'ศิริกัญญา' ชี้ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจน แก้ปัญหาไม่ได้ แนะรัฐเคลียร์ข้อมูลตัวเองก่อนโยนภาระประชาชน

'ศิริกัญญา' สับระบบบัตรคนจน จวกเกณฑ์แข็งตัวทำคนเดือดร้อนจริงตกหล่น แนะ ใช้ระบบคะแนนคัดกรอง แทนเกณฑ์ตายตัว เตือน 'รัฐบาล' เร่งคลีนข้อมูลตัวเอง ก่อนโยนภาระอุทธรณ์ให้ประชาชน

20 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 12.50 น. ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่าระบบเละเทะมีปัญหามากจริงๆ จากการที่จะคัดคนออกให้ได้มากที่สุดตามที่ได้กำหนดงบประมาณเอาไว้ ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาจากการใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากเกินไปทำให้คนที่เดือดร้อนจริงๆ ตกหล่นจากมาตรการเหล่านี้

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า รัฐบาลก็รีบกลับลำอย่างรวดเร็วเหมือนรีบร้อนไปหน่อย เช่นวันนี้ก็เป็นเรื่องของรถยนต์ นักศึกษาที่ยากจน แต่คิดว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ไปตรงไหนก็เจอ เพราะทางกระทรวงการคลังไม่ได้เช็กข้อมูลที่มาจากกระทรวงอื่นๆ ว่าถูกต้องมากน้อยแค่ไหน จึงเป็นภาระของประชาชนที่ต้องเดินทางไปอุทธรณ์ด้วยตัวเอง

​น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์ที่มีปัญหาที่สะท้อนว่าคนเดือดร้อนจริงหรือไม่จริง ทั้งเรื่องรถยนต์เก่าและรถจักรยานยนต์เก่าก็มาใส่ในรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนซับซ้อนมากกว่านั้น มาใช้เกณฑ์ตายตัวว่าจะต้องผ่านคุณสมบัติทุกข้อแบบนี้ไม่ได้เพราะมีความละเอียดอ่อน เช่น บางคนอาจรายได้น้อย บางคนมีสินทรัพย์แต่ไม่สามารถนำมาประกอบอาชีพได้แล้ว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ดังนั้น สิ่งที่เราเสนอถ้าอยากจะคัดกรองคนจริงๆ ควรใช้ระบบคะแนนมากกว่าให้ผ่านทุกคุณสมบัติ แล้วตัดสินว่าเขาควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ในช่วงที่รัฐบาลมีงบประมาณจำกัดมากๆ เราก็เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบพุ่งเป้า แต่ถ้าพุ่งเป้าก็ต้องมีข้อมูลที่แม่นยำมากพอ ไม่เช่นนั้นความตั้งใจที่จะคัดคนจนจริงๆ ก็จะกลายเป็นว่าคนจนจริงไม่ได้รับ การช่วยเหลือ

​เมื่อถามว่า เป็นเพราะงบประมาณเป็นงบประจำเยอะ ทางฝั่งรัฐบาลเองก็ยืนยันในหลักเกณฑ์ ต้องใช้งบประจำให้กับคนที่จำเป็นจริงๆ พอที่จะต่อรองได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เข้าใจดีว่าเขากำหนดไว้ตั้งแต่ต้นว่า 4.2 หมื่นล้านบาทใช้กับโครงการนี้ ทำให้มีผู้รับสิทธิ์ได้ไม่เกิน 10 ล้านคน แต่ก็สามารถลงในรายละเอียดในการสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาคัดกรองให้ดีกว่านี้ ดีกว่าการมีรถหรือไม่มีรถเกิน 1 คันหรือมีหนี้เกิน 1 แสนบาทหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงเขาก็มีความเดือดร้อนที่สุดท้ายก็จะถูกตกหล่น

"รัฐบาลเองก็ยอมรับแล้วว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ให้ได้ประมาณ 9-10 ล้านคน ถ้ามีคนที่เข้าคุณสมบัติมากกว่านี้ สามารถที่จะขยายงบประมาณออกไปได้ ก็ขอให้กลับมาทบทวนหลักเกณฑ์จริงๆ จังๆ ถึงวิธีการที่จะตัดสินว่าใครควรได้รับไม่ได้รับควรจะต้องเป็นแบบไหน แล้วแบบไหนถึงจะคัดคนยากจนให้ได้รับความช่วยเหลือจริงๆ" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

​เมื่อถามถึง กรณีที่รัฐบาลเตรียมโยกคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่มีเสียงสะท้อนว่าไม่มีเงินเติมนั้น มองอย่างไร น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นรางวัลปลอบใจคนที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ มีระยะเวลาค่อนข้างสั้นเพียงแค่ 2 เดือน อย่างที่หลายคนบอกว่าไม่มีเงินอีก 40% ที่จะมาเติม ก็ยิ่งสะท้อนว่า ภาครัฐอยากที่จะมุ่งเป้าช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน แต่วันนี้ต้องบอกว่างบประมาณที่เคยใช้ไปกับโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็น 4 เท่าของงบประมาณ ที่จะมาใช้ช่วยเหลือคนจน ที่เดือดร้อนจริงๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

​"ดังนั้น เมื่อมุ่งเป้าก็ตระหนี่ถี่เหนียวมาก ๆ พอวันไหนบอกไม่มุ่งเป้าแล้วอยากจะให้เป็นไทยช่วยไทยพลัส คุณก็เหวี่ยงแหโดยไม่แคร์อะไร และใช้เงินให้หมดได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ก็ไม่ใช่วิธีการคิดนโยบายที่รัดกุมรอบคอบ แล้วก็มาตามแก้ปัญหาภายหลังเยอะแยะเต็มไปหมด" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

​เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการยื่นอุทธรณ์จะล่าช้าจากการทำงานของระบบราชการ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา แต่โชคดีที่มีการขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 20 ก.ย. อย่างไรก็ตามปัญหาอยู่ที่ตัวข้อมูลของรัฐบาลเอง ถ้าไม่สามารถที่จะทำความสะอาดข้อมูลได้ ความถูกต้องตรงไปตรงมา และเรื่องความผิดพลาดต่างๆ ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน

"ต่อให้มีเวลาอุทธรณ์ แต่หากรัฐบาลยังเคลียร์ข้อมูลของตัวเองไม่จบสิ้น ก็ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้แม้จะมีการยืดระยะเวลาออกไป ขอให้รัฐบาลตรวจสอบจุดนี้ รวมถึงพิจารณา กศน. ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย ที่มีปัญหาเช่นกัน ต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลของภาครัฐเอง ให้ถูกต้องก่อน ก่อนมารับเรื่องร้องเรียนอุทธรณ์ของประชาชน" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดือด! 'เพนกวิน' ซัด 'รองหน.ปชน.' ทัศนคติต่อสิทธิมนุษยชนแย่มาก คำพูดเหมือนพวกผู้นำเผด็จการ

เพนกวิน ซัด อาจารย์ต้น-วีระยุทธ ทัศนคติต่อสิทธิมนุษยชนแย่มาก เป็นคำพูดที่พวกผู้นำเผด็จการ ทั้งในอดีตและปัจจุบันชอบพูดกัน

‘หนู’ไม่กลัวซักฟอก คุยลั่น!ถามอะไรมาตอบได้หมดยืนยันเสียงรัฐบาลเข้มแข็ง

"อนุทิน" เกทับซักฟอกไม่ใช่ข่าวใหม่ รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นปีละครั้ง คุยลั่นตอนนี้ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่รัฐบาลของประชาชนชาวไทย ไม่ต้องเก็งข้อสอบเพราะทำงานทุกวัน ปฏิเสธไม่เกี่ยวฮั้ว สว. เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ยันรัฐบาลเข้มแข็ง "เท้ง" ชี้รัฐบาลที่เข้าสู่อำนาจแบบไม่ถูกต้องพยายามใช้อำนาจต่อเติมกำแพงให้หนาขึ้น

'ไอติม' จับตา กกต. ส่อเป่าคดีฮั้ว สว. 31 ส.ค.นี้ ปชน. เตรียมเปิดหลักฐานทิ้งทวน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวสรุปพร้อมเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินของฝ่ายค้าน ในการติดตามคดีการฮั้ว สว.บนเวทีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ว่า คาดว่า กกต.จะมีการลงมติในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. นี้ ซึ่งฝ่ายค้าน ก็จะจัดกิจกรรมในวันที่ 29-30 ส.ค. เพื่อเป็นการทิ้งทวน

นายกฯหนู ลั่นถามอะไรมาตอบได้หมด ไม่ต้องรอซักฟอก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าจะมีการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาหน้าแน่นอน กังวลหรือไม่ โดยนายอนุทินย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า

'เท้ง' โวยลั่นการเมืองไทยไม่เห็นหัวประชาชน องค์กรอิสระยังถูกตั้งคำถาม

“เท้ง” เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน ชำแหละปัญหาเชิงโครงสร้าง อัดอำนาจรัฐไม่เคยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตั้งคำถามกลไกตรวจสอบถ่วงดุล-ที่มาองค์กรอิสระ

'แก้วตา ธิษะณา' ประกาศยื่นลาออกพรรคประชาชนแล้ว

น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งว่าได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน และได้ลงนามในเอกสารลาออกเรียบร้อยแล้ว โดยได้มอบอำนาจให้ผู้แทนนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นต่อพรรคตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