โผมท.-คลองหลอดฝุ่นตลบ สิงห์น้ำเงินผงาด แต่ไม่ยกแผง

ปกติการจัดทัพ-ทำโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ซี 10 ของกระทรวงมหาดไทย ทั้ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย-อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด-ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับความสนใจจากแวดวงการเมืองพอสมควร ไม่แพ้โผทหาร-โผตำรวจ ยิ่งในช่วงการเมืองพีกๆ เช่น จะมีการเลือกตั้งใหญ่ หรือการเมืองแรงๆ มีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจการเมือง โผมหาดไทยก็จะอยู่ในความสนใจของแวดวงการเมืองตามไปด้วย

สำหรับโผคลองหลอด-มหาดไทยปีนี้ ความเคลื่อนไหวในวงการ ยุทธจักรสิงห์ ร่ำลือกันทั่วคลองหลอด ไปถึงศาลาว่าการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศว่า “โผล็อตแรก” มีแนวโน้มจะเอาเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 11 ส.ค.นี้ โดยจะเป็นโผ ปรับเปลี่ยน-โยกย้าย ในระดับ 10 หรือเรียกกันว่าโผย้ายระนาบเดียวกัน เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดใดที่เกษียณกันยายนนี้ แล้วจะมีการย้ายผู้ตรวจราชการกระทรวง หรือย้ายผู้ว่าฯ จากจังหวัดอื่นไปนั่งเป็นผู้ว่าฯ แทน ก็จะทำในโผล็อตแรก เช่น ปีนี้มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเกษียณ 1 คนคือ สันติธร ยิ้มละมัย หากจะเอาอธิบดีหรือผู้ว่าฯ คนไหนไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยแทน ก็จะอยู่ในโผล็อตแรก เช่นเดียวกันปีนี้มีอธิบดีเกษียณ 2 คนคือ พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน และพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง หากฝ่ายการเมืองจะเอาผู้ว่าฯ คนใดมาเป็นอธิบดี 2 กรมดังกล่าว ก็จะทำรายชื่ออยู่ในโผล็อตแรกที่อาจเข้า ครม. 11 ส.ค.

 เว้นแต่มีปัญหาเรื่องการทำโผบางตำแหน่ง ที่เรียกกันว่า โผไม่ลงตัว จากเหตุปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะหากถูกการเมืองแทรก เช่น ฝ่ายการเมือง รัฐมนตรี สส.พรรครัฐบาล ไม่พอใจมหาดไทยจะส่งคนมาเป็นผู้ว่าฯ ในจังหวัดตัวเอง แล้วเคลียร์กันไม่ลงตัว ก็อาจทำให้โผมหาดไทยเจอโรคเลื่อน ต้องขยับออกไป ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

จากนั้นพอโผแรกที่เป็นโผย้ายระนาบเดียวกันเสร็จ ก็จะเว้นช่วงไว้สักระยะ เพื่อทำโผแต่งตั้ง-เลื่อนขึ้นเป็นโผล็อต 2 ต่อไป

โผมหาดไทยล็อต 2 ก็เช่น หากมีการย้ายผู้ว่าฯ จังหวัดใดไปเป็นผู้ว่าฯ จังหวัดอื่น หรือเป็นอธิบดี-รองปลัดฯ-ผู้ตรวจราชการกระทรวง ที่ก็ทำให้ตำแหน่งว่าง พอตำแหน่งว่างก็จะมาดูว่ามีตำแหน่งว่างรวมกี่ตำแหน่ง ที่ใดบ้าง จากนั้นจะมีการเลื่อนพวกระดับ 9 รองผู้ว่าฯ-รองอธิบดี ขึ้นไปเป็นซี 10 แทน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะต้องมีการเรียกพวกระดับ 9 ที่มีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ มาสัมภาษณ์แสดงผลงาน โชว์วิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย จากนั้นกรรมการจะส่งผลทั้งหมดไปให้ปลัดมหาดไทยไปพิจารณา เพื่อนำชื่อไปใส่ไว้ในโผแต่งตั้งมหาดไทยล็อต 2 ต่อไป แต่ตรงนี้ก็เป็นแค่กระบวนการทางราชการ เพราะสุดท้ายขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองที่จะมาดูด้วยว่า จะเอาใครขึ้นไปเป็นผู้ว่าฯ ถึงต่อให้ได้คะแนนประเมินดี แต่หากฝ่ายการเมืองไม่เอาก็แป๊ก ที่ข่าวว่ากระบวนการตรงนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ 

ซึ่งพอเริ่มมีข่าวว่ากำลังจะมีการขยับทำโผมหาดไทยในเดือนสิงหาคมนี้ ไปจนถึงกลางเดือนกันยายน ทำให้แวดวงนักปกครองเริ่มขยับจนลือกันว่า ช่วงสิงหาคม คลองหลอด-มหาดไทย คงฝุ่นตลบ เพราะเรื่องการวิ่งเข้าหาผู้ใหญ่ในมหาดไทย-ฝ่ายการเมือง เพื่อให้ตัวเองมีตำแหน่งที่ดีขึ้น สูงขึ้น ใหญ่ขึ้น เรื่องแบบนี้ยุทธจักรสิงห์ไม่แพ้วงการอื่น ขนาดว่าบางรอบ พวกสีกากี-ตำรวจที่ว่ากันว่าวิ่งเก่งแล้ว ยังแพ้พวกสิงห์คลองหลอด ที่วิ่งเร็ว-วิ่งนาน-วิ่งไม่หยุด-วิ่งทุกรูปแบบ ในช่วงแต่งตั้งโยกย้าย ทำให้นับแต่นี้ คลองหลอด-มหาดไทย อยู่ในช่วงฝุ่นตลบ แต่ฝุ่นนักวิ่งของสิงห์คลองหลอดจะตลบไปถึงแถวซอยรางน้ำหรือไม่ ก็น่าคิด  

