'จตุพร' ฟันธง! 'อนุทิน' ไม่เอาเพื่อไทยร่วมรัฐบาล

10 ก.พ.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยคาดว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคกล้าธรรม เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วเลือกดึงพรรคเล็กพรรคน้อยหรือทาบทามพรรคประชาธิปัตย์มาเสริมเสถียรภาพรัฐบาลผสมด้วย

“สิ่งสำคัญ การจัดตั้งรัฐบาลเมื่อสองพรรครวมกันเกินครึ่งแล้ว หลักการแรกคงควานหาพรรคเล็กมาร่วมให้ได้เสียงเกินครึ่งไปถึง 20-30 เสียง ถ้ามีปัญหากับพรรคเล็กๆ พรรคใดพรรคหนึ่งแล้ว เสียงรัฐบาลก็ไม่เดือดร้อนเหมือนกับการมีปัญหากับพรรคใหญ่เกินความจำเป็น”

อีกทั้งกล่าวว่า ชัยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นของพรรคภูมิใจไทยมาจากออกแบบกลยุทธ์ชิงเสียงกระแสและฐานเสียงพื้นที่มาอย่างดี จึงทำให้ชนะ สส.เขตและบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นแบบกระโดดเกือบ 3 เท่าตัว และเมื่อรวมกับเสียงพรรคกล้าธรรมได้ 251 เสียงเกินครึ่งเป็นฐานตั้งรัฐบาลใหม่ได้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ

ดังนั้น คาดว่า การตั้งรัฐบาลใหม่คงไม่ดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วม เพราะจะทำให้สถานะพรรคกล้าธรรมกลายเป็นพรรครัฐบาลอันดับสาม อีกอย่างพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นย่อมทำให้เสถียรภาพรัฐบาลคลอนแคลนและอาจพังได้ในพริบตา

นายจตุพร ประเมินว่า แม้ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ดูเหมือนเสียงดังจะไปเป็นฝ่ายค้าน แต่ทางการข่าวแล้ว ตนสังหรณ์ว่า อาจมีการเจรจาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเป็นประธานสภาก็ได้

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า นายอภิสิทธิ์ เคยเป็นนายกฯ เพราะพรรคภูมิใจไทยเมื่อครั้งแยกออกจากพรรคพลังประชาชนมาโหวตให้ ดังนั้น จึงต้องรออีกสักพักจึงจะเห็นเค้าลางพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลนายอนุทินหรือไม่

อีกอย่าง ถ้าพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นฝ่ายค้านจริงแล้ว ทั้งสามพรรคเสมือนเป็นน้ำผสมน้ำมันย่อมทำหน้าที่ร่วมกันไม่ลงตัว จึงกระทบต่อเสถียรภาพไม่มากนัก

ส่วนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกลฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงนั้น จะกระทบกับ 10 เสียงของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นปาร์ตี้ลิสต์ 8 คนและ สส.เขต 2 คน ถ้าศาลฎีกาฯ รับคำร้องต้องถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ทันที ย่อมเกิดปัญหาตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านและแกนนำทำหน้าที่ในสภาเช่นกัน

กรณีประชามติจัดทำร่าง รธน.นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อมีเสียงเห็นชอบร่วม 20 ล้านเสียงแล้ว แต่การทำประชามติครั้งสองจะมีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งกฎหมายนี้ค้างอยู่ในสภา โดยต้องพิจารณาว่า ต้องมีเสียง สว. 1 ใน 3 ให้ความเห็นชอบหรือไม่ และเห็นด้วยกับวิธีการเลือกคณะยกร่าง รธน.ใหม่ แบบ 20 หยิบ 1 ด้วยหรือไม่ และกระทบกับปัญหาการทำประชามติครั้งสองด้วย

“การถามประชามติครั้งสอง ต้องให้ สว.เห็นชอบกฎหมายขั้นตอนวิธีการเลือกคณะร่าง รธน.ก่อน ถ้าผ่านการเห็นชอบ ยังต้องมีการทำประชามติครั้งสามอีก อย่างไรก็ตาม หาก สว.จำนวน 1 ใน 3 ไม่เห็นชอบก็ทำประชามติครั้งสามไม่ได้ หรือมีคนยื่นร้องขัด รธน.หรือไม่ ดังนั้น เส้นทางจัดทำ รธน.ใหม่จึงมีอุปสรรคขวางกั้นหลายด่าน และไม่ง่ายอย่างที่คิด จึงอย่าเพิ่งฝันหวานว่าจะได้ รธน.ใหม่แล้ว”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ มั่นใจเจรจาภาษีสหรัฐฯ สำเร็จแน่ ยันจุดยืนไทยวางตัวเป็นกลาง ปกป้องศักดิ์ศรีชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 81 ณ นครนิวยอร์ก กล่าวระหว่างพบปะชุมชนไทย ที่วัดพุทธไทยถาวรวนาราม

พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”

มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ

6 สส.ภูมิใจไทย อยุธยา ยืนยันติดตามปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่อง ไม่นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนประชาชน ชี้ผลักดันมาตรการแก้ไขทั้งระยะสั้น-ระยะยาว เตรียมตั้งกระทู้ถามนายกฯ พรุ่งนี้

วันที่ 23 กันยายน 2569 นายปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พร้อมด้วย นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย