'ส.ว.สมชาย' คาดกฎหมายลูกเสร็จทันเลือกตั้ง เชื่อนายกฯไม่ยุบสภาฯ อยู่ยาวประชุมเอเปก

ส.ว.สมชาย ชี้ต้องแก้กม.ลูกเลือกตั้งส.ส. ที่เหลือ ให้สอดรับสูตร 500 หาร ป้องกัน 26-27 ก.ค. ประชุมรัฐสภาวุ่น ระบุมีสมาชิกเข้าใจผิดต้องส่งกม.ลูกให้ศาลรธน.อัตโนมัติ เผยความจริงส่งแค่กกต.ก็พอแล้ว ฝ่ายเห็นต่างยื่นศาลวินิจฉัยก่อนนายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯได้

14 ก.ค.2565 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ... รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา ลงมติให้คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่เสนอให้ใช้สูตร 500 หาร เป็นวิธีคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นฝ่ายชนะ นั้น จากนี้จะต้องแก้มาตราตกกระทบที่เหลืออยