'เท้ง' สับงบปี 70 กว่า 95% เป็นโครงการเดิมยกมาจากปีก่อน ไม่เห็นเริ่มต้นคิดใหม่จากฐานศูนย์

'เท้ง' จี้ 'รัฐบาล' รับปาก 3 ข้อปฏิรูปงบฯ ชี้ งบปี 70 กว่า 90% เป็นโครงการเดิม หวั่น ปี 71 ซ้ำรอยเดิม ลั่น ทำไม่ได้ไม่ขอผ่านงบสำนักนายกฯ

7 กันยายน 2569 - จากนั้นเวลา 16.05 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร เสนอแปรญัตติงบประมาณในมาตรา 7 สำนักงานนายกรัฐมนตรีว่า สำนักงบประมาณได้เสนอกรอบงบประมาณตัวเองมาประมาณ 1.05 พันล้านบาท แต่กรรมาธิการมีการปรับลดงบลงเพียงแค่ 2.4 แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งตนเชื่อว่ากรรมาธิการทุกคนทราบดีถึงหลักเกณฑ์การปรับลดงบประมาณ แต่หากเรามาลองดูตัวชี้วัดงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี เช่น มีการตั้งตัวชี้วัดตัวเองว่าการจัดทำงบประมาณต้องตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในวาระ 1 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาบอกว่าเราจะจัดทำงบประมาณในปีนี้เป็นงบประมาณฐานศูนย์

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตนได้แสดงตัวเลขตั้งแต่ในวาระหนึ่งว่ากว่า 90% อาจจะถึง 95% ด้วยซ้ำของโครงการที่อยู่ในร่างพ.ร.บ.งบปี 70 ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่ยกมาจากปีก่อนๆ แทบมองไม่เห็นเลยว่าโครงการไหนที่รัฐบาลจงใจบรรจุมาเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลบ้าง ดังนั้น ท่านตอบได้จริงๆ หรือว่าการจัดทำงบประมาณปี 70 นำโดยสำนักงบประมาณ นำโดยรัฐบาล สามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาลได้จริง

นอกจากนี้ ยังมีการระบุตัวชี้วัดไว้ว่างบประมาณต้องมีการโปร่งใส ซึ่งเราไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องของเงินในงบประมาณเพียงเท่านั้น แต่เรายังมีเงินนอกงบประมาณด้วยเช่น โครงการ TH-AI Passport ในโครงการดีอี ที่มีการตั้งคำถามว่ากำลังถูกล็อกสเป็กหรือไม่ในทีโออาร์ ฉะนั้น วันนี้จึงอยากชี้ให้เห็นว่าสำนักงบประมาณนำโดยรัฐบาลตกลงแล้วทำผ่านตัวชี้วัดที่ตั้งไว้เองหรือไม่ หากไม่ผ่านตัวชี้วัดจึงมีคำถามว่า ตกลงแล้วเราใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับที่เราพิจารณาหน่วยรับงบอื่น ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับที่เราพิจารณางบให้กับสำนักงบประมาณหรือไม่ เพราะมันตกทั้งสองตัวชี้วัด

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ปฏิเสธในการที่จะให้งบประมาณเต็มเม็ดเต็มหน่วยกับสำนักงบประมาณเพื่อที่จะทำให้งบประมาณดี โปร่งใส และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่วันนี้ตนอยากได้คำยืนยันจากตัวแทนของรัฐบาล เพื่อให้พวกตนได้สบายใจ เพราะหากท่านยืนยันข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้ ตนคงให้งบประมาณกับสำนักงบประมาณแบบที่กมธ.พิจารณาผ่านมาแบบนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะตกตัวชี้วัด

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเสนอที่ตนอยากเสนอคือ 1.เราอยากเห็นงบประมาณที่มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และมีประชาชนมีส่วนร่วม โดยพวกตนได้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งมีหลักเกณฑ์คือให้เปิดเผยข้อมูลต่างๆ เป็นหลัก เช่น การสืบราคา คณะกรรมการยกร่าง ส่วนไหนจะปกปิดว่าเป็นเรื่องๆ ไป จึงอยากถามไปยังตัวแทนรัฐบาลว่าท่านเห็นด้วยกับพวกเราหรือไม่ และพร้อมที่จะผลักดันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ผ่านสภาฯในปีงบประมาณนี้ได้หรือไม่ เพื่อทำให้ปีงบประมาณถัดไปมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น มีการทุจริตน้อยลง

