"ณรงค์" ประธาน กกต. แจงยิบยกคำร้อง 21 นักการเมือง ชี้พยาน 3 ปากกลับคำ–ไร้น้ำหนัก พบพยานรหัส 16/26 คดีเก่าติดตัว ยันเส้นเงินสะอาด แม้พบโผล่คุย "อนุทิน-เนวิน" ที่พูลแมน ไร้หลักฐานมัดผิด พร้อมโต้ไม่ได้ฟอกขาวนักการเมือง ชี้มติชุดสอบสวนไม่ผูกมัด ยืนยันประสานดีเอสไอ แกะรอยเส้นเงิน–การใช้โทรศัพท์ต่อเนื่องไปทำคดีต่อเองได้
14 กันยายน 2569 - นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. กล่าวชี้แจงกรณี ถึงเหตุผลการพิจารณาคำร้องคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ที่นักการเมืองไม่ถูกส่งศาลดำเนินคดีเลย ว่า มีพยานปากสำคัญ 3 ราย ได้ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอกลับคำให้การ โดยระบุว่า ข้อมูลพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 21 ราย การเตรียมการ หรือเส้นทางการเงินที่เคยให้การไว้ก่อนหน้านี้ ไม่เป็นความจริง
“ผมเป็นผู้พิพากษาประสบการณ์กว่า 38 ปี กล่าวถึงการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่า ในทางคดีพยานที่กลับคำให้การมักถูกลงโทษ แต่สำหรับพยานทั้ง 3 ปากนี้ ขาดความน่าเชื่อถือมาตั้งแต่แรกเริ่ม เนื่องจากมาให้การหลังเกิดเหตุนานมาก นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ พยานรหัส 16/26 พบว่าเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกถึง 11 ปี ในคดียักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า 500 ล้านบาท และปัจจุบันยังถูกตัดสิทธิทางการเมืองในคดีจริยธรรม จึงเห็นว่าพยานหลักฐานมีความขัดแย้ง ไม่สอดคล้อง และอิงประเด็นทางการเมืองจนฟังไม่ได้ว่ากลุ่มผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1”นายณรงค์ กล่าว
ประธาน กกต. ระบุอีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถูกกล่าวหาทุกคน ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ส่วนประเด็นเรื่องประวัติการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันนั้น แม้พบว่ามีการโทรหากันจริง แต่ไม่สามารถยืนยันเนื้อหาที่พูดคุยได้ ซึ่งตามธรรมชาติทางการเมืองเมื่อได้รับเลือกเป็น สว. ใหม่ ย่อมมีการจับกลุ่มและพูดคุยตกลงกันเป็นเรื่องปกติ
ส่วนกรณีที่มีพยานอ้างว่าพบกลุ่ม สว. เดินทางไปประชุมที่โรงแรมพูลแมน และพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงนายเนวิน ชิดชอบ นั้น นายณรงค์ ชี้แจงว่า แม้จะมีการพบปะกันจริง แต่ในสำนวนไม่มีรายละเอียดหรือหลักฐานใดที่ระบุว่า มีการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือเข้าข้อกล่าวหาแต่อย่างใด
"ในแต่ละข้อกล่าวหา กกต. ยึดการพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก แม้ตนไม่สามารถตอบแทน กกต. ท่านอื่นได้ แต่เชื่อมั่นว่า กกต. เสียงข้างมากใช้ดุลพินิจและหลักเกณฑ์การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและเป็นธรรมที่สุด" นายณรงค์ กล่าว
เมื่อถามว่า การที่กกต.ฟ้องแค่บางคนและไม่มีนักการเมืองเลย อาจเข้าข่ายเป็นการ ฟอกขาว รวมถึงเท่ากับเป็นการตีตกสำนวนข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร ที่เชื่อมโยงกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า การดำเนินคดีในส่วนของดีเอสไอ ยังคงเป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา กกต. และดีเอสไอ ได้ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีการรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ ทั้งข้อมูลเส้นทางการเงินและประวัติการใช้โทรศัพท์ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากดีเอสไอ เพื่อนำมาใช้ประกอบเป็นพยานหลักฐานในชั้นการพิจารณา
"มติหรือความเห็นของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ความเห็นของเลขาธิการ กกต. หรือคณะทำงานชุดที่ 36 ถือเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ได้มีผลผูกมัดการตัดสินใจของ กกต. แต่ละท่าน เนื่องจาก กกต. แต่ละคนมีดุลพินิจในการใช้อำนาจพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยตนเองได้ลงมติเห็นชอบตามแนวทางของชุดที่ 26 ให้ลงโทษผู้กระทำผิดมากกว่า 20–30 ประเด็น และได้ทำคำวินิจฉัยในประเด็นสำคัญด้วยตนเอง" กกต. ระบุ
ต่อข้อถามที่ว่า การตัดฟ้องบางส่วนจะส่งผลให้สำนวนคดีของดีเอสไอ ในคดีอั้งยี่ ฟอกเงิน อ่อนลงหรือไม่ ประธานกกต. ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่สามารถตอบแทนขั้นตอนการดำเนินงานของ ดีเอสไอได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า กกต. ไม่เคยปฏิเสธพยานหลักฐานจากดีเอสไอโดยในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ส.ค. รวมถึงการลงมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ทาง กกต. ได้ประสานขอข้อมูลเส้นทางการเงินและข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์จากดีเอสไอ มาประกอบการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรรคประชาชน ลุยฟ้อง ม.157 อัด กกต. ตัดตอนภูมิใจไทยรอดคดีฮั้วสว.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยรองหัวหน้าพรรค และสส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ ส่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ฮั้ว เลือก สว. ทั้งสิ้น 77 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง สว. ในปัจจุบัน 26 คน
รทสช. ร่อนแถลงการณ์ไม่ยอมรับมติ กกต. ส่งฟ้องคดีฮั้วสว.บางส่วน
รทสช. ร่อนแถลงการณ์จุดยืน ไม่ยอมรับการทุจริต-บิดเบือนการเลือกสว. จี้ กกต. ต้องดำเนินการผู้ถูกกล่าวหาทุกคน พร้อมแจงเหตุผลไม่ส่งเรื่องบุคคลที่เหลือโดยด่วน
กกต. ฟัน 77 ราย 'คดีฮั้ว สว.' ส่งศาลฎีกา 26 สว. ภูมิใจไทยรอด
กกต.แถลงมติคดีฮั้วเลือก สว. ส่งศาลฎีกา 77 ราย เป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ขณะที่กลุ่มรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน ไม่มีรายใดถูกส่งฟ้อง
'อนุทิน' ลาไปเวียดนาม ปัดตอบสื่อปม กกต. ชี้ขาดฮั้ว สว.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14 – 16 ก.ย. โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาส่งที่รถ
'โบว์' ชี้ถ้ายึดแนวคำตัดสินศาลฎีกาฯ ผู้สมัคร สว. แลกคะแนนกัน เป็นความผิด ควรโมฆะทั้งหมด
ด้วยกติกาแบบนี้ ที่มา สว. จึงไม่มีความชอบธรรม ยังไม่ต้องนับเรื่องการใช้อำนาจ แต่ที่ สว. ยังทำงานกันได้อยู่ เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันมีความเห็นเรื่องการแลกคะแนน ต่างจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
'ทวี' โต้สั่ง DSI กลั่นแกล้งรับ 'ฮั้ว สว.' คดีพิเศษ โบ้ยกันพยานอำนาจ กกต.
'ทวี' ร่ายยิบ โต้กลั่นแกล้งรับ 'ฮั้ว สว.' คดีพิเศษ ยันไม่ใช่ รมว.ยุติธรรม ตัดสินใจ แต่ใช้มติ กคพ. ชี้ขาด ส่วนการกันพยาน อำนาจ กกต. ขณะที่ DSI แค่เสนอความเห็น

