
‘อภิสิทธิ์’ เตือนพรรคการเมือง ยึด สว.-กินรวบองค์กรอิสระ ฟอกผิดฝ่ายบริหาร ตั้งคำถามกำลังใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองหรือเปล่า
28 ส.ค. 2569 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเรื่อง “วิกฤติศรัทธา องค์กรอิสระ : ที่มาและทางออก” ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวเปิดงานว่า ขอบคุณประธานและกรรมาธิการกิจการศาลฯ ที่อนุมัติให้มีการจัดสัมมนาขึ้น สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ได้พูดถึงปัญหาของวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ที่มาและทางออก โดยอาศัยประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาประมาณ 30 ปี เพื่อที่จะให้เราเข้าใจหลัก ที่มาทั้งหลาย กับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น
“ตอนที่ผมกลับมาทำงานการเมือง และก็ด้วยสถานะในปัจจุบัน มีเพื่อนๆ แหย่ผม แซวผมว่า ทำไมยังต้องมาทำงานกรรมาธิการอยู่ แล้วก็มีคนสอบถามว่า กรรมาธิการสามัญจะไปเป็นกับเขาด้วยเหรอ ผมเนี่ยตั้งใจเลยว่าต้องมาอยู่คณะกรรมาธิการชุดนี้ บอกกับพรรคเลยว่าต้องมาอยู่ชุดนี้ เพราะทั้งหลายทั้งปวงวันนี้เราอาจจะพูดถึงองค์กรอิสระ แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นสำหรับผม ในการทำงานทางการเมืองมา 30 ปี ก็คือ เมื่อถูกถามถึงความล้มเหลวที่เป็นรูปธรรมที่สุดของระบอบประชาธิปไตยไทย ผมจะตอบว่า ความล้มเหลวที่สำคัญที่สุดก็คือ หลักความรับผิดชอบของนักการเมือง มันไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง” นายอภิสิทธิ์ ระบุ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมประเทศไทย ซึ่งใช้ระบบรัฐสภา จึงได้มีการตั้งองค์กรอิสระต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย เพราะว่าในประเทศที่ใช้ระบบรัฐสภานั้น หลักความรับผิดชอบเกือบทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง ไปอยู่ที่รัฐสภา และไปอยู่ที่ศาลยุติธรรม แต่สิ่งที่เราได้เห็นมาโดยตลอดคือว่า ในขณะที่เราเอารูปแบบของการปกครองในระบบรัฐสภามานั้นประเพณีหรือวัฒนธรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับหลักของความรับผิดชอบ เราลืมเอามาด้วย ท่านจะเห็นว่าในต่างประเทศที่ใช้ระบบสภานั้น ที่เขาไม่ต้องมีองค์กรอิสระ ในหลายประเทศไม่มีแม้แต่ต้องมานั่งอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน เราเห็นการแสดงความรับผิดชอบของนักการเมืองเกือบตลอดเวลา ตั้งแต่ สส. ตั้งแต่รัฐมนตรี ไล่ไปจนถึงนายกรัฐมนตรี
กลไกคือเมื่อสังคมทราบหรือเริ่มตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น หลายกรณีคือเจ้าตัวแสดงความรับผิดชอบเองตั้งแต่ต้นเราเห็นข่าวประจำ ทั้งญี่ปุ่น ทั้งสหราชอาณาจักร ทั้งออสเตรเลีย แคนาดา ถ้าเจ้าตัวไม่แสดงความรับผิดชอบ สิ่งที่เราเห็นต่อมาก็คือ พรรคที่สังกัดจัดการ อย่างออสเตรเลียกับสหราชอาณาจักรเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็นว่าเล่น ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กลไกที่เปลี่ยนคือ พรรคที่นายกฯ สังกัด บอกพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
แต่ในระบบพรรคการเมืองของไทยจนถึงทุกวันนี้ ตนกล้าพูดได้ว่าเกือบทุกพรรคยังมีลักษณะของพรรคที่มีเจ้าของจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะใช้กลไกนี้ ยกเว้นเสียเจ้าของกับนายกฯ หรือเจ้าของกับผู้บริหารสูงสุดของพรรคการเมืองนั้นในขณะนั้นมีปัญหากัน
ฉะนั้น ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว หลังจากที่ประชาธิปไตยไทยพัฒนาขึ้นมาผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลา ผ่านเหตุการณ์พฤษภา ปี 35 เราก็เริ่มที่จะมีความมั่นใจว่า กลไกของนักการเมืองที่มาจาก การเลือกตั้ง จะมีอำนาจตามหลักการของประชาธิปไตย แต่ตั้งแต่ปี 35 หลังจากนั้นมาเพียงไม่กี่ปี เสียงของสังคมก็เริ่มบ่นขึ้นแล้วว่า ได้กลไกนี้มาแต่เหมือนถูกใช้ในลักษณะที่ใช้คำว่าเสียงข้างมากลากไป
