สกลธี ปิดปราศรัยใหญ่แบบใจถึงใจ เปิดทุกความรู้สึกอึดอัดเห็นทุกปัญหา กทม. ลั่นสัญญาต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะทำกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นมา
20 พ.ค.2565 - นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 แบบไม่สังกัดพรรคการเมือง ได้ขึ้นปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ณ บริเวณวงเวียนใหญ่ ท่ามกลางเหล่าผู้สนับสนุนที่มาร่วมฟังอย่างคึกคักโดยในระหว่างการปราศรัยใหญ่ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกของตนเองที่ได้เห็นถึงปัญหาของกรุงเทพฯ จากประสบการณ์ทำงานเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. มาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จากการจัดสรรงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพว่าคนกรุงเทพฯ กำลังเสียโอกาสและขาดทุนกับการใช้ชีวิตอยู่ตอนนี้ ซึ่งถ้ายังไม่สามารถจัดความสำคัญในการใช้งบประมาณได้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะเพิ่มเติมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตนมาสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้นอกจากนี้นายสกลธียังขอคะแนนเสียงจาก ชาว กทม. ให้เลือกเบอร์ 3 ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยกล่าวต่อว่า “ขอโอกาสให้ผม สกลธี และทีมคนรุ่นใหม่ ได้เข้าไปบริหารกรุงเทพอย่างสร้างสรรค์ เราตั้งใจ อยากเห็นกรุงเทพฯ ดีกว่านี้ และเราเชื่อว่า พวกเราทำได้ ทำให้กรุงเทพดีกว่านี้ได้จริงๆ”นายสกลธีได้ย้ำถึงความมั่นใจว่าตนเองจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ของ กทม. รวมทั้งให้คำสัญญากับชาว กทม. ที่จะออกมาเทคะแนนให้กับตนในวันที่ 22 พ.ค. นี้ ต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณวงเวียนใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ปราศรัยในแนวทางการทำงานของตนเองในฐานะผู้ว่าฯ“ผมขอให้คำมั่นสัญญาวันนี้ ต่อหน้าองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผมจะไม่ยอมให้คอร์รัปชั่นในระบบราชการไทยอยู่เหนือชีวิตของคนกรุงเทพฯ ทุกคน เราจะไม่ทนกับคอรัปชั่นต่างๆ มากมายที่อยู่รายรอบตัว และกลไกคอร์รัปชั่นที่ทำให้กรุงเทพฯ ไม่เดินหน้าไปไหน สิ่งนี้ต้องหมดไป ผมจะไม่ยอมให้กรุงเทพ ย่ำอยู่กับที่เหมือนที่ผ่านมา ผมเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ 1,430 วัน ที่ผมเป็นรองผู้ว่าจะแก้ปัญหากรุงเทพได้ตรงจุด เพราะผมรู้จักกรุงเทพฯ และปัญหาของกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี เพียงแต่ขาดโอกาสและอำนาจเต็มในการจัดการ”โดยทั้งนี้ในวันที่ 21 พ.ค.2565 นายสกลธี มีกำหนดการที่จะขึ้นรถแห่ไปรอบๆ กทม. โดยเริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์ประสานงานของตนเอง ณ อาคาร 56 ตั้งแต่เวลา 8.00 น. และจุดสุดท้ายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 16.00 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วิรุตม์' ยก พรบ.สถานบริการ ชี้ ไฟไหม้ 'ผับเถื่อน' คนตายเกลื่อน เพราะตำรวจละเว้นหน้าที่
'วิรุตม์' ชี้ไฟไหม้ 'โรงเบียร์ ณลาดพร้าว' เกิดจากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจที่ขออนุญาตเพียงการขายอาหาร ยกพ.ร.บ.สถานบริการ ในเขตกรุงเทพฯ ผบช.น.เป็น 'พนักงานเจ้าหน้าที่' ทำหน้าที่ตรวจตรามิให้มีผู้ใดฝ่าฝืนเปิด 'สถานบริการเถื่อน' หากพบการทำผิดต้องจับกุมดำเนินคดี
'ชัชชาติ' สั่งล้อมคอกสถานบริการทั่วกรุง พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ
'ชัชชาติ' ตรวจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่
'ผู้ว่าฯ กทม.' สั่งตั้งศูนย์ประสานช่วยญาติเหยื่อ เร่งสอบใบอนุญาต หาเหตุไฟไหม้
'ผู้ว่าฯ ชัชชาติ' ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว สั่งตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือญาติ เร่งตรวจใบอนุญาต-ระบบทางหนีไฟ รอผลพิสูจน์หาสาเหตุเพลิงไหม้
นิรโทษกรรม คดีชุมนุมการเมือง ล้างทุกสิ่งเพื่อกลับไปเริ่มต้นใหม่
จากมติที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 ที่เห็นชอบร่าง พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... หรือที่เรียกกันว่า "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมือง"
'วิโรจน์' น้อมรับฟังเสียงติงติงผิดหวัง 'พรรคส้ม' หลังพ่ายเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ยับเยิน
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า
'สกลธี' ชี้จุดอ่อน 'งบสาธารณสุข' สะสมระเบิดเวลา 3 ลูก แนะรัฐบาลเลิกถมเงินแก้ปลายเหตุ ต้องกล้าปฏิรูปจริงจัง
นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายงบฯ70 ว่าในส่วนของงบสาธารณสุขและสุขภาพของคนไทยเมื่อร้อยเรียงตัวเลขทั้งกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 1.8 หมื่นล้านบาท งบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกือบ 3 แสนล้านบาท งบกลางรักษาข้าราชการ 8 หมื่นล้านบาท

