“โฆษก กมธ.กฎหมายลูก” การันตีปิดประตูตาย “ส.ว.-ตศร.-องค์กรอิสระ” เป็นผู้จัดตั้ง-สมาชิกพรรค เหตุต้องมีความเป็นกลาง เผย ที่ประชุมเคาะวันนี้
17 มี.ค.2565 - ที่รัฐสภา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ... ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ประชุมกมธ.วิสามัญฯ จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อปลดล็อคให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ(ตศร.) และองค์กรอิสระ สามารถจัดตั้งพรรคการเมืองและเป็นสมาชิกพรรคได้ ว่า ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ประเด็นอยู่ที่ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากมธ.วิสามัญฯ ได้ประชุมเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนที่จะมาก่อตั้งพรรคการเมือง จุดประสงค์เพื่อให้การจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้น อีกทั้งให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสจัดตั้งพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น ฉะนั้นในหลายข้อเสนอที่เกิดขึ้นเป็นข้อเสนอให้ผ่อนปรนมากขึ้น เช่น อายุของผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองในกฎหมายเก่าคือ 20 ปี และมีข้อเสนอใหม่ว่าอาจจะเป็น 18 ปีหรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่มีข้อสรุป
นายสมชัย กล่าวอีกว่า 1ใน3 ร่างกฎหมายพรรคการเมืองที่รับหลักการมา ได้มีการกล่าวถึงว่าให้ยกลักษณะต้องห้ามคนที่จะเป็นส.ส. เดิมลักษณะต้องห้ามของคนที่จะสมัครส.ส.ได้ถูกนำมาใช้เป็นลักษณะต้องห้ามของคนที่จะมาจัดตั้งพรรคการเมืองด้วย โดยร่างหนึ่งมีการกล่าวถึงว่าให้นำลักษณะต้องห้ามดังกล่าวออกไป ซึ่งมีประมาณ 18-19 ข้อ และในที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันว่าการยกออกทั้งหมดไม่เหมาะสม เช่น ตศร. องค์กรอิสระ ส.ว. ไม่น่าจะมีบทบาทที่มาจัดตั้งพรรคการเมืองได้ ซึ่งเราได้อภิปรายชัดเจน และที่ประชุมส่วนใหญ่แม้กระทั่งส.ว.เองก็เห็นด้วย เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าส.ว.ต้องมีความเป็นกลาง รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆเป็นผู้ที่กำกับดูแลกิจการต่างๆให้เป็นกลางและเป็นธรรมที่สุด จึงไม่เหมาะสมที่บุคคลเหล่านี้มีสิทธิและเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมืองได้ ดังนั้น สิ่งที่จะประชุมกันในวันนี้ คือเราจะกลั้นกรองลักษณะต้องห้ามจำนวน 18-19 ข้อ โดยอาจนำลักษณะต้องห้ามที่คิดว่าไม่สำคัญ และไม่จำเป็นตัดออกไป เช่น การถือครองหุ้นสื่อ หรือแม้กระทั้งนักการเมืองท้องถิ่น หากอยากจัดตั้งพรรคการเมืองก็สามารถจัดตั้งได้ เป็นต้น แต่ส่วนที่ยังจำเป็นและต้องห้ามอยู่ก็ยังคงต้องค้างไว้
“ยืนยันว่าโอกาสที่จะบอกว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ส.ว. จะสามารถจัดตั้งพรรคการเมืองได้นั้นปิดตาย เพราะกมธ.วิสามัญฯไม่ยอมเด็ดขาด และวันนี้จะมีการลงมติกัน ส่วนที่จะนำเสนอในที่ประชุมวันนี้คือเพื่อให้การจัดตั้งพรรคการเมืองง่ายขึ้น อาทิ จำนวนของผู้ก่อตั้ง เงินทุนประเดิมเริ่มต้นในการจัดตั้งพรรคการเมือง สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่กมธ.วิสามัญฯหยิบยกกันว่าจะทำอย่างไรให้สะดวกและง่ายขึ้น วันนี้อาจจะมีคำตอบเพิ่มเติมมากขึ้น” นายสมชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
5 พรรคการเมืองรับลูก 'ปริญญา' ชงแก้กฎหมาย!
'5 พรรคการเมือง' รับข้อเสนอ 'อ.ปริญญา' แก้กฎหมาย ยกเลิกจำคุกแทนค่าปรับ-แก้ไขบัตรเลือกตั้ง สส.เขต เพิ่มชื่อผู้สมัครและพรรค ลดความสับสนปชช. -ปิดช่องใช้บัตรข้ามเขต
เลขาฯกกต. รับจัดเลือกตั้ง 69 เกิดข้อผิดพลาด ฟุ้งนำกล้องวงจรปิดติดทุกหน่วยเลือกตั้ง
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง โดยทั้งสองเรื่องนี้ แต่ที่ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้
'อดีตผู้ว่าฯนนท์' ผงาด! สว. ไฟเขียวนั่ง 'ผู้ตรวจการแผ่นดิน'
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งเป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน
‘อธิบดีปกครอง’ ลงดาบฟ้องหมิ่น ‘สมชัย-2กูรูไอที’
กกต.เชิญนักกฎหมายมหาชนเป็นพยานสู้คดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด “อธิบดี ปค.” แจ้งความฟัน “สมชัย-2 ผู้เชี่ยวชาญไอที” บอกกรมการปกครองถูกแฮกเกอร์เจาะข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านชื่อรั่วไหล
อธิบดีกรมการปกครอง แจ้งความเอาผิด 'อ.สมชัย-2 กูรูไอที' กล่าวเท็จ ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านชื่อรั่วไหล
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ นายจีราวัฒน์ พรหมเหมา ผู้รับมอบอำนาจ แจ้งความดำเนินคดี ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา บอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดที่มีโทษทางอาญาอื่นที่เกี่ยวข้อง
เปิดสูตร 'ทุจริตเชิงนโยบาย' ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นักวิชาการอิสระ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมเขียนเมื่อสามปีก่อน ดูเหมือนยังใช้ได้ ทุกยุคทุกสมัย"

