แตะไม่ได้! 'เพชร กรุณพล' สวนกลับ 'บุญยอด' พวกเผด็จการไม่เข้าใจนโยบายก้าวไกล

‘เพชร กรุณพล’ สวนกลับ ‘บุญยอด’ อย่าเอามาตรฐานพรรคตัวเองตัดสิน ปมโจมตี 4 นโยายทำได้ทันทีของก้าวไกล ชี้ พรรคเสียงข้างมากในสภาที่มีเจตจำนงทางการเมือง ย่อมมีความสามารถพอในการแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมได้ ไล่กลับไปศึกษาใหม่ บางนโยบายเป็นอำนาจฝ่ายบริหาร ไม่ต้องถึงสภาก็แก้ได้เลย

3 พ.ค.2565- นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้วิพากษ์วิจารณ์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในเรื่อง 4 นโยบายที่สามารถทำได้ทันที หากได้เป็นพรรคใหญ่ในรัฐบาล ได้แก่ยกเลิกเกณฑ์ทหาร, สมรสเท่าเทียม, สุราก้าวหน้า และรัฐสวัสดิการ ว่า หาเสียงเกินจริงและไม่สามารถทำอะไรได้ตามใจหรือทันทีนั้น ว่า นายบุญยอด คงตัดสินจากมาตรฐานพรรคที่ตนเองสังกัดซึ่งต้องอาศัยอำนาจนอกระบบหรืออำนาจจากเผด็จการให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล จึงไม่สามารถมีนโยบายที่ยึดโยงกับประโยชน์ของประชาชนออกมาได้ แม้กระทั่งการหาเสียงก็ต้องโกหกประชาชนว่าจะไม่ร่วมกับเผด็จการ แต่สุดท้ายก็ไปโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ได้มีตำแหน่งในรัฐบาล แต่พอเมื่อมีอำนาจกลับไม่สนใจที่จะแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและฉุดรั้งไม่ให้ประเทศนี้มีการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเสมอภาค เป็นธรรมและทั่วถึง คอยอุ้มแต่ทุนใหญ่ ทั้งที่เป็นผู้ดูแลกระทรวงสำคัญ ได้แก่ กระทรงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรฯ

นายกรุณพล กล่าวว่า การกล่าวหาว่า หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่เข้าใจการแก้ไขกฎหมายในระบบรัฐสภา คงต้องย้อนถามกลับไปบอก นายบุญยอด ว่าจะเอามาตรฐานพรรคตัวเองมาตัดสินพรรคอื่นไม่ได้ เพราะพรรคเสียงข้างมากในสภาที่มีเจตจำนงทางการเมือง ย่อมมีความสามารถพอในการแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมได้โดยความยินดีของประชาชน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสมัยที่พรรคของนายบุญยอดเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก จึงไม่สามารถแก้กฎหมายหรือผลักดันนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เลย นั่นก็เพราะไม่เคยคิดชนะการเลือกตั้งด้วยนโยบาย จนในที่สุดประชาชนเสื่อมศรัทธา ความนิยมตกต่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน ต้องเผชิญกับปัญหาความวุ่นวายภายในพรรค ทำให้มีแต่คนเดินออกเป็นว่าเล่นดังทุกวันนี้

