'กรณ์' ฉายภาพวิกฤตศก.ไทย-โลก เตือนไม่รื้อโครงสร้างงบประมาณ ปีหน้าไทยอาจเสี่ยงไร้เงินใช้จ่าย

‘กรณ์’ ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย-ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เตือนหากไม่รื้อโครงสร้างงบประมาณ ปีหน้าไทยอาจเสี่ยงไร้เงินจ่าย หนุนสังคายนางบฯ และปฏิรูปการเมืองด่วน

26 ก.ค.2569-นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรมว.การคลัง ได้ร่วมบรรยายในโครงการ DIP16 หัวข้อ “ปัจจัยการเงินที่ส่งผลต่อประเทศ”  ให้กับกลุ่มเยาวชน โดยฉายภาพความท้าทายครั้งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจระดับโลกและประเทศไทย พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อหาทางออกให้ประเทศ

นายกรณ์ ระบุว่า 1. ทุนนิยมเสรีถูกท้าทาย – AI จัดระเบียบสังคมมนุษย์ใหม่  ระบบทุนนิยมเสรีที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกหลังสงครามโลกกำลังถูกท้าทายด้วยปัญหาความเหลื่อมล้ำ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ขณะที่ไทยเน้นการทำกำไรโดยขาดกลไกถ่วงดุลและการแข่งขันที่เป็นธรรม

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบหนักที่สุดต่อ คนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่เผชิญภาวะค่าครองชีพแซงหน้ารายได้ ทั้งต้นทุนการมีบ้าน การหางาน การดูแลพ่อแม่ และการศึกษาของลูก ซ้ำเติมด้วยการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลัง จัดระเบียบโครงสร้างสังคมใหม่ ออกเป็น 5 กลุ่ม 1. กลุ่ม 0.01% (ผู้กุมอำนาจเทคโนโลยี): เจ้าของ AI, Data Center และแพลตฟอร์มระดับโลก 2. กลุ่ม 1% (เจ้าของสินทรัพย์เดิม): ผู้ถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และแบรนด์ใหญ่ 3. กลุ่ม 10% (ผู้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี): นำ AI มาเสริมศักยภาพการทำงาน 4. กลุ่ม 20% (ผู้ให้บริการ/ทักษะเฉพาะ): แพทย์ พยาบาล เชฟ นักกีฬา และช่างฝีมือ 5. กลุ่มที่เหลือ (ตกขอบระบบเศรษฐกิจ): ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และต้องรอการช่วยเหลือจากรัฐ

2. โลกเปลี่ยนผ่าน: จากยุคพลังงาน สู่ยุค AI เต็มรูปแบบ ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก สะท้อนผ่านมูลค่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของโลกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ปี 2006: ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มพลังงานและการเงิน (ExxonMobil, Citigroup, Toyota, BP)  ปี 2026: เปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและ AI ชัดเจน นำโดย NVIDIA ($5,110B), Apple ($4,631B), Alphabet ($4,332B), Microsoft ($2,860B) และ Amazon ($2,639B)

3. ผ่าโครงสร้างงบแผ่นดินไทย: ข้อจำกัดและภาระการคลัง เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ซ้ำเติมด้วย “โครงสร้างประชากร” (เด็กเกิดน้อย สังคมผู้สูงอายุ) และ “ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” ยิ่งทำให้งบประมาณแผ่นดินติดล็อก โดย 69% ของงบประมาณ หมดไปกับรายจ่ายประจำและภาระผูกพัน 1. งบบุคลากรภาครัฐ (39.5%): เงินเดือน, สวัสดิการ, กบข. และท้องถิ่น 2. งบสวัสดิการสังคม (15.0%): บัตรทอง (2.14 แสนลบ.), เบี้ยผู้สูงอายุ (1 แสนลบ.), งบเรียนฟรี (8 หมื่นลบ.) และประกันสังคม (6.5 หมื่นลบ.) 3. งบชำระหนี้ (12.2%): ดอกเบี้ย 8.2% และเงินต้น 4.0% (ส่วนที่เหลือเป็นรายจ่ายอื่น ๆ 31.0%, งบลงทุนชดเชย 1.9% และรัฐวิสาหกิจ 0.4%)

นายกรณ์ เตือนว่า หากรัฐบาลยังคงบริหารงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่าย ขาดยุทธศาสตร์ระยะยาว เน้นโครงการประชานิยม และปล่อยให้มีการทุจริตเชิงโครงสร้าง รัฐบาลจะเสี่ยงไร้ศักยภาพในการดูแลคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงเสนอ 2 ทางออกสำคัญ 1. สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับทักษะคน (Reskill/Upskill) พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อหาเงินเข้าประเทศ 2. แก้ไขที่ภาคการเมืองเป็นจุดแรก ปรับบทบาทของรัฐ รื้อโครงสร้างงบประมาณ ใช้เครื่องมือทางการคลังอย่างโปร่งใส และสร้างสวัสดิการที่ลดความเหลื่อมล้ำได้จริง ก่อนวิกฤตการคลังจะสายเกินแก้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภราดร' ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอก ครม. พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา

'ภราดร' ไม่รู้ฝ่ายค้านจ่อซักฟอกตามมาตราไหน เรื่องอะไร ลั่น ครม.ทุกคนพร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา ยันปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา

'กรณ์' ข้องใจเคยเรียก 'วรภัค' ชี้แจงหรือไม่ซัด กลต.ทำงานอืดจนสหรัฐจัดการเอง!

'กรณ์' ชี้สหรัฐไม่รอไทย จ่อคว่ำบาตร 28 เครือข่ายสแกมเมอร์ สะท้อนอำนาจไทยเป็น 'เป็ดง่อย' ซัด ก.ล.ต.ทำงานช้า จนมะกันออกโรงเอง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน สงสัยเคยเรียก 'วรภัค' ชี้แจงหรือไม่

'สส.ภูมิใจไทย' ซัด 'อภิสิทธิ์' ไร้วุฒิภาวะ ปั่นกระแสลือคดีฮั้วสว.ฉลองรอดแล้ว หวังผลส้มหล่น

‘วัชรพงศ์’ ซัด ‘อภิสิทธิ์’ ไร้วุฒิภาวะ ปมปล่อยข่าวลือคดีฮั้ว สว. ฉลองรอดแล้ว ตอกกลับควรมีหลักฐานจริง ไม่ใช่ใช้ปากตีกินเดินเกมหวังผลทางการเมืองและโหนกระแสพรรคส้มเพื่อรอส้มหล่น