อดีตโฆษกเพื่อไทยจี้ 'อนุทิน' เร่งแก้วิกฤตปากท้อง หลังเงินเฟ้อเดือน ต.ค. พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ชี้ม็อบรถบรรทุก-กำนันมะโนสะท้อนความเดือดร้อนประชาชน เรียกร้องทีมเศรษฐกิจแจงผลงานลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ แก้หนี้ ภายใน 15 วัน หวั่นปล่อยปัญหาบานปลายกระทบเศรษฐกิจทั้งประเทศ
7 พฤศจิกายน 2569 - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนตุลาคม 2569 เพิ่มขึ้น 3.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 29.18% และมีส่วนผลักดันเงินเฟ้อประมาณ 56% ขณะที่ผลสำรวจของกระทรวงพาณิชย์จากประชาชน 5,553 ราย พบว่า 64.79% ต้องการให้รัฐบาลลดราคาน้ำมัน สะท้อนว่าปัญหาค่าครองชีพกำลังสร้างแรงกดดันต่อประชาชนอย่างหนัก
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยที่ต้องการให้ลดราคาน้ำมันดีเซล B7 เหลือ 35 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 1 ปี รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนายมะโน เครือแก้ว หรือกำนันมะโน ที่เรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันลงลิตรละ 10 บาท แม้เป็นการเคลื่อนไหวของคนละกลุ่ม แต่ล้วนสะท้อนความเดือดร้อนจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ น้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนสำคัญของภาคขนส่ง เมื่อค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อต้นทุนของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และราคาสินค้าจำเป็น ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะปรับลดราคาน้ำมันดีเซล B7 เหลือ 41.79 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องแสดงผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมว่ามาตรการต่างๆ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มรายได้ และบรรเทาปัญหาหนี้สินให้ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด
โดยเรียกร้องให้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การลดรายจ่ายว่าช่วยลดต้นทุนขนส่งและราคาสินค้าจำเป็นได้จริงเท่าใด การเพิ่มรายได้ว่าเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อยได้รับประโยชน์จำนวนกี่ราย และการแก้ไขหนี้สินว่ามีลูกหนี้ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แล้วกี่ราย รวมถึงภาระผ่อนชำระลดลงเพียงใด
พร้อมกันนี้ ขอให้นายกรัฐมนตรีมอบหมายทีมเศรษฐกิจรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนภายใน 15 วัน โดยระบุหน่วยงานรับผิดชอบและแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน
"หากรัฐบาลไม่รีบตัดไฟแต่ต้นลม แก้ปัญหาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง แก้ต้นทุนประกอบอาชีพให้ตรงจุด ความเดือดร้อนอาจสะสมจนมีกลุ่มอาชีพอื่นออกมาเรียกร้อง รัฐบาลศึกในสภาฯ ต้องคอยรับมือการตรวจสอบฝ่ายค้านที่กำลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็ต้องชี้แจงให้ได้ทุกประเด็น ขณะเดียวกันศึกนอกสภาฯ ที่ใหญ่ที่สุดคือ ปากท้องประชาชน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ แก้หนี้ให้เห็นผลจริง ก่อนความเดือดร้อนจะขยายวงกระทบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศ" นายพร้อมพงศ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โฆษกรัฐบาล ซัดกลับ 'โตโต้' ไม่รู้ระบบหนังสือราชการ แล้วยังจงใจบิดเบือน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า เรื่องระบบธุรการหนังสือราชการง่ายๆ ยังไม่รู้เรื่อง หรือทำเป็นแกล้งไม่รู้เรื่องจะบริหารราชการแผ่นดินได้เหรอ ?!!!
'ธนกร' จวกฝ่ายค้านบ้าอำนาจ! ปม กมธ.เรียก 'อนุทิน' แจง
'ธนกร' ป้องนายกฯ หลัง กมธ.กฎหมายฯ มีมติเชิญชี้แจง ตั้งคำถามความพยายามเรียกเข้าที่ประชุมสภาใช้อำนาจเกิน
🔴LIVE 'ดร.นพดล อินนา' เตือน 3 มหันตภัย ไซเบอร์..ล้างโลก! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
‘โตโต้’ เจอสวนปมมติ 7-0! ผู้ช่วยโฆษกรัฐ ซัดบันเทิงธิปไตย ถามนับองค์ประชุมเป็นหรือไม่
“อุบลรัตน์’ ซัด ‘โตโต้ ปิยรัฐ’ หลังโชว์มติ กมธ. 7 ต่อ 0 เดินหน้าเอาผิด ‘อนุทิน’ และอธิบดีกรมการปกครอง ปมไม่เข้าชี้แจงทุจริตสอ
'โรม' โต้ 'ศุภชัย' ยันมติ กมธ. เรียกนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย ท้าเปิดชวเลขพิสูจน์ความจริง
'โรม' โต้ 'ศุภชัย' เลิกชี้นิ้วด่าคนอื่น ไม่เข้าประชุมเอง สส.ภูมิใจไทย อยู่ไม่จบการประชุม ไร้สิทธิ์เสียงโหวต ปมสั่งนายกฯ แจงสภา แพ้แล่วตีรวน ยัน มติ 7 ต่อ 0 ชอบด้วยกฎหมาย ยินดีเปิดชวเลขยัน อย่าหวังกินรวบ เปลี่ยนเป็นสภาสีน้ำเงิน ลั่นพวกเราไม่มีวันยอม
การเมืองช่วงต้นรัตนโกสินทร์: : มรดกจากการเมืองสมัยอยุธยาบนความต่อเนื่องและความเปลี่ยนแปลง (4)
ต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2393 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ มีพระอาการประชวรจึงมีกระแสพระราชดำริถึงผู้สืบราชสมบัติ มีหลักฐานบันทึกต่างๆ ดังนี้

