26 เม.ย.2565 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ และส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบการให้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม และการนำข้อมูลภายในพรรคไปเผยแพร่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเสียหาย พร้อมด้วย นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการประชุมนัดแรก
โดยนายนราพัฒน์ กล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อกำหนดกรอบในการพิจารณาทั้ง 2 กรณี เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2561 โดยประเด็นหลักประกอบด้วย 2 หมวด คือ หมวด 3 ที่ว่าด้วยสิทธิ และหน้าที่ของสมาชิก ตามข้อ 18 (1) (2) และหมวด 4 มาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค ตามข้อ 26 ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายตนให้เร่งดำเนินการสอบสวน กรณีที่มีการโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม และกรรมการบริหารที่อยู่ในกลุ่มไลน์ทุกคนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด และจะได้นัดประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูลประเด็นต่างๆ เสนอต่อหัวหน้าพรรคต่อไป
นายนราพัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทางคณะกรรมการฯ ยังได้พิจารณาเพิ่มเติม โดยเห็นว่าควรปรับปรุงข้อบังคับพรรคให้มีกติกาและมีบทลงโทษในการใช้โซเชียลมีเดียให้เหมาะสม และการกำหนดโทษการใช้โซเชียลที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรคในอนาคต โดยต้องการให้มีศูนย์รับเรื่องกรณีที่มีการโพสต์ หรือการแชร์ข้อความในโซเชียลมีเดียทั่วไป ซึ่งเป็นการโพสต์ข้อความเท็จ บิดเบือน ทำให้พรรคได้รับความเสียหาย เพื่อมอบให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีต่อไป
เมื่อถามถึงวิธีการดำเนินการ นายนราพัฒน์ กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว เนื่องจากได้ตั้งระยะเวลาการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ดังนั้นการเชิญกรรมการบริหารทุกท่านมา คงจะใช้เวลาพอสมควร จึงจะใช้จากการพูดคุยสอบถามทางโทรศัพท์ หรือการตอบข้อความทางไลน์เป็นรายบุคคล เพื่อบันทึกความคิดเห็น
ถามถึงสาเหตุที่ข้อความทางไลน์หลุดลอดออกไปภายนอกได้อย่างไรนั้น นายนราพัฒน์ กล่าวว่า พอทราบว่ามาจากกลุ่มนักข่าวกลุ่มเล็กๆ ที่นำข้อความนี้ไปขยายความต่อ เรื่องนี้จำเป็นต้องสืบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งก่อน ส่วนนางมัลลิกา บุญมีตระกูล นั้น ได้แสดงความรับผิดชอบในฐานะส่วนตัวด้วยการลาออกไปแล้ว แต่ยังนางมัลลิกายังจำเป็นต้องเป็น 1 ในผู้ที่ต้องถูกตรวจสอบจากคณะกรรมการ เพื่อทำเป็นบันทึกถ้อยคำถึงเจตนาการตอบข้อความทางไลน์ และเกี่ยวข้องกับกรณีข้อความทางไลน์หลุดออกไปภายนอกหรือไม่
เมื่อถามถึงขอบเขตการตรวจสอบของคณะกรรมการ จะพิจารณาถึงกรณีชู้สาวภายในพรรคหรือไม่นั้น นายนราพัฒน์กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวว่าเป็นผู้เสียหาย และจากการสอบถามก็ยังไม่พบว่ามีผู้ใดเข้าข่าย หรือมีผู้เสียหายออกมาแสดงตัวตามที่นางมัลลิการะบุ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงคิดว่าไม่น่าจะมีมูลอะไร เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นเรื่องการแสดงอารมณ์ตอบโต้กัน ซึ่งเป็นปัญหาภายใน ตามข้อบังคับก็ระบุไว้ถึงแนวทางการแสดงความเห็นว่าจะต้องไม่ไปก้าวล่วงหรือหมิ่นประมาทผู้ใด
“ผมคิดว่าจะนัดประชุมอีกครั้งในวันอังคารหน้า หลังจากได้ข้อมูลทั้งหมดเสร็จสิ้น และจะได้เสนอต่อท่านหัวหน้าต่อไป ซึ่งตามข้อบังคับในเรื่องบทลงโทษต่างๆ ท่านหัวหน้าได้มอบให้กรรมการทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน แล้วบันทึกข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้ท่านหัวหน้าได้พิจารณาบทลงโทษต่อไป” นายนราพัฒน์ กล่าว
ถามต่อว่าหลังสอบเสร็จภาพลักษณ์ประชาธิปัตย์จะดีขึ้นหรือไม่ นายนราพัฒน์ กล่าวว่า ต้องช่วยกัน ร่วมกันรับผิดชอบ หาแนวทางแก้ไข ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีที่ใช้โซเชียลที่อาจจะมีความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง และกรรมการจะเสนอปรับปรุงข้อข้อบังคับพรรคว่าจะใช้โซเชียลอย่างไรให้เหมาะสม รวมไปถึงการเก็บข้อมูลความลับภายในไม่ให้หลุดออกไปสู่สาธารณะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คึกคัก! แฟนคลับแห่เซลฟี่ 'อภิสิทธิ์' นำปชป. เปิดปฏิบัติการเคาะประตูบ้านย่านประวัติศาสตร์ริมเจ้าพระยา
ฝั่งธนฯ คึกคัก! แฟนคลับ-นักท่องเที่ยวแห่เซลฟี่ ‘อภิสิทธิ์’ พร้อมอวยพรให้เป็นนั่งนายกฯ ม้ามืด หนุน ดร.ปาล์ม สานต่อการเมืองสุจริต ปลุกพลังทุกคน ‘ไม่ทนทุนเทา ไม่เอาคอรัปชั่น’
สนามเลือกตั้งภาคกลางเดือดพลั่ก 'ลุงชวน' มาเอง นำทัพสีฟ้าลุย 'นครปฐม-สุพรรณฯ'
นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง
'ปชป.' กรีดเลือดฟ้า การเมืองเพื่อประชาชน
หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ "พรรคประชาธิปัตย์" หลังการคัมแบ็กกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้งของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
วิเวียน จุลมนต์ ยังบลัดพรรคสีฟ้า ในศึกหนักสนามเลือกตั้ง กทม. ประชาธิปัตย์ จะกลับมาอีกครั้ง
ด้วยความที่สนามเลือกตั้ง "กรุงเทพมหานคร" เป็นสนามเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุด มี สส.เขตมากที่สุดคือ 33 คน และมีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งร่วมห้าล้านกว่าคน ทำให้หลายพรรคการเมืองต่างต้องการชัยชนะ

