'สุรเดช' ชงใช้ท้องถิ่นคัดกรองบัตรคนจน แก้ปมคนจนจริงหลุดสิทธิ์

'สุรเดช' ชี้ ยกเครื่องมาตรการคัดกรอง-พิสูจน์รายได้ หลังถูกโวยปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แนะใช้กลไกท้องถิ่นสำรวจ เหตุใกล้ชิดปชช.-ได้ข้อมูลเร็ว เป็นปัจจุบันมากกว่า

20 กรกฎาคม 2569 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคัดกรองคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า เป็นอีกครั้งที่ต้องมีการปรับเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับสิทธิ สวัสดิการ และการช่วยเหลือของรัฐ ก่อนหน้านี้เคยเกิดปัญหาในช่วงลงทะเบียนรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60 : 40 ล่าสุดเรื่องโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพบว่า มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในปีนี้ ไปยื่นอุทธรณ์ทวงสิทธิ์ ตัวเลขเมื่อวันที่ 20 ก.ค. มีมากถึง 2.7 ล้านราย เรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือ เรื่องการถือครองรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ทำให้เสียสิทธิดังกล่าวไป ทั้งที่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์บางคันเก่า พัง จอดทิ้งไว้เฉยๆ รวมถึงมีฐานะยากจน หรือกรณีนักศึกษานอกระบบแห่กันลาออก เพราะกลัวว่า จะไม่ได้รับสิทธิ ซึ่งรัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหา โดยการเสนอให้กระทรวงการคลังทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้

'ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อน วิพากษ์วิจารณ์ หากแต่เรื่องการพิสูจน์สิทธิ หรือที่บางคนเรียกว่า พิสูจน์ความจน ความแม่นยำ และความครอบคลุมของระบบคัดกรอง การใช้เกณฑ์รายได้ สินทรัพย์ หรือเงื่อนไขการใช้สิทธิทางภาษีเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว มักเกิดปัญหาตกหล่นแทบทุกรอบ รวมถึงปัญหาคนจนจริงๆไม่ได้ แต่คนได้จนไม่จริง และแม้เราจะพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความสะดวก แต่สุดท้ายแล้วก็ยังมีช่องว่างสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอยู่ดี และทำให้การช่วยเหลือของรัฐไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง'

นายสุรเดช กล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต หรือเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ตนจึงอยากเสนอแนะรัฐบาลให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ รวมถึงปรับปรุงระบบคัดกรอง โดยเปลี่ยนจากการวัดรายได้แบบตายตัว มาเป็นการประเมินความเปราะบางแบบรอบด้าน ให้ความสำคัญกับภาระค่าใช้จ่ายจริง และภาวะพึ่งพิงของแต่ละครัวเรือน

นายสุรเดช กล่าวว่า นอกจากนี้ ต้องเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลภาครัฐ (Big Data) ร่วมกับสถาบันการเงินและท้องถิ่นให้เป็นปัจจุบันที่สุด เพื่อลดภาระให้ประชาชน ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องใช้กลไกท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในเรื่องการตรวจสอบและรับรองสิทธิ เพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งจะมีความแม่นยำมากกว่าส่วนกลาง

'กระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลท้องถิ่นคือ เครื่องมือสำคัญของภาครัฐที่นำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. นายกเทศมนตรี หรือแม้แต่ อสม. คนเหล่านี้ใกล้ชิดกับชุมชน รู้ข้อมูลแต่ละครัวเรือน อย่างกรณีเรื่องรถยนต์ รถเตอร์ไซค์ สามารถเข้าไปตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว และรายงานข้อมูลเข้ามาเก็บยังภาครัฐได้ เพื่อจะใช้ในโอกาสต่อไป ไม่จำเป็นจะต้องให้ประชาชนเดินทางมายื่นอุทธรณ์ ทำเอกสารอะไรให้ยุ่งยาก ที่จะเป็นภาระกับประชาชน' นายสุรเดช ระบุ

นายสุรเดช กล่าวว่า ตนเห็นว่า รัฐบาลควรยกระดับบทบาทของบัตรสวัสดิการจากการเป็นเพียงเงินอุดหนุน เงินช่วยเหลือ ค่าครองชีพ ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวมาใช้เครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยอาจปรับเงื่อนไขการใช้วงเงินให้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยการสนับสนุนให้ใช้จ่ายกับร้านค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือในระยะยาว แทนการไหลเวียนกลับไปสู่กลุ่มทุนขนาดใหญ่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยายวัย 72 ขายลูกชิ้น เก็บของเก่าเลี้ยงชีพถูกตัดสิทธิบัตรคนจน หอบสังขารไปต่อคิวอุทธรณ์

ประชาชน เกษตรกรและผู้สูงอายุจากหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 แห่ยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาบุรีรัมย์ เนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคนที่ยื่นอุทธรณ์ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์

'ศิริกัญญา' ชี้ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจน แก้ปัญหาไม่ได้ แนะรัฐเคลียร์ข้อมูลตัวเองก่อนโยนภาระประชาชน

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่าระบบเละเทะมีปัญหามากจริงๆ จากการที่จะคัดคนออกให้ได้มากที่สุดตามที่ได้กำหนดงบประมาณ

แห่อุทธรณ์บัตรคนจน! ชาวยะลาแน่นธนาคาร หลังไม่ผ่านเกณฑ์สิทธิปี 69

ชาวยะลาแห่ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังผลคัดกรองปี 2569 ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวนมาก หลายรายระบุระบบยังแสดงข้อมูลครอบครองรถ ทั้งที่ขายหรือเลิกใช้ไป

ยายวัย 85 ชวดบัตรคนจน เหตุระบบขึ้นมีเก๋ง 2 คัน สุดท้ายพบเป็นพ่วงข้าง

ยายวัย 85 ปี ชาวหาดใหญ่ ต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนและเก็บของเก่าขายประทังชีวิต แต่กลับไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังระบบระบุครอบครองรถ 2 คัน ก่อน สท.เล็ก ลงพื้นที่ตรวจสอบพบเป็นเพียงรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 2 คัน โดยหนึ่งคันถูกขโมยไปนานกว่า 7 ปี เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นอุทธรณ์คืนสิทธิ์ พร้อมช่วยซ่อมรถและผลักดันรับสิทธิผู้พิการ