นายกรุณพล ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา นายบุญยอด ได้ติดตาม+ 9 ดีแค่ไหน จึงไม่รู้ว่าทั้ง 4 เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวของกับบทบาทการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารทั้งสิ้น แต่รัฐบาลนี้นอกจากไม่สนับสนุน ยังทำตัวเป็นตัวถ่วงเสียเองด้วย1.สุราก้าวหน้า สามารถแก้ไขได้ทันทีหากเป็นรัฐบาล เพราะข้อจำกัดที่มีในเวลานี้ มาจากจากประกาศกรมสรรพสามิต ไม่ต้องนำเรื่องเข้าสภาก็สามารถแก้ไขได้ในระดับกฎกระทรวง เรื่องนี้ถ้า พิธา เป็นนายก เซ็นแก้ได้เลย ไม่ต้องรอ พี่น้องเกษตรกร จะมีรายได้เพิ่มจากการแปรรูปสินค้าเกษตรอีกรูปแบบหนึ่ง จะเกิดเศรษฐกิจใหม่ตามมาอีกมากมาย แต่เรื่องนี้พรรคก้าวไกลทำไม่ได้เพราะเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีอำนาจเหมือนรัฐบาล จึงต้องเสนอแก้ไขในรูปแบบ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ผ่านสภาผู้แทนราษฎร 2.สมรสเท่าเทียม เป็นร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลที่ประชาชนเฝ้ารออย่างมาก เพราะทันทีที่เข้าสู่สภามีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์รัฐสภามากที่สุดเป็นประวัติการณ์กว่า 45,000 คน โดยใช้เวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ดังนั้น ร่างนี้ควรจะผ่านออกมาเป็นกฎหมายได้แล้ว

“หากสภานี้เป็นสภาที่เสียงข้างมากที่รับฟังเสียงของประชาชนจริง แต่กลับใช้เทคนิคกฎหมาย ให้ ครม.มาขอรับร่างไปศึกษาเพื่อเตะถ่วงไปอีก 60 วัน แล้วจะใช้ผลการศึกษาของ ครม.อ้างต่อสภาว่าไม่รับหลักการอ้างเพื่อปัดตกกฎหมาย ดังนั้น พรรคก้าวไกล พร้อมดำเนินการต่อได้ทันที หากเป็นรัฐบาลจะไม่มีการยื้อเวลาเหมือนรัฐบาลนี้ เพราะคนจำนวนมากเห็นด้วยกับการทำให้คนเท่ากัน และรอกฎหมายนี้อยู่”

3.ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เป็นอีก ร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลที่ถูกตีตกด้วยอำนาจฝ่ายบริหาร ด้วยการเตะถ่วงไม่นำเข้าสภา ทั้งยังใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายโดยการอ้างว่าเป็นกฎหมายการเงิน จึงเป็นอำนาจตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ผิดคาดที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พรรคของท่านโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ปัดตกกฎหมายฉบับนี้ จึงไม่มีการนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา หากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล ร่างกฎมายนี้จะเป็นกฎหมายด่วนที่นำเสนอต่อสภา แต่หากพรรคการเมืองใดไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ท่านก็จะต้องไปตอบต่อประชาชนและคนรุ่นใหม่ให้ได้ว่าทำไมจึงไม่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลเชื่อว่า การเสนอให้มีกองทัพทันสมัย ตรวจสอบได้ เป็นทหารอาชีพ มีสวัสดิการที่ดีและมีความก้าวหน้าในอาชีพ เป็นอีกเรื่องที่ประชาชนอยากเห็น และเรามีเจตจำนงที่ชัดเจนในการแก้ไขเรื่องนี้​ และ4.รัฐสวัสดิการ ทุกรัฐบาลมีหน้าที่ในการจัดทำงบประมาณเพื่อเสนอต่อสภา ในเมื่อพรรคก้าวไกลใช้นโยบายนี้เสนอต่อประชาชนในการเลือกตั้ง หากได้รับเสียงข้างมากและเป็นพรรคใหญ่ในรัฐบาล ย่อมหมายถึง การที่ประชาชนต้องการเห็นการจัดทำงบประมาณที่เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง สวัสดิการประชาชนคือความมั่นคงของประชาชน ไม่ใช่เอางบไปซื้อรถถัง เรือดำน้ำในยามที่บ้านเมืองเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม รวมถึงวิกฤตสังคมสูงวัยที่เป็นเสมือนระเบิดเวลาลูกใหญ่สังคมไทย นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับเกี่ยวกับการเพิ่มสวัสดิการประชาชน ที่พรรคก้าวไกลและภาคประชาชนเสนอเข้าไป เช่น พ.ร.บ.แรงงาน ,พ.ร.บ.บำนาญ แต่ถูกปัดตกโดยนายกรัฐมนตรี ด้วยเทคนิคการตีความว่าเป็นกฎหมายการเงินเช่นเดิม พรรคก้าวไกล เชื่อว่า แม้แต่สภาเองก็รอผ่านกฎหมายเหล่านี้อยู่ แต่ไปติดขัดที่ด่านของฝ่ายบริหาร ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลกฎหมายเหล่านี้จะถึงสภาและจะผ่านออกมาอย่างรวดเร็วแน่นอน

“เราเคยพูดถึงหลายครั้งทั้งในและนอกสภา แต่นายบุญยอดคงไม่ได้ฟังหรือฟังแล้วไม่เข้าใจก็ไม่อาจทราบได้ เราได้ชี้แจงถึงความสำคัญจำเป็นของการจัดทำงบประมาณแบบก้าวไกล ที่ครอบคลุมไปถึงที่มาและที่ไปของงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนได้มีสวัสดิการที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครเหลียวแลในยามลำบากแบบที่รัฐบาลนี้ทำ การที่ประชาชนมีสวัสดิการที่พอเพียงจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชาติ ให้คนกล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ กล้าที่จะฝัน โดยไม่ต้องกลัวว่าเมื่อพลาดไปแล้วจะไม่มีใครมาโอบอุ้ม อธิบายมาถึงตอนนี้ก็หวังจากหัวใจว่า นายบุญยอด จะเข้าใจเสียทีว่า นโยบายที่ทำได้ทันที ก่อนจะพูดเค้าคิดกันมาดีแล้ว มีความเข้าใจในบทบาทของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติเป็นอย่างดี อย่าคิดว่าใครๆชอบขายฝันหลอกชาวบ้านแบบที่ตัวเองเคยทำมา” รองโฆษกพรรคก้าวไกล ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' เมินโพลคนใต้เชียร์ 'อภิสิทธิ์' ปัดล็อก 'อ' นั่งนายกฯ

'อนุทิน' ขอเลือกตั้งเรียบร้อย รับหวังสส.กทม. เมินนิด้าโพล สงขลาเชียร์ 'อภิสิทธิ์' ปัดกระแส 'นิพิฏฐ์' ปูดล็อกเป้า 'อ' นั่งนายกฯ ปล่อยมุก 'อภิทิน'

'พิพัฒน์' ยังมั่นใจกวาดใต้ โค้งสุดท้ายขน 'อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี' หาเสียง

'พิพัฒน์' รับกังวลโพลสงขลา ปชป.นำ แต่มั่นใจผลงาน-หัวหน้าพรรค ยังคงเป้ากวาดใต้ 31 ที่นั่ง จับตาไฮไลต์ ปราศัยใหญ่โค้งสุดท้าย ขน 'อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี' ขึ้นเวทีหาเสียง

'ปชป.' กวาดปาร์ตี้ลิสต์ใต้ชัวร์ แต่ สส.เขต ยังยากอยู่

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ปชป. ภาคใต้ ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ชัวร์ สส.เขต ยังยากอยู่" โดยระบุว่า

‘อภิสิทธิ์’ ขอคะแนน กทม. ชี้ 2 เดือน กระแส ปชป. ดีขึ้น ย้ำการเมืองสุจริต

หัวหน้าประชาธิปัตย์ระบุ กระแสตอบรับช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเป็นบวก ย้ำไม่มีใครเป็นเจ้าของประชาชน ตั้งคำถามเลือกตั้ง กทม. สองรอ

'อภิสิทธิ์' นำทัพ ปชป. พา 33 ผู้สมัคร สส.กทม. ไหว้พระแม่ธรณีก่อนสมัครเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนต