานในที่ประชุม ทั้ง 3 คน ต้องใช้ข้อบังคับ ดังนั้น จึงมอบหมายให้ไปแก้ข้อบังคับที่ไม่สามารถนำไปสู่การปฎิบัติได้ เพราะประธานในที่ประชุมหนักใจ อย่างการใช้คำว่าดุลยพินิจของประธานเมื่อวินิจฉัยแล้วก็ต้องจบ ตนอยู่สภาฯ ตั้งแต่ปี 2544 เรื่องในสภาฯ จบแล้วก็คือจบ แต่หลัง ๆ มานี้ไปจบที่การแถลงข่าว คนชอบก็บอกว่าตนเป็นกลาง คนไม่ชอบ ตนเองเป็นกลางอย่างไรก็บอกว่าตนเองไม่เป็นกลาง จึงไม่จำเป็นจะต้องบอกว่าเป็นกลางหรือไม่ เพราะตนยึดข้อบังคับ

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีไม่ค่อยมาตอบกระทู้สด เพราะติดภารกิจสำคัญของฝ่ายบริหาร ซึ่งในสมัยที่นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ ได้ทำหนังสือไปถึงฝ่ายบริหาร ในสมัยนี้จะทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้มาตอบกระทู้สส. สักครั้งหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ทำแล้วสมัยนั้น นายกฯ มาตอบไหม อยู่ที่ความชอบรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย อยู่ที่ข้อบังคับ คุณจะไปตำหนิท่านไม่ได้ เพราะข้อบังคับให้มอบหมายได้ ฉะนั้น คนไปเปรียบเทียบยุคนี้ยุคนั้น ต้องดูรูปธรรมที่เกิดขึ้น ตนจึงไม่ชอบด้อยค่าฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ แต่เอาผลของการกระทำ แม้แต่ในอดีตนายกฯ ก็เคยหารือกับตนเองว่าทำอย่างไรจะมาตอบกระทู้ ตนเองบอกว่าต้องแก้ข้อบังคับ ไม่ให้เลื่อนตอบกระทู้ หากเลื่อนจะต้องมีเหตุผลเขียนให้ชัดเจน กติกาบ้านเมืองจบด้วยกฎหมาย หากกฎหมายบอกให้ทำได้แล้วเราไม่ยอมรับกฎหมาย ประเทศนี้เดินไม่ได้

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โสภณ' ชูผลงาน 122 วันดันกฎหมายมากสุด-ประชุมไม่ล่ม

'โสภณ' ปลื้มผลงาน 1 สมัยประชุม ดันกฎหมายมากสุด-คุมประชุมไม่ล่ม วางงานอนาคตดันกฎหมายปลดล็อก-แก้ปัญหาประเทศ พร้อมของ สส.พึงสังวรณ์การตัดสินใจในสภา ขอความร่วมมือใช้เวลาสภาให้คุ้มค่า

ถอนหายใจ! 'เท่าพิภพ' ประเมิน 3 เดือน 'โสภณ' สอบตก ผ่านกม.น้อย-ทำโครงการไม่เกี่ยวข้อง-ใช้งบไม่ตรงจุด

'เท่าพิภพ' ประเมิน 3 เดือน 'โสภณ' สอบตก ผ่านกฎหมายน้อย-ทำโครงการไม่เกี่ยวข้อง-ใช้งบไม่ตรงจุด ซัด สภาฯถึงจุดต่ำสุด หลังเซ็นเซอร์สไลด์สส. ขอทำสภาฯโปร่งใส อย่าแค่พูดคำสวยหรู ยก 'ชวน หลีกภัย' เป็นต้นแบบประธานสภาฯ

'ฝ่ายค้าน-สว.' จับมือจี้ 'โสภณ' ส่งรายชื่อให้ประธานศาลฎีกาคุ้ยคดี 'ศักดิ์สยาม'

'ฝ่ายค้าน - สว.' แท็กทีมทวงถาม 'โสภณ' ส่งรายชื่อ ให้ประธานศาลฎีฎาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตรวจสอบ ป.ป.ช. ตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม' ซุกหุ้นหรือยัง จี้ต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ บอกไม่มีเหตุผลให้ดึงเช็งจนปิดสมัยประชุม

"โสภณ" ชูสภายุคใหม่เป็น "สภาของประชาชน" อย่างแท้จริง เปิดพื้นที่ขายของดีทั่วไทย เพิ่มรายได้ รับมือเศรษฐกิจ ปลื้มอ่างทองวันเดียวขายกว่า 3 แสน คาด 3 วันทะลุ 1 ล้าน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวขณะเดินเยี่ยมชมสินค้าท้องถิ่นและของดีประจำจังหวัดที่นำมาวางจำหน่าย

21 นักวิชาการอาวุโส ออกแถลงการณ์ จี้ กกต.ส่งคดีฮั้ว สว.ถึงศาลฎีกา

กลุ่มนักวิชาการอาวุโส 21 คน ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่ามีข้อกังขาและหลักฐานเชิงประจักษ์เ