กกต.ไฟเขียวนักการเมือง ควักเงินช่วยน้ำท่วมไม่เกิน 3 แสน พรรคการเมืองให้ได้ 3 ล้าน

กกต.แจงหลักเกณฑ์ช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ นายกรัฐมนตรี สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง บริจาคเงินหรือทรัพย์สินได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อครั้ง ขณะที่พรรคการเมืองให้ได้สูงสุด 3 ล้านบาท หากเกินวงเงินต้องนำส่วนต่างไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งครั้งหน้า เตือนฝ่าฝืนหลักเกณฑ์อาจมีโทษตามกฎหมาย

8 ตุลาคม 2569 - สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งหลักเกณฑ์การให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ สำหรับพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองที่เป็น สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยยืนยันว่าสามารถให้ความช่วยเหลือได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด

ตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นเงินได้ หลังพ้นช่วงเวลาคำนวณค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง จะถือเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นสำหรับการให้ตามปกติประเพณี หรือการให้เมื่อมีเหตุอันสมควร ตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด

สำหรับการให้เมื่อมีเหตุอันสมควร ครอบคลุมการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ทั้งอัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ธรณีพิบัติภัย และภัยสาธารณะอื่น ๆ ที่ทำให้ประชาชนได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ในส่วนของวงเงินช่วยเหลือ กกต.กำหนดให้พรรคการเมืองสามารถให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อครั้ง ขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส.ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สามารถให้ได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อครั้ง ส่วนการให้ตามปกติประเพณีกำหนดวงเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง

หากมีการให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกินกว่าวงเงินที่กำหนด จะต้องนำเฉพาะส่วนที่เกินไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไปของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง แล้วแต่กรณี หากไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ อาจมีความผิดและได้รับโทษตามมาตรา 154 และมาตรา 155 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

สำหรับกรณีนายกรัฐมนตรี กกต.ระบุว่า ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามระเบียบ จึงสามารถให้เงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อครั้ง โดยถือเป็นการให้เมื่อมีเหตุอันสมควร

อย่างไรก็ตาม หากนายกรัฐมนตรีให้ความช่วยเหลือเกินวงเงิน 300,000 บาท เฉพาะจำนวนเงินส่วนที่เกินจะต้องนำไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง สส.ครั้งต่อไป ตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมชัย' ดักทางปปช.ต้องไม่ไต่สวน 'สิทธิโชติ' แซงคิว 'ฐิติเชฏฐ์'

'สมชัย' ชี้กลุ่มสว.ร้อง 'สิทธิโชติ' ผ่านปปช.เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องเข้าคิวต่อจากคำร้อง กกต.ท่านอื่น กรณีร้อง 'ฐิติเชฏฐ์' ตู้แช่ไวน์-นำเงิน3แสนให้ผู้ว่าฯสตง. จึงไม่ควรเร็วกว่า หรือ แซงขึ้นมาพิจารณาก่อน ไม่ต้องตื่นเต้นกับใครไปฟ้อง แต่ควรตื่นเต้นกับการดำเนินการของปปช.มากกว่า

'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ

"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์

'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'

"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย

'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.

นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน

รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า

โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง