"มนพร" แจงงบ ก.เกษตรฯ โดนเฉือนไป 682 ล้าน ลั่น เน้นยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ยันอควาเรียมอุดรฯ เริ่มยุค "เศรษฐา" ไม่ใช่เป็นจังหวัดของ รมช.เกษตรฯ ชี้ จัดซื้อเรดาร์กรมฝนหลวง คุ้มค่า-ไม่ซ้ำซ้อน
8 กันยายน 2569 - เวลา 12.40 น.นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ชี้แจงการจัดสรรงบในมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าปัจจุบันในภาพรวมตั้งงบประมาณ 53,000 ล้านบาท ซึ่งมีการปรับลด 1.86% ซึ่งมีการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มั่นคง และการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมงานวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ซึ่งวงเงินที่ลดงบประมาณไปทั้งสิ้น 682 ล้านบาท ร้อยละ 1.27%
ส่วนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวเป็นแหล่งข้อมูลทางสมองของกระทรวงเกษตรฯ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล และการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่นที่สองในเดือนมิถุนายน พบว่าผลผลิตจากการเพาะปลูกนั้น ราคาข้าวนาปัง มีแนวโน้มลดลง แต่ผลตอบแทนข้าวโพดรุ่นสอง ในปี 2568 กับข้าวนาปรัง คาดว่าเกษตรกรจะร่วมปลูกข้าวโพดมากขึ้น อยู่ในเกณฑ์ที่ส่งผลให้ปริมาณข้าวโพดเพิ่มมากขึ้น
นางมนพร กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ในจังหวัดอุดรธานี โดยในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ปี2568ได้มีการริเริ่มโครงการพืชสวนโลก หนึ่งในองค์ประกอบดังกล่าวคือการสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ หากจะไปโทษว่าจังหวัดนี้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ก็ไม่เป็นธรรม เพราะโครงการดังกล่าวตั้งมาก่อนที่รมช.เกษตรฯจะเข้ามารับตำแหน่ง เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวและเป็นหมุดหมายของภาคอีสานตอนบน
นางมนพร ชี้แจงปัญหาการเช่ารถที่งบประมาณซ้ำซ้อน ว่าเป็นการเช่ารถที่ทดแทนครุภัณฑ์เดิม ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม. ที่รณรงค์ให้มีการใช้รถไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน โดยเป็นงบผู้กพันตั้งแต่ 2569 ถึง 2574 ส่วนเรื่องการจัดซื้อคุรุภัณฑ์ที่ตั้งไว้ในแต่ละกลุ่มที่ถูกทักท้วงว่ามีราคาสูง เชื่อว่าทุกคนย่อมทราบดีว่าการกำหนดครุภัณฑ์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมบัญชีกลาง ในอนุกมธ.ฯแต่ละคณะที่พิจารณางบประมาณของกระทรวงเกษตร มีการให้ข้อสังเกตและเน้นย้ำถึงการใช้จ่ายงบประมาณอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการใช้ยานพาหนะและครุภัณฑ์
นางมนพร กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดซื้อเรดาร์ของกรมฝนหลวง เป็นการทดแทนเรดาร์อากาศเดิมที่ใช้มาแต่ปี 2555 อายุการใช้งานเกิน 10 ปี และเหตุผลที่ไม่ใช้ของกรมอุตุฯ เพราะการใช้ตามที่จัดหามาเนื่องจากมีประสิทธิภาพตามประเมินผลของเรด้าที่มีการตรวจเรดาร์และความหนาแน่นของอากาศต่างกัน แต่การใช้เรดาร์ของกรมฝนหลวงก็มีการบูรณาการร่วมกับกรมอุตุฯ
นางมนพร กล่าวอีกว่า ส่วนงบของกรมการข้าว ที่มีงบ 700 กว่าล้านบาท ที่กรมการข้าวแต่ละแห่ง 25 แห่ง นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแล้ว เกษตรกรแต่ละแห่งยังขาดวัสดุอุปกรณ์ เช่นโรงสีขนาดเล็ก รถไถ รถแทรกเตอร์ เครื่องคัดแยกเมล็ดพันธุ์ อาจจะถูกมองว่าเป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่า หากมองลึกลงไปจะเห็นได้ว่าเกษตรกรที่ไม่มีกำลังในการหาอุปกรณ์ งบประมาณส่วนนี้จะเป็นการเสริมสร้างประสิทธิภาพของการทำงานให้แก่ศูนย์ข้าวแต่ละแห่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ได้ละเลยเรื่องของการทำฝาย และอ่างเก็บน้ำ ที่จะส่งน้ำไปยังหัวไร่ปลายนาให้แก่เกษตรกรในการจัดการระบบน้ำ และมีการเน้นย้ำเรื่องการทำสหกรณ์ให้โปร่งใสตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์พระพิรุณเพื่อที่จะปราบปรามสินค้าการเกษตรที่ผิดกฎหมาย เช่น เนื้อเถื่อน หมูเถื่อน
