“ยงยศ” พร้อมยอมรับหากกฎหมายกำหนดวาระกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเหลือ 5 ปี เชื่อไม่กระทบผู้ดำรงตำแหน่งเดิม ยืนยันค่าตอบแทนปัจจุบันเหมาะสม พร้อมเรียกร้องรัฐบาลหนุนกองทุนพัฒนาสตรีอำเภอละ 1 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
7 สิงหาคม 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยศ แก้วเขียว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย กล่าวถึงข้อเสนอลดวาระกำนันและผู้ใหญ่บ้านให้เหลือ 5 ปี ว่า ไม่ว่าจะมีการเสนอกฎหมายอย่างไร ทุกฝ่ายต้องยอมรับและปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเห็นว่าผลจากการแก้กฎหมายจะไม่กระทบต่อผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว แต่ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งเดิมยังคงอยู่จนถึงอายุ 60 ปี ทั้งนี้ ปัจจุบันการทำงานของกำนันและผู้ใหญ่บ้านมีระบบประเมินที่เข้มงวดอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงข้อดีข้อเสียระหว่างการดำรงตำแหน่งจนถึงอายุ 60 ปี กับการกำหนดวาระคราวละ 5 ปี นายยงยศ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้เปลี่ยนเป็นวาระ 5 ปี ขณะที่ข้อดีของการปฏิบัติหน้าที่จนถึงอายุ 60 ปี คือความต่อเนื่องในการทำงาน โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลดีในอนาคต พร้อมยืนยันว่าหากมีการแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรกระทบกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบทบาทของกำนันและผู้ใหญ่บ้านอาจซ้ำซ้อนกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาล นายยงยศ กล่าวว่า การบริหารราชการแผ่นดินในระดับประเทศมีทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทำหน้าที่ถ่วงดุลกัน ส่วนในระดับพื้นที่ กำนันและผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ดูแลประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนดูแลปัญหายาเสพติดและความมั่นคง
ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ด้านการพัฒนาพื้นที่ ขณะที่กำนันและผู้ใหญ่บ้าน นอกจากรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว ยังมีหน้าที่นำนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติในพื้นที่ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการมองว่ากำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวคะแนนให้พรรคการเมือง นายยงยศ กล่าวว่า ทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิรักหรือชื่นชอบพรรคการเมืองตามนโยบายของแต่ละพรรค การมีหัวคะแนนก็เหมือนกับการมีพรรคพวก แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ต้องไม่มีการซื้อเสียง หรือบังคับประชาชนให้เลือกตามความต้องการของตน
นายยงยศ กล่าวว่า ในฐานะข้าราชการสามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ห้ามนำตำแหน่งหน้าที่ไปใช้ในการชักนำหรือบังคับประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
สำหรับค่าตอบแทนของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน นายยงยศ กล่าวว่า ตำแหน่งดังกล่าวเป็นงานจิตอาสา ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ต้องการทำความดี โดยมองว่าค่าตอบแทนในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม เว้นแต่จะมีการเพิ่มภาระงาน
ปัจจุบันกำนันได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท ผู้ใหญ่บ้าน 10,000 บาท และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 8,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีช่องทางได้รับค่าตอบแทนจากภารกิจอื่น เช่น การไกล่เกลี่ยตามกระบวนการของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม หากผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียน จะได้รับค่าตอบแทนการไกล่เกลี่ยคดีละ 1,000 บาท
นายยงยศ ยังกล่าวถึงกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเคยได้รับงบประมาณปีละ 300 ล้านบาท โดยปัจจุบันชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยได้จัดตั้งชมรมสตรีระดับอำเภอ เพื่อผลักดันการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่
พร้อมกันนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณผ่านกองทุนพัฒนาสตรีในแต่ละอำเภอ อำเภอละ 1 ล้านบาท รวม 878 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้กลุ่มสตรี โดยยืนยันว่าไม่ใช่การเรียกร้องเพิ่มค่าตอบแทนให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน แต่ต้องการนำงบประมาณไปกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และให้ผู้นำในพื้นที่เป็นตัวอย่างในการประกอบอาชีพสร้างรายได้แก่ประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระทึก! พายุถล่มบ้านพังทั้งหลัง ทับสองตายายติดคาซาก
เกิดพายุกระโชกแรง พร้อมลมหมุนพัดผ่านบ้านเรือนชาวบ้าน ภายในหมู่บ้านบุญเยิง หมู่ที่ 2 ตำบลแสลงพันธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.
นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน
ผู้ใหญ่บ้านชิงมอบตัว หลังโดนแจ้งจับลวงเด็กหญิง 13 ปี ล่วงละเมิดทางเพศ
มีความคืบหน้า คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 13 ปี นักเรียนชั้น ป.6 เตรียมขึ้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต อ.นาแก จ.นครพนม ถูกผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 (ตำแหน่งในขณะนั้น) พื้นที่ ต.วังยาง อ.วังยาง จ.นครพนม ล่อลวงไปย่ำยีในบ้านช่วงภรรยาไปทำบุญที่ สปป.ลาว คืนวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยผู้ปกครองแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเมื่อวันที่ 28 เมษายน ภายหลังทราบผลทางการแพทย์ จึงได้แจ้งความเพิ่มเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 69
สส.พรรคส้ม ยกมือไหว้ขอโทษ หา 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ตัวดีทั้งนั้นเอี่ยวยาเสพติด
นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้อภิปรายในสภาพาดพิงถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดว่า สืบเนื่องจากการอภิปรายเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อสัปดาห์
อคติใต้เสื้อคลุมคนรุ่นใหม่! พรรคส้มกับการมองข้าม 'เส้นเลือดฝอย' ของประเทศ
การออกมาน้อมรับคำวิจารณ์และประกาศตั้งกรรมการสอบวินัยของพรรคประชาชน ต่อกรณี "ภัณฑิล น่วมเจิม" สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจดูเป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อให้เรื่องยุติลงตามระเบียบที่ควรจะเป็น
ฝ่ายค้านเดือด! 'สาธิต' จี้ 'ปชน.' รับผิดชอบ 'สส.' ทำองค์กร 'กำนัน-ผญบ.' เสียหายแบบเหมารวม
การทำให้องค์กร กำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นสถาบันพื้นฐาน การปกครองประเทศ เขาเสียหายแบบเหมารวม ของท่าน ส.ส.ที่พูดในสภาผู้แทนราษฎร สถานที่ที่ต้องมีวุฒิภาวะที่เหมาะสม

