
20 ก.พ. 2569 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “การรับรู้ปัญหาซื้อเสียงของประชาชนและรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง” ระหว่างวันที่ 13 – 16 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบพบหน้า กำหนดระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ 95% และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ร้อยละ 2.5 นอกจากนี้ทุกแบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความครบถ้วนและความสมเหตุสมผลของคำตอบ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์และรายงานผลต่อไป
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านได้ยินเรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของท่านหรือไม่” พบว่า ผู้ตอบมากกว่าครึ่ง ระบุว่า “ได้ยิน” คิดเป็นร้อยละ 53.6 ขณะที่อีกร้อยละ 46.4 ระบุว่า “ไม่ได้ยิน”
ผลการสำรวจในคำถาม “หากเคยได้ยินราคาซื้อเสียงที่ท่านทราบ คือเท่าไร” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่า “500 – 1,000 บาท” คิดเป็นร้อยละ 76.8 รองลงมาคือ “ต่ำกว่า 500 บาท” คิดเป็นร้อยละ 15.3 และ “มากกว่า 1,000 บาท” คิดเป็นร้อยละ 7.9
เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคในคำถาม “ท่านได้ยินเรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของท่านหรือไม่” พบว่า กรุงเทพมหานครมีสัดส่วนผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ต่ำที่สุดที่ร้อยละ 26.5 ขณะที่ร้อยละ 73.5 ระบุว่า “ไม่ได้ยิน” ส่วนภาคกลางมีผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ร้อยละ 37.7 และ “ไม่ได้ยิน” ร้อยละ 62.3 ขณะที่ ภาคตะวันออกมีผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ร้อยละ 46.3 และ “ไม่ได้ยิน” ร้อยละ 53.7 ในทางกลับกัน ภูมิภาคที่มีสัดส่วนผู้ตอบว่า “ได้ยิน” อยู่ในระดับสูง ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 64.9 ขณะที่ร้อยละ 35.1 ระบุว่า “ไม่ได้ยิน” ตามด้วย ภาคเหนือซึ่งมีผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ร้อยละ 56.5 และ “ไม่ได้ยิน” ร้อยละ 43.5 และ ภาคใต้มีผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ร้อยละ 65.3 ซึ่งสูงที่สุด ขณะที่ร้อยละ 34.7 ระบุว่า “ไม่ได้ยิน”
เมื่อพิจารณาช่วง “ราคาซื้อเสียง” ที่ผู้ตอบรับทราบในแต่ละภูมิภาค พบว่า กรุงเทพมหานครอยู่ในช่วง 300–1,000 บาท ขณะที่ ภาคกลางอยู่ในช่วง 300–3,000 บาท และ ภาคตะวันออกอยู่ในช่วง 500–3,000 บาท ส่วน ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในช่วง 100–2,500 บาท ภาคเหนืออยู่ในช่วง 200–2,000 บาท และภาคใต้อยู่ในช่วง 300–2,000 บาท
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 40.8 ประเมินว่า “แย่–ค่อนข้างแย่” รองลงมาคือ “พอใช้” ร้อยละ 25.8 และ “ดี–ค่อนข้างดี” ร้อยละ 31.9 ขณะที่ร้อยละ 1.5 ระบุว่า “ไม่มีความเห็น”
ผลการสำรวจทาง Line Today 1 ในคำถาม “ท่าน ‘ชอบ’ รูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลแบบไหนมากที่สุด” พบว่า ผู้ตอบจำนวนมากที่สุดระบุว่า “ไม่มีรูปแบบที่ชอบ” คิดเป็นร้อยละ 41.9 สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่พึงพอใจกับตัวเลือกการจัดตั้งรัฐบาลที่เสนอมา สำหรับรูปแบบที่ได้รับความนิยมรองลงมา คือ “ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + ประชาธิปัตย์” ร้อยละ 28.5 และ “ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + ประชาชาติ + ประชาธิปัตย์” ร้อยละ 13.8 ขณะที่ตัวเลือกฝั่งอื่น ๆ ได้รับการเลือกในสัดส่วนต่ำกว่า ได้แก่ “ภูมิใจไทย + กล้าธรรม + พลังประชารัฐ + เศรษฐกิจ” ร้อยละ 9.3, “ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + กล้าธรรม” ร้อยละ 4.6 และ “ภูมิใจไทย + กล้าธรรม” ร้อยละ 1.9.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประธานสภาฯ ตั้งกก.สอบ เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า ถูกร้องเรียกรับเงิน
'โสภณ' ตั้งกรรมการสอบเลขาธิการพระปกเกล้า ปมถูกกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์แลกเรียนหลักสูตร ปปร. ยัน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพื่อรักษาภาพพจน์สถาบัน
ผวาไทยตามก้นเขมร! กระตุก 'อนุทิน' ยกเลิกบำนาญ สส.
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) โพสต์ข้อความในหัวข้อ "บำนาญ สส. ไทย … ตามก้นเขมร!?"
'สมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม บวกภัยแทรกซ้อน ไม่กังวล 'ครม.สัญจร' สงขลาปลายเดือน
'เลขาฯสมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม ไม่ฟันธง 'BRNใหม่' เอี่ยว มีปัจจัยแทรกซ้อน-เรื่องท้องถิ่นผสม มั่นใจพร้อมดูแลความปลอดภัยประชุม 'ครม.สัญจร' สงขลา ปลายเดือนนี้
ตามนั้น! 'นิพิฏฐ์' ชี้เปรี้ยง ประชาธิปัตย์มาถูกทางแล้ว
“นิพิฏฐ์” หนุนประชาธิปัตย์เสนอ ป.ป.ช. กันผู้ทุจริตท้องถิ่นเป็นพยาน สาวถึงบุคคลระดับสูง แนะหากจำเป็นต้องเข้าโครงการคุ้มครองพยาน ชี้ต้องสร้างทั้ง “ความเป็นธรรมทางโอกาส-โอกาสที่เป็นธรรม”
'ปชป.' บุก ป.ป.ช. บี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น สาวถึง 'บิ๊กการเมือง'
'ปชป.' บุก ป.ป.ช. ทลายระบบอุปถัมภ์ จี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น ลั่นอย่าตัดตอนแค่ปลาซิวปลาสร้อย สาวให้ถึง 'บิ๊กการเมือง'
'ธนกร' สวน 'อภิสิทธิ์' อย่าแกล้งความจำสั้น ยันนายกฯลงชายแดนใต้ ตั้งแต่เดือนแรกรับตำแหน่ง
‘ธนกร’ ประณามผู้ก่อเหตุความรุนแรง 3 จ.ชายแดนใต้ สวน ปชป. อย่าแกล้งความจำสั้น ย้ำนายกฯ ลงพื้นที่ตั้งแต่เดือนแรกที่รับตำแหน่ง พร้อมกำชับทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายความมั่นคง ดูแลแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อนำความสงบกลับคืนสู่พื้นที่

