หยามไร้ฝีมือ! ยุ 'บิ๊กป้อม' เลิกเสนอชื่อ 'พลเอกประยุทธ์' เป็นแคนดิเดตนายกฯพปชร.

ประวิตร ประยุทธ์25 มิ.ย.2565 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ในฐานะแกนนำสภาที่ 3 กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศเวลานี้วิกฤตหนักมาก และยังคงมีแนวโน้มที่จะดำดิ่งลงไปอีกโดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีฝีมือเพียงพอที่จะนำพาประชาชนพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้ พล.อ.ประยุทธ์ มีแต่ข้ออ้างวาทกรรม วิกฤตซ้อนวิกฤติ คือโควิด-19 และสงครามยูเครน - รัสเซีย จึงทำให้ประเทศจมปลักอยู่กับปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ทั้งที่ความจริง ประเทศมีวิกฤตซ้อนวิกฤตและซ้อนวิกฤต หรือวิกฤต 3 เด้ง ซึ่งวิกฤตที่ 3 และเป็นวิกฤตที่หนักที่สุดคือประเทศมีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ไร้ความรู้ความสามารถนั่นเอง

“เชื่อว่าประชาชนจะพร้อมสู้ไปด้วยกันเพื่อฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ แต่ไม่ใช่การสู้ไปกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ต่างหากที่ทำให้ประเทศต้องเจอวิกฤต 3 เด้ง จึงไม่สามารถหลอมรวมคนในชาติทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียวในการร่วมกันฝ่าฟันเพื่อให้ประเทศชาติพ้นวิกฤตได้”นายอดุลย์ กล่าว

นายอดุลย์ กล่าวต่อว่า หากปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำพาประเทศต่อไป ประเทศชาติจะเผชิญกับปัญหาสารพัดประชาชนจะเดือดร้อนแสนสาหัส จึงขอเรียกร้องให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เรียกประชุมพรรคพร้อมประกาศจุดยืน เลิกสนับสนุนการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้กลุ่มบุคคลต่างๆที่สยบยอมหรืออุ้มชู”ระบอบประยุทธ์” เลิกเป็นนั่งร้านสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อีกต่อไป หากพล.อ.ประวิตร มีความกล้าหาญและเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่อุ้มน้องรักขึ้นมาเป็นนายกฯซึ่งพิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว ก็เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหนทางที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองได้

นายอดุลย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อเสนอของสภาที่ 3 คือ แก้ปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานที่ไม่เป็นธรรม เพราะการแก้ปัญหาน้ำมันแพงไม่ใช่แค่ค่าการกลั่น และให้จับตาดูว่า รมว.พลังงาน และกลุ่มทุน จะตีกรรเชียงหนีเรื่องการส่งกำไรค่าการกลั่น อย่างไรนั้นก็ปรากฏเป็นจริง คือ ทางกระทรวงพลังงานออกมาให้สัมภาษณ์ลักษณะซื้อเวลาอ้างว่ายังต้องเจรจากับทางกลุ่มโรงกลั่นต่อไปอีก และที่น่าเศร้าคือ การออกมาแนะนำให้ประชาชนกลับไปใช้เตาอั้งโล่อ้างว่าเพื่อการประหยัด นี่คือ วิสัยทัศน์อันโง่เขลาขององคาพยพที่ค้ำระบอบประยุทธ์ ซึ่งหากปล่อยให้บริหารประเทศต่อไป คนไทยอาจต้องกลับไปเป็นมนุษย์ถ้ำอีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”