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 2.ในต้นปีงบประมาณ รัฐบาลอยากให้งบประมาณในปีนั้นมีทิศทางอย่างไร อยากให้รัฐบาลตั้งกรอบตั้งกรอบให้แต่ละหน่วยรับงบประมาณให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการยื่นคำขอ เพื่อให้แต่ละหน่วยรับงบประมาณส่งคำขอเข้ามาตรงกับภารกิจกับตัวเอง อยู่ในกรอบคำขอเขาจะได้ไม่โดนตัด ซึ่งกระบวนการเช่นนี้ ODCD ไกด์ไลน์เขียนไว้ชัดเจน ท่านกล้าที่จะรับปากพวกเราหรือไม่ว่าว่าท่านอยากปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณเช่นนี้ให้ตรงกับ ODCD ไกด์ไลน์ กำหนดกรอบให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ซึ่งตนและพรรคประชาชนได้เสนอร่างพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว จึงอยากได้คำยืนยันจากตัวแทนของรัฐบาลว่าท่านพร้อมที่จะผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ร่วมกับพวกเราภายในปีงบประมาณนี้หรือไม่ เพื่อให้งบประมาณปี 71 มีประสิทธิภาพมากกว่านี้

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า 3.การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยในข้อสังเกตมีการเขียนไว้ว่ารัฐบาลจะต้องมีการปรึกษาหารือประชาชนและตัวแทนของประชาชนแต่ต้นกระบวนการจัดทำงบประมาณ ซึ่งกระบวนการเช่นนี้ในประเทศที่พัฒนาแล้วมีการจัดทำงบประมาณเช่นนี้ หากท่านอยากเห็นหน้าตางบประมาณเป็นแบบไหนก็ขอเปิดรับฟังความคิดเห็น แล้วให้รัฐบาลนำความคิดเห็นเหล่านั้นไปเป็นแนวทางให้แต่ละหน่วยรับงบประมาณส่งคำขอเข้ามา ซึ่งรัฐบาลมีอำนาจอยู่แล้วตามมาตรา 165 ที่ระบุไว้ว่ากรณีที่มีปัญหาสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควร นายกรัฐมนตรีสามารถขอเปิดประชุมสภาเพื่อหารือในที่ประชุมรัฐสภาได้โดยไม่ต้องมีการลงมติ เพื่อให้การจัดทำงบประมาณในปีถัดไป ตัวแทนประชาชนมีส่วนร่วม

"นี่คือคำยืนยันที่ผมอยากได้ยินจากตัวแทนรัฐบาลว่าท่านพร้อมที่จะเปิดพรีบัดเจ็ตดีเบตแบบที่ผมเสนอหรือไม่ หากท่านไม่สามารถรับปากพวกผมได้ทั้งสามข้อผมก็มีข้อกังวลจริงๆ ว่าการจัดทำงบประมาณในปีเจ็ดหนึ่งหากทำแบบเดิมก็คงได้ผลลัพธ์แบบนี้และผมคงไม่สามารถผ่านงบประมาณให้ได้" นายณัฐพงษ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปวิน' เศร้าหนัก! ศึกน้ำลายพรรคส้ม เห็นแล้วน่าสมเพช ถ้าเอาไวน์สาดหน้าได้คงสาดกันแล้ว

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ศาสตราจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และผู้ลี้ภัยทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกระแสรอยร้าวและความเห็นแตกต่างภายในพรรคประชาชนว่า เริ่มจาก "ไอซ์ รักชนก"

'แก้วสรร' แพร่บทความ 'อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?'

นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?" โดยมีเนื้อหา ดังนี้

'ปธ.โสภณ' เจรจาฝ่ายค้าน ยอม 4 วัน ให้วิป 3 ฝ่ายคุยเคาะวันซักฟอกใหม่

'โสภณ' ยังไม่บรรจุวาระญัตติซักฟอก รอวิป 3 ฝ่ายคุยอีกรอบให้จบ พร้อมทำหนังสือถึง ครม. หาวันสะดวกใหม่ เผย 'ผู้นำฝ่ายค้าน' ดอดพบ ยอมเหลือ 4 วัน ช่วง พ.ย. - ธ.ค.

ถก'กรอบเวลา'ซักฟอก18 รมต. ชิงความได้เปรียบทางการเมือง

ฉากทัศน์ทางการเมืองไทยกลับมาร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลัง “ฝ่ายค้าน” เดินหน้ายื่นซักฟอกเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวนถึง 18 คน ซึ่งเป้าใหญ่พุ่งตรงไปที่รัฐมนตรีค่าย “ภูมิใจไทย”

'กล้าธรรม' ขู่ฝ่ายค้านไม่แบ่งเวลาซักฟอก 'ก็ต้องสู้กัน' ชี้ สส.มีสิทธิใช้เวทีสภา จะชมหรือด่าบังคับกันไม่ได้

“อรรถกร” ลั่น “กล้าธรรม” มีสิทธิตามกฎหมาย ใช้เวลาอภิปรายในสัดส่วนฝ่ายค้าน ขู่ไม่แบ่งเวลาก็ “ต้องสู้กัน” บอกห้ามไม่ได้ สส. จะชม หรือด่ารัฐบาลก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน แนะ 2 ฝ่ายถอยคนละก้าว หลังประชุมวิป 3 ฝ่าย ล่มครั้งที่ 2