“งบประมาณทุกบาทที่จะส่งไปถึงมือเกษตรกร จะต้องดูว่าแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นวงเงินงบประมาณสูงที่สุดในทุกกรมภายใต้กระทรวงเกษตรฯ เพราะน้ำก็เป็นต้นทุนสำคัญ และงบของกระทรวงเกษตรฯจะต้องเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การลดต้นทุน และการตลาด เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ครบทั้งระบบ ซึ่งความสำเร็จของการใช้งบประมาณของกระทรวงเกษตร ไม่ใช่ใช้เงินให้หมดไป แต่เป้าหมายคือเกษตรกรจะต้องมีน้ำใช้มากขึ้น และลดต้นทุน”นางมนพร กล่าว
จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 14 ด้วยคะแนน 409 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 51 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฉลุย!สภาสูงผ่านงบปี2570
“วุฒิสภา” ถกงบ 70 ครึ่งวันจบ ลงมติเห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นชอบ 5 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง “อนุทิน” ขอบคุณสภาสูง ยันใช้เงินให้คุ้มค่า “ธรรมนัส” แจงยกมือหนุนเพราะคิดถึงประโยชน์ ปชช.
'อนุทิน' ขอบคุณ สว. ผ่านงบฯ 70 ฉลุย 145 เสียง พร้อมใช้อย่างโปร่งใส คุ้มค่า ตรวจสอบได้
สว. ผ่านงบฯ ปี 70 ฉลุย 145 เสียง “อนุทิน” ขอบคุณ สว. ไฟเขียว เผย เสียใจพลาดร่วมฟังสส.อภิปราย ยืนยัน รัฐบาลนำงบประมาณไปใช้อย่างโปร่งใส คุ้มค่า ตรวจสอบได้ พร้อมขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายรัฐบาล
'ศุภชัย' ลั่นภูมิใจไทยถูกป้ายสีคดีฮั้ว สว. มีธงตั้งแต่ต้น จับตา 14 ก.ย. มีเรื่องสุดช็อก
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายขององค์กรอิสะและองค์กรอัยการ ในส่วนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มีคนตั้งธงให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนตามสำนวนของ คณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ทั้งนี้การทำคดีดังกล่าวมีธงตั้งแต่ต้น และตนตรวจสอบแล้วพบว่า คนร้อง เป็นกลุ่มผู้สมัครสว. ที่เป็นอดีตรองอธิบดีดีเอสไอ
'ไอซ์' เปิดข้อมูลขบวนการฮั้ว สว. ขู่เช็กบิลย้อนหลัง
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 32 องค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตามข้อสังเกตของกรรมาธิการวิสามัญร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีประเด็นข้อสังเกตว่าหน่วยงานควรมีการทำงานเชิงรุก
'มาร์ค' ตัดงบ กกต.-ปปช. 10% ขอสภาฯอย่าปล่อยให้องค์กรอิสระทำงานไร้ประสิทธิภาพ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายมาตรา 32 หน่วยงานองค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ว่า ขอตัดงบ 10 % แต่คงไม่ไปเจาะจงโครงการใดโครงการหนึ่ง แม้ว่าบางโครงการอาจจะมีการพูดถึงบ้าง เพราะองค์กรอิสระเป็นองค์ก
ประท้วงวุ่น! 'ไอติม' ไล่ต้อน กกต. ใช้งบหนุนอาชญากรรมทางประชาธิปไตย
ประท้วงวุ่น! สส.ภูมิใจไทย ลุกประท้วง “พริษฐ์” อภิปรายงบกกต. ไร้ประสิทธิภาพ ไม่มั่นใจนำไปใช้ปกป้องประชาธิปไตยหรือสนับสนุนอาชญากรรมประชาธิปไตย เหน็บ “ผลลัพธ์แบบนี้ตั้งแค่งบค่าโทรศัพท์ไปที่บุรีรัมย์ก็ได้คำตอบ” ด้าน “ศุภชัย” ซัด ไม่อยากเถียงกับเด็ก เตือนอย่าฮึกเหิมให้มาก

