
‘อ๋อย’ โวย ‘มาร์ค’ ขู่เพื่อไทยชนะเลือกตั้งเจอรัฐประหารแน่ ชี้เคยเข้าใจผิดไม่เห็นด้วยสืบทอดอำนาจเผด็จการ แค่แบ่งบทกันเล่นในประชาธิปัตย์
2 พ.ค. 2565 – นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุถึงพรรคเพื่อไทยยังก้าวไม่พ้นตระกูลชินวัตร และหากชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาลอาจเจอรัฐประหารอีกว่า นายอภิสิทธิ์บอกให้ระวังว่าถ้าพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ อาจมีการรัฐประหารอีกนั้น หากมองว่าเป็นการพูดเพื่อไม่ให้คนเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งก็พอเข้าใจได้ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือการพูดอย่างนี้เป็นการทำลายหลักการประชาธิปไตยและสนับสนุนเผด็จการและการรัฐประหาร ในหลักการประชาธิปไตย มีด้วยหรือที่หากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีพฤติกรรมหรือการกระทำที่เป็นลักษณะของการเอื้อประโยชน์ให้ครอบครัว ให้พวกพ้องหรือไปทำอะไรที่ฝืนกับหลักธรรมาภิบาล หลักกฎหมาย อย่างที่ยกขึ้นมาแล้ว จะเป็นความถูกต้องชอบธรรมในการทำรัฐประหาร
ถ้ามีพฤติกรรมอย่างนั้นจริง ทำไมไม่ใช้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่จัดการกับรัฐบาลนั้น ในระบบปัจจุบันจะบอกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจริงๆ สามารถแทรกแซงศาลหรือองค์กรอิสระก็ไม่ได้อยู่แล้ว ทำไมจะใช้การรัฐประหารที่ทำลายหลักกฎหมายและธรรมาภิบาลยิ่งกว่าสิ่งใด
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ในเรื่องการรัฐประหาร เห็นต่างจากนายอภิสิทธิ์มาตลอด ในบางเงื่อนไข การรัฐประหารเป็นเรื่องจำเป็นหรือกระทั่งเป็นเรื่องถูกต้อง แต่เห็นว่าไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร การทำรัฐประหารก็ไม่เป็นสิ่งที่ถูกต้องและไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายอย่างไร การรัฐประหารก็จะนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเสมอ บนหลักการประชาธิปไตยจึงไม่มีข้ออ้างใดๆ ที่จะทำให้การรัฐประหารจะกลายเป็นสิ่งที่ชอบธรรมไปได้
“เคยรู้สึกเห็นใจคุณอภิสิทธิ์เมื่อคราวที่ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค และต่อมาต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สืบเนื่องจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ลงมติเข้าร่วมรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ทั้งๆ ที่ในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 คุณอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ประกาศไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี เข้าใจผิดไปว่าคุณอภิสิทธิ์เปลี่ยนใจนาทีสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งเป็นไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่ในที่สุดกาลเวลาก็พิสูจน์ว่าคุณอภิสิทธิ์กับแกนนำคนอื่นๆ ก็เพียงแค่แบ่งบทกันเล่นในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเท่านั้นเอง” นายจาตุรนต์ ระบุ
โดยการเสนอความเห็นของนายอภิสิทธิ์ในครั้งล่าสุดนี้เป็นการยืนยันความคงเส้นคงวา ก่อนการรัฐประหารปี 2549 นายอภิสิทธิ์ร่วมอยู่กับการบอยคอตการเลือกตั้งที่ชักชวนให้กองทัพยึดอำนาจและเมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้น ก็บอกว่าการรัฐประหารเป็นสิ่งจำเป็น ก่อนการรัฐประหารในปี 2557 เข้าร่วมขบวนการเป่านกหวีดของ กปปส. นำพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตการเลือกตั้ง สร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร และเมื่อเกิดการรัฐประหารก็เออออห่อหมกไปด้วยอย่างออกนอกหน้า เมื่อนึกย้อนหลังไปแล้ว คงต้องสรุปว่าการแสดงความเห็นครั้งหลังสุดที่ว่าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย อาจนำไปสู่การรัฐประหารได้นี้ เป็นความเห็นที่คงเส้นคงวาของนายอภิสิทธิ์ในการที่เห็นว่าการรัฐประหารเป็นสิ่งที่ทำได้ และในบางสถานการณ์ก็เป็นสิ่งที่ดีถึงขั้นที่ต้องช่วยสร้างเงื่อนไขหรือเชื้อเชิญให้เกิดขึ้น
“ที่ยังไม่เข้าใจก็คือเหตุใดคุณอภิสิทธิ์จึงออกมาพูดในตอนนี้ ทำไมจึงมาขู่ประชาชนว่าอย่าเลือกพรรคนั้นพรรคนี้ มิฉะนั้นจะเกิดรัฐประหาร ในขณะที่คนทั่วบ้านทั่วเมืองเขาเห็นกันหมดแล้วว่าการรัฐประหารที่ผ่านมา ได้ทำให้บ้านมืองเสียหายล่มจมไปแล้วอย่างไร” นายจาตุรนต์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประชาธิปัตย์ จัดงานสัมมนา AI วางเป้ากทม.เป็นAI Builder Hub
“ประชาธิปัตย์” ประกาศความสำเร็จงาน "Thailand in the AI Race" ปักหมุดกรุงเทพฯ เป็น AI Builder Hub แห่งแรกของประเทศและภูมิภาค
ประชาธิปัตย์ จ่อเคาะชื่อผู้สมัครชิงผู้ว่าฯกทม.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการส่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาธิปัตย์ว่า
'อภิสิทธิ์' นำประชุมใหญ่ ปชป. วางรากฐานพรรคใหม่ ดันทีมลุย กมธ. 35 คณะ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ ประชุมใหญ่สามัญ ประจําปี 2569 โดยมีกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคฯ เข้าร่วมอ
‘อิ๊งค์-เชน’ ที่ปรึกษาพท. ‘กกต.’ ยื่นพยาน 11 คนสู้
"เพื่อไทย" ดึง "แพทองธาร-ยศชนัน" นั่งที่ปรึกษา "จุลพันธ์" เมินคนนอกมองพรรควิกฤต "ภท." ประชุมใหญ่ ไม่เปลี่ยน กก.บห. "กกต." เตรียมยื่นบัญชีพยาน
'เพื่อไทย' จัดทัพใหม่! ผุดคณะผู้บริหาร ดึง 'อิ๊งค์-ดร.เชน' ร่วมวง
'เพื่อไทย’ ตั้ง กก.บห. เพิ่มอีก 13 คน 'จุลพันธ์' ชูโครงสร้างใหม่ มีเจ้าภาพรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ เมินคนนอกมองพรรควิกฤต ผุดคณะผู้บริหารขับเคลื่อน ดึง ‘แพทองธาร-ยศชนัน’ นั่งกุนซือ
'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า
"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”