 สภาพการณ์ดังกล่าว ทำให้น่าสนใจว่า อนุทิน-มท.1 จะจัดทัพทำโผมหาดไทยอย่างไร ให้คนมหาดไทยเห็นว่า “สิงห์น้ำเงิน” ไม่ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งหลักมากเหมือนโผมหาดไทยหลายรอบที่ผ่านมาในยุคอนุทินเป็น มท.1 จนเกิดคำกล่าวขาน สิงห์น้ำเงินผงาดยกแผง

และยิ่งกับสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าการทำโผมหาดไทยยิ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มหาดไทยเจอภาพติดลบจากกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จนอนุทินประกาศต้องการรีเซตมหาดไทย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ และสลายขั้วสิงห์มหาดไทย ไม่ให้มีการทำโผแบบแบ่งสี-แบ่งค่ายมหาวิทยาลัยแบบในอดีต แต่เน้นสนับสนุนให้โอกาสคนเก่ง ประวัติดี ผลงานเด่นมารับตำแหน่งหลัก ทั้งอธิบดี-ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

แต่กระนั้นก็มีคำถามเกิดขึ้นในกลุ่มสิงห์คลองหลอดตามมาว่า ที่อนุทินต้องการรีเซตมหาดไทย โดยเริ่มจากโผมหาดไทย ที่ออกมาแล้วต้องดี ได้รับการยอมรับมากขึ้นกว่าโผมหาดไทยช่วงหลังๆ สุดท้ายแล้ว อนุทิน-มท.1 พูดแล้วทำ ได้จริงมากน้อยแค่ไหน เพราะแวดวงมหาดไทยก็ยังเชื่อว่า โผโยกย้ายมหาดไทยปีนี้ สิงห์คลองหลอดที่ใกล้ชิดขั้วอำนาจสีน้ำเงิน ก็น่าจะได้ตำแหน่งหลักๆ เก้าอี้ดีๆ เช่น ผู้ว่าฯ จังหวัดใหญ่ ผู้ว่าฯ จังหวัดเกรดเอ รวมถึงเก้าอี้อธิบดีที่ว่าง ซึ่งไม่ใช่แค่อธิบดีกรมที่ดิน-กรมโยธาธิการฯ แต่รอบนี้อาจมีการตั้งอธิบดี สถ.ตัวจริงเลย แทนธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ที่หมดอนาคตไปแล้วหลังโดนมหาดไทยตั้งกรรมการสอบ และยังโดน ป.ป.ช.ไต่สวน สุดท้ายแล้วฝ่ายการเมืองจะเอาสิงห์น้ำเงินมาเป็นอธิบดีทั้ง 3 กรมหมดเลยหรือไม่ หรือจะให้โอกาสข้าราชการมหาดไทยคนอื่นที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับฝ่ายการเมืองสีน้ำเงินได้มีโอกาสแสดงฝีมือ อย่าง “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดมหาดไทย-รักษาราชการแทนอธิบดี สถ.” ที่เคยถูกอนุทินเด้งจากอธิบดีกรมการปกครอง ไปเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ต เพราะขึ้นมาสมัยภูมิธรรมเป็น มท. 1 แล้ว อนุทินก็ย้ายกลับมาเป็นรองปลัดมหาดไทย สุดท้ายรอบนี้จะได้เป็นอธิบดี สถ.ตัวจริงหรือไม่ หรือจะให้รักษาการไปเรื่อยๆ เพราะยังมองว่าเป็นสายเพื่อไทย

เพราะถ้าโผมหาดไทยสายสิงห์น้ำเงินยังขึ้นมาคุมตำแหน่งหลักหลายคน ที่อนุทินประกาศจะรีเซตมหาดไทย ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

สิ่งเหล่านี้คือ จุดที่วงการนักปกครองมหาดไทยกำลังรอติดตามผ่านการทำโผมหาดไทย ท่ามกลางกระแสข่าวว่า แนวโน้มโผมหาดไทยปีนี้ สิงห์น้ำเงินยังน่าจะได้ตำแหน่งสำคัญหลายเก้าอี้ แต่จะไม่มากเหมือนอดีต ทำนองผงาด แต่ไม่ยกแผง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หมากของไทยในสมรภูมิมหาอำนาจ กระแสต้าน'สหรัฐ-จีน'ยังเชี่ยวกราก

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังต้องเจอ “วิบากกรรม” จากผลพวงของโมเดลสร้างความเข้มแข็งให้องค์ประกอบทางการเมือง “ขั้วสีน้ำเงิน” จึงต้องเร่ง “ทำงาน” อย่างเต็มสูบ เพื่อใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

รัฐบาลสอบโกงท้องถิ่น จบแบบคาใจ จี้ลากคอ'บิ๊กการเมือง'สยบข้อครหา

วิกฤตการณ์ทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งพบผู้กระทำผิดในการแก้ไขคะแนนสอบสูงถึง 5,925 คน จนนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนผู้ที่ถูกบรรจุเข้ารับราชการ กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาล ว่าจะสามารถกวาดล้างโครงข่ายนี้ ให้สิ้นซากได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่การลูบหน้าปะจมูก

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