รู้จักสารต้องห้าม 'ฟูโรซีไมด์' ทำ 'พิชฌามลณ์' นักแบดฯไทย ถูกพักแข่งชั่วคราว

เกิดประเด็นสำคัญกับทัพแบดมินตันไทยในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หลัง “พิ้งค์” พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวทีมชาติไทย ถูกสั่งพักการแข่งขันชั่วคราว หลังมีรายงานผลตรวจสารต้องห้ามเป็นบวก และตรวจพบ ฟูโรซีไมด์ (Furosemide)

ตามข้อมูลขององค์กรตรวจสารต้องห้ามนานาชาติ หรือ ITA ระบุว่า ตัวอย่างของพิชฌามลณ์ ซึ่งเก็บจากการตรวจนอกการแข่งขันเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น พบสารฟูโรซีไมด์ และถูกบันทึกเป็น Adverse Analytical Finding (AAF) หรือผลวิเคราะห์ที่ผิดปกติ

ฟูโรซีไมด์ เป็นยาขับปัสสาวะ ที่ใช้ทางการแพทย์มาเป็นเวลานาน โดยออกฤทธิ์ช่วยให้ไตขับน้ำและโซเดียมออกจากร่างกายทางปัสสาวะมากขึ้น แพทย์อาจใช้รักษาภาวะที่มีน้ำคั่งในร่างกาย เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีอาการบวมน้ำ โรคไตบางชนิด โรคตับที่มีอาการบวม/ท้องมาน รวมถึงภาวะความดันโลหิตสูงในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม ฟูโรซีไมด์ไม่ได้เป็น “สารกระตุ้น” ในความหมายของยาที่ใช้เพื่อเพิ่มกำลังหรือความสามารถทางกายโดยตรง แต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารต้องห้ามของ WADA (World Anti-Doping Agency) หมวด S5 – Diuretics and Masking Agents หรือยาขับปัสสาวะและสารบดบัง

เหตุผลสำคัญคือยาขับปัสสาวะสามารถทำให้ร่างกายขับน้ำออกและเพิ่มปริมาณปัสสาวะได้อย่างรวดเร็ว จึงอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดในวงการกีฬา

หนึ่งในวัตถุประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นคือ การลดน้ำหนักจากการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษในกีฬาที่มีการแบ่งรุ่นตามน้ำหนัก เช่น มวย ยูโด หรือกีฬาต่อสู้บางประเภท

นอกจากนี้ การเพิ่มการขับปัสสาวะยังเป็นเหตุผลหนึ่งที่สารกลุ่มนี้ถูกจัดอยู่ในประเภท Masking Agents เนื่องจากอาจส่งผลต่อความเข้มข้นของสารบางชนิดในตัวอย่างปัสสาวะ และอาจถูกนำไปใช้เพื่อพยายามบดบังการตรวจสารต้องห้ามบางประเภท

ด้วยเหตุนี้ WADA จึงกำหนดให้ฟูโรซีไมด์เป็นสารที่ ห้ามใช้ทั้งในและนอกการแข่งขัน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และได้รับอนุญาตตามกระบวนการ TUE (Therapeutic Use Exemption)

สำหรับนักแบดมินตันที่มีสุขภาพปกติ ฟูโรซีไมด์ไม่ได้เป็นยาที่จำเป็นต่อการเพิ่มสมรรถภาพในการเล่นแบดมินตัน และไม่ได้ช่วยเพิ่มกำลัง ความเร็ว ความทนทาน หรือความแม่นยำโดยตรง

ในทางกลับกัน หากใช้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ยาขับปัสสาวะอาจทำให้เกิดการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตต่ำ หรือความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสมรรถภาพของนักกีฬาได้
ดังนั้น ประโยชน์ของฟูโรซีไมด์ในทางการแพทย์จึงแตกต่างจากการใช้ในวงการกีฬา โดยเฉพาะในกีฬาที่ต้องใช้ความเร็ว การเคลื่อนที่ต่อเนื่อง และความแม่นยำอย่างแบดมินตัน

สำหรับกรณีของพิชฌามลณ์ การตรวจพบฟูโรซีไมด์เป็น AAF และการถูกพักการแข่งขันชั่วคราว ยังไม่ใช่คำตัดสินลงโทษขั้นสุดท้าย และจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะในขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าฟูโรซีไมด์เข้าสู่ร่างกายของนักกีฬาจากแหล่งใด หรือมีวัตถุประสงค์ในการใช้เพื่ออะไร

นักกีฬายังมีสิทธิดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว้ รวมถึงการขอตรวจวิเคราะห์ ตัวอย่าง B (B-sample) ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ประเด็นสำคัญในเวลานี้คือ “ตรวจพบสาร” ไม่ได้เท่ากับการมีข้อสรุปถึงเจตนาหรือเหตุผลที่สารเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งยังต้องรอการดำเนินการตามกระบวนการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทุกช็อต คือโอกาสของชัยชนะ… เบื้องหลังนักแบดฯไทยที่ไม่เคยหยุดพัฒนา

“ทุกชัยชนะบนสนามที่โลกเห็น มีอีกนับพัน 'ช็อต' เบื้องหลังที่ไม่มีใครเคยเห็น.…ทุกคนต่างมีบททดสอบและชัยชนะในแบบของ