ขำไม่ออก! ณัฐพงษ์บอกอย่าเอาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาสะกดการชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน

'ณัฐพงษ์' นำทีมฝ่ายค้านชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ช่องงบ 2 แสนล้านหลัง หวั่นงบกระจายเข้าผู้รับเหมา-เสี่ยงเพิ่มภาระลูกหลาน เตือนกระทบวินัยการคลัง

26 ส.ค.2569 - ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงการพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและ สร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศว่า วันนี้มีการวางตัวผู้อภิปรายมีเนื้อหาหลายด้าน แต่ความคุ้มค่าของโครงการ ครม.จะนำไปใช้อย่างไร อีกส่วนสำคัญคือ การพิจารณาการอนุมัติ พ.ร.ก. ครั้งนี้ แล้วถ้าสภามีอำนาจความชอบพิจารณาด้วยรัฐธรรมนูญตามมาตรา 172 ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นไปเพื่อการรักษาความมั่นคงเศรษฐกิจในประเทศหรือไม่ และประการที่สองดูว่ามีเหตุความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ ซึ่งในส่วนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา คำฉบับเต็มให้ความเห็นชัดเจนว่าอำนาจของศาลมีอำนาจวินิจฉัยเพียงวรรคหนึ่ง

“ดังนั้น วันนี้ตัว พ.ร.ก. กลับเข้ามาสู่สภาให้สมาชิกทุกคนอภิปรายโดยใช้อำนาจของรัฐสภาพิจารณาทั้ง 2 ส่วน ไม่อยากให้ตีกรอบเผื่อบางคนให้เหตุผลอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ ครม.ตราโดยใช้อำนาจเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว และอาจจะบอกว่าคำวินิจฉัยของศาลผูกพันกับทุกองค์กรทำให้ตีกรอบอภิปรายไม่ได้เยอะ ยืนยันว่าสภายังมีอำนาจในส่วนนี้ในการพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วน 2 แสนล้านบาท หลังในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เนื่องจากรัฐบาลถือเสียงข้างมากในสภา พ.ร.ก.ฉบับนี้จะผ่านการอนุมัติจากสภาอยู่แล้ว แต่ในฐานะฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในส่วนของ 2 แสนล้านบาทหลัง ที่เป็นก้อนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ซึ่งการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวอาจใช้หลายปี แหล่งเงินทุนที่นำมาใช้ในการลงทุนอาจไม่มีความจำเป็นใช้แหล่งเงินกู้จากรัฐบาลโดยตรงอย่างเดียว ยังมีเงินจากภาคเอกชนในรัฐวิสาหกิจ 3 การไฟฟ้า รวมถึงเงินกองทุนต่างๆ ที่จะเข้าช่วยในการลงทุนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ อย่าลืมว่าเงินกู้สุดท้ายกลับไปเป็นภาระของลูกหลานในอนาคต และฝ่ายค้านจะพูดถึงเนื้อหาสาระเกี่ยวกับความเหมาะสมในการใช้เงินว่ารัฐบาลมีความจำเป็นรีบด่วนอย่างไร หรือเหมาะสมหรือไม่ใช้ข้ออ้างการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมาตรา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในก้อน 2 แสนล้านบาทหลัง

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงข้อมูลการใช้งบอาจเอื้อให้กับผู้รับเหมารายใดหรือไม่ว่า ให้ติดตามการอภิปรายของ สส. ในวันนี้ที่ได้เห็นเนื้อหาบางส่วน ให้พิจารณาว่าโครงการต่างๆ ที่รับทราบว่ารัฐบาลเตรียมนำเงิน 2 แสนล้านบาทหลังไปใช้ ตกลงช่วยเปลี่ยนผ่านโครงสร้างจริงหรือไม่ หรือเพียงโครงการติดโซล่า ในทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโซล่าไฟข้างทาง หรือโซล่าในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นประโยชน์ไม่ได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้ ซึ่งการช่วยลดภาระประชาชนด้านค่าไฟมีเงินกองทุน และช่องทางงบประมาณอื่นที่สามารถใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องตราเป็น พ.ร.ก.

เมื่อถามถึงการจัดทัพ สส. พรรคประชาชนในการอภิปราย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สส. ทุกคนเป็นแม่ทัพในการอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นผู้อภิปรายตรวจสอบการใช้การใช้งานในส่วนนี้ ขอให้ติดตามว่ามีใครบ้าง การอภิปรายครั้งนี้เตรียมอภิปรายเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เงินอยากเห็นวิธีการใช้เงินที่ถูกต้องในสถานการณ์ที่ประเทศไทยต้องอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง ที่การคลังแคบลง แล้วต้องการเห็นการลงทุนเพื่อเกิดการเปลี่ยนผ่านในการสร้างพลังงานที่ดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' ซัดดีเอสฟ้องปิดปากพ่วงสั่ง กกต.คดีฮั้วต้องส่งศาลเท่านั้น!

'ณัฐพงษ์' ซัดดีเอสไอ ฟ้องปิดปากคนเปิดข้อมูลฮั้ว สว. เตือน กกต.ใช้อำนาจให้ถูกต้อง ระวังของเข้าตัว ย้ำต้องส่งศาลเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ชี้ถูก – ผิด

'เท้ง' มั่นใจ 'คดี44สส.' เป็นการทำหน้าที่ยื่นแก้ม.112 โดยสุจริต ต้องการประชาธิปไตย

ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน

'เท้ง' ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ จี้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

หัวหน้าพรรค ปชน. ประณามเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

'อนุทิน' ลั่นรัฐบาล-รมต.พร้อมตอบศึกซักฟอกทุกข้อหากอภิปรายผลงาน!

'อนุทิน' ไม่กังวล 'เท้ง' ซักฟอก บอกถ้าฮั้วสว.มีจริงน่ารังเกียจ แต่ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง หากฝ่ายค้านอภิปรายผลงาน รมต.พร้อมตอบ