“ตอนนี้มีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ นักการเมืองเข้าไปอยู่ ฝ่ายบริหารทำอะไรก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหมด ตอนนั้นกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง ก็มีข้อครหาว่า ฝ่ายบริหารสามารถไปครอบงำการจัดการเลือกตั้งได้หรือไม่ มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไปขึ้นศาล ศาลไม่เคยตัดสินทันอายุของสภา ไม่ใช่ทันท่วงทีนะ ทันอายุของสภา พูดง่ายๆ เลือกเสร็จ ร้องเรียนกัน กว่าจะตัดสิน เลือกตั้งใหม่อีกรอบแล้ว” นายอภิสิทธิ์ ระบุ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทุจริตคอร์รัปชันตอนนั้นก็อยู่ที่ ป.ป.ป. ก็เป็นกลไกหนึ่งในระบบราชการ ไม่แน่ใจว่าท่านอาจารย์บวรศักดิ์ จำได้หรือไม่ แต่แนวคิดเรื่องขององค์กรอิสระ ตนได้เห็นความเห็นของอาจารย์บวรศักดิ์ที่บอกว่า ในระบบของสังคมไทย เมื่อผู้ใช้อำนาจไปในทางที่ผิด มีสถานะ มีบารมีทางการเมือง เราต้องมีเครื่องมือที่แตกต่างไปจากการพยายามไล่จับขโมยเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม เพราะฉะนั้น ในวันนั้น ตนรับแนวความคิดของอาจารย์ แล้วก็ผลักดันพยายามเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่ง เกิดการเรียกร้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 แนวคิดในเรื่องนี้ก็จึงเข้าไปอยู่ในกฎหมายสูงสุดเป็นครั้งแรก
“ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง กกต. ตรวจการแผ่นดิน ตรวจเงินแผ่นดิน สิทธิมนุษยชน ได้มีการสร้างระบบขึ้นมาเพื่อหวังว่าจะสามารถมาตรวจสอบถ่วงดุลนักการเมืองที่ใช้อำนาจ หรือเข้ามาโดยไม่ชอบได้ ผมต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่า พอวันนี้เกิดวิกฤตศรัทธา มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความคิดว่า ก็ลบทิ้งมันไปทั้งหมด แล้วก็ให้คำสวยหรูก็คือ ให้ประชาชนเป็นคนชี้ขาดผ่านการเลือกตั้ง ผมไม่อยากให้ประเทศไทยเดินวนเป็นวัฏจักรแบบนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
แต่เมื่อรัฐธรรมนูญปี 40 เกิดขึ้น มีกลไกตัวนี้เข้ามา ถ้าใครจำได้ช่วงแรก กองเชียร์เยอะมาก แล้วก็เห็นผล ป.ป.ช. เล่นงานนักการเมืองใหญ่คนแรกคือเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจกใบเหลืองเป็นว่าเล่น เลือกแล้วเลือกอีก เลือกแล้วเลือกอีก คนยังเชียร์บอกว่า ให้ใบเหลืองไม่พอ มีใบแดงด้วย ก็ไปแก้ให้สามารถให้ใบแดงได้ ทุกคนก็เริ่มมีความหวัง แต่เสร็จแล้วสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือนักการเมืองก็ไม่หยุดอยู่กับที่ หาวิธีการในการที่จะเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ
ถามว่าช่องที่เข้าไปแทรกแซงคืออะไร ก็ต้องตอบว่า ความเป็นองค์กรอิสระในระบบประชาธิปไตย ด้านหนึ่งต้องมีความอิสระ แต่อีกด้านหนึ่งก็คือ คนเขียนกติกาก็ต้องการให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชน เพราะฉะนั้น ในกรณีของรัฐธรรมนูญปี 40 ก็คือเชื่อมโยงผ่านวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่ความหวังในเชิงอุดมคติว่า ทำระบบการเลือกตั้งโดยตรงแล้วจะปลอดจากการเมือง หรือเข้ามาแล้วจะปลอดจากการเมือง ถูกพิสูจน์ว่า มันไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมันมีการเข้าไปแทรกแซง ซึ่งเรื่องนี้ก็มีคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยของศาลหลายคดี ที่บรรยายในรายละเอียดว่า การเข้าไปแทรกแซงวุฒิสภาและองค์กรอิสระนั้น ทำอย่างไร
โดยรัฐธรรมนูญปี 50 ก็พยายามจะแก้เรื่องนี้ ไปมองว่าปัญหาเกิดจากสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ก็สร้างระบบวุฒิสภาลูกผสมขึ้นมา เลือกตั้งส่วนหนึ่ง สรรหาส่วนหนึ่ง ก็ดูเหมือนอาจจะลดปัญหาลงบ้าง แต่ในที่สุดก็ยังไม่พ้นข้อครหาเกี่ยวกับเรื่องของการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ
พอมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันนี้ไปอีกขั้นเลย เพราะว่า นอกเหนือจากการที่คณะรัฐประหาร เข้ามาเขียนกติกาเองแล้ว เตรียมตัวมาเป็นผู้เล่นเอง และก็เป็นคนให้คุณให้โทษกับองค์กรอิสระซึ่งยังดำรงอยู่ ในขณะนั้นได้เอง แล้วมาต่อเนื่องด้วยการทำระบบการเลือก สว. ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นนวัตกรรมทางการเมืองของโลก เพราะไม่เชื่อว่าจะมีที่ไหนใช้ แล้วในที่สุด กลไกการแทรกแซง วันนี้มาถึงจุดที่มันเรียกว่า ครบวงจรก็คือสามารถที่จะมีกลุ่มคน วางแผนที่จะเข้าไปยึดกลไกของวุฒิสภา เพื่อสามารถจะเป็นผู้ส่งคนเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ และถ้าคนเหล่านั้นเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ซึ่งเข้าไปมีอำนาจในฝ่ายบริหาร ความครบวงจรที่ตนพูดก็เกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นที่มาของปัญหา และที่มาของตัวองค์กรอิสระ คือหัวใจ ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากปัญหาที่มาและการแทรกแซงตรงนี้ ปัญหาที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ก็ต้องขออภัยว่าอาจจะเป็น ปัญหาของสังคมเรา เมื่อมีหน่วยงาน อย่าไปว่าองค์กรอิสระเลยนะ หน่วยงานไหนก็ตาม อยู่ไปสักพักก็จะขยาย อาณาจักร และปิดกั้นการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบจากข้างนอก ฉะนั้นนอกเหนือจากปัญหาว่า ที่มาอาจจะถูกยึดกุมแล้ว วันนี้เวลาเราจะใช้องค์กรอิสระ หรือเราจะตรวจสอบองค์กรอิสระ มันกลายเป็นเรื่องยากมาก
“กระบวนการในการทำงานขององค์กรอิสระ สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะคนข้างนอก กลายเป็นกล่องดำ มีอนุกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาได้ มีองค์กรที่สามารถวินิจฉัย เหมือนจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ มีการรับเรื่องราวร้องเรียน ตัดสินไปแล้ว ไม่แถลงข่าวก็ได้ ไม่แจ้งผู้ร้องก็ได้ จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่า ทำไมวันนี้เราถึงมาพูดในเรื่องของ… วิกฤตศรัทธา” นายอภิสิทธิ์ ระบุ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่ตอนที่ตัดสินใจจัดเรื่องนี้ ตนก็บอกว่ามาพูดแค่นี้ไม่ได้ เราต้องคิดถึงทางออก ถามว่าทางออกที่ผมพอมองเห็น ในขณะนี้คืออะไร แน่นอนที่สุด ถ้าเรามีกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อันนั้นแน่นอนเป็นโอกาสทองที่เราจะมาทบทวนเรื่องนี้ แต่ตนเป็นคนที่พูดตั้งแต่ต้นและยังยืนยันถึงวันนี้ว่า ตนยังเชื่อว่าเรายังต้องการเครือข่ายองค์กรอิสระ เพื่อเข้ามาตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมือง ตราบเท่าที่นักการเมืองและพรรคการเมืองยังไม่สามารถที่จะสร้างความศรัทธาหรือความเชื่อมั่นว่าเราจะดูแลกันเองได้
แต่ถ้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งทุกท่านก็เห็นอยู่แล้วว่ายังคงมีอุปสรรคอยู่มากมาย ทำไม่ได้ อย่างน้อยที่สุด ต้องมีความพยายามในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในบทบัญญัติ 2 ส่วน 1.เรื่องของที่มาขององค์กรอิสระ 2.ที่มาของวุฒิสภา ซึ่งก็คาดการณ์ว่าอย่างไรก็น่าจะยังต้องเป็นองค์กรที่ถูกเลือกให้มาเป็นผู้ที่คัดสรรองค์กรอิสระ และ 3.กลไกใดที่มันบิดเบี้ยว เช่น กรณีที่รัฐธรรมนูญปี 60 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรก ที่มาสร้างอุปสรรคในการตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คือจริงๆ ทุกองค์กรเนี่ย ถ้าใครทำอะไรผิดเนี่ย เราไปร้อง ป.ป.ช. ได้ คำถามคือเวลา ป.ป.ช. ทำอะไรผิดเนี่ย ทำยังไง ในอดีต ฝ่ายค้านสามารถส่งเรื่องนี้ไปถึงกระบวนการของศาลยุติธรรมได้ เพียงแต่โดยรูปแบบก็คือต้องไปผ่านประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ก็คือประธานสภาฯ แต่ปี 60 ไปเพิ่มว่าประธานสภาฯ สามารถใช้ดุลพินิจไม่ส่งก็ได้ ก็เป็นการตัดช่องทางที่จะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ต้องแก้ แต่อย่างน้อยที่สุด ถ้าสมมติว่าเรื่องรัฐธรรมนูญยังเป็นเรื่องยากเกินไป ก็คงต้องดูว่า รัฐธรรมนูญอนุญาตให้เราตราบรรญัติ หรือทำอะไรได้บ้าง ในการทำให้กระบวนการทำงานขององค์กรอิสระ สามารถถูกตรวจสอบและมีความโปร่งใสมากขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมา
“แต่เราอยู่เฉยไม่ได้ ถ้าเราอยู่เฉย วันนี้ถ้าสมมติเราบอกว่า พรรคการเมือง จะโดยเปิดเผยหรือแอบ มายึดครองวุฒิสภา มาส่งคนเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ แล้วองค์กรอิสระ ก็ช่วยเหลือไม่ให้ฝ่ายบริหาร ไม่ให้วุฒิสภาผิด แล้วก็ไม่มีใครตรวจสอบองค์กรอิสระได้ เพราะประธานสภาก็ยืนขวางอยู่ ผมก็มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ คนเหล่านี้กำลังใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองหรือเปล่า เพราะหลักของประชาธิปไตย มันไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกตั้ง แต่มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อประชาชน” นายอภิสิทธิ์ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อภิสิทธิ์' ยกเหตุผล 4 ข้อ ไม่เห็นด้วย พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ฟันธงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ
'อภิสิทธิ์' ให้เหตุผล 4 ข้อ ไม่โหวตให้ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ฟันธง หากผ่านไปบังคับใช้จะไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจ-ประชาชนยังต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงาน ชี้ ปชป.เสนออะไรไปก็ไม่ทำ หวังว่าจะไม่มีการกู้เงินแล้วเอามากองไว้เฉยๆยิ่งซ้ำเติมฐานะของประเทศ
ตามนั้น! 'นิพิฏฐ์' ชี้เปรี้ยง ประชาธิปัตย์มาถูกทางแล้ว
“นิพิฏฐ์” หนุนประชาธิปัตย์เสนอ ป.ป.ช. กันผู้ทุจริตท้องถิ่นเป็นพยาน สาวถึงบุคคลระดับสูง แนะหากจำเป็นต้องเข้าโครงการคุ้มครองพยาน ชี้ต้องสร้างทั้ง “ความเป็นธรรมทางโอกาส-โอกาสที่เป็นธรรม”
แหม! 'ณัฐชา' ทำข้องใจ ถาม 'พรรคร่วมรัฐบาล' เกิดรอยร้าวหรือไม่ เห็นตัดงบประมาณกันเอง
‘ณัฐชา’ แฉ พรรคร่วมเกิดรอยร้าวหรือไม่ หักงบกันเองจนคลื่นใต้น้ำป่วน อัด รบ.ไม่เห็นความสำคัญเด็กหลุดระบบ โยกงบหมื่นล้านเข้ากระเป๋า ‘กองทุนหมู่บ้าน-งบกลาง-กรมอุทยาน’ แทนที่จะอุ้ม ‘กองทุนวิจัย-กยศ.’ แย้ม ปชน.จ่อเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ ท้วงติง-แนะแนวทางรัฐบาล
'ปชป.' บุก ป.ป.ช. บี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น สาวถึง 'บิ๊กการเมือง'
'ปชป.' บุก ป.ป.ช. ทลายระบบอุปถัมภ์ จี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น ลั่นอย่าตัดตอนแค่ปลาซิวปลาสร้อย สาวให้ถึง 'บิ๊กการเมือง'
'ธนกร' สวน 'อภิสิทธิ์' อย่าแกล้งความจำสั้น ยันนายกฯลงชายแดนใต้ ตั้งแต่เดือนแรกรับตำแหน่ง
‘ธนกร’ ประณามผู้ก่อเหตุความรุนแรง 3 จ.ชายแดนใต้ สวน ปชป. อย่าแกล้งความจำสั้น ย้ำนายกฯ ลงพื้นที่ตั้งแต่เดือนแรกที่รับตำแหน่ง พร้อมกำชับทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายความมั่นคง ดูแลแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อนำความสงบกลับคืนสู่พื้นที่
บี้สาวตัวใหญ่โกงสอบท้องถิ่น! 'อภิสิทธิ์' เล็งยื่น ป.ป.ช. จี้ 'นายกฯ' ตอบกระทู้สดดับไฟใต้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงทิศทางการทำงานของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในโอกาสเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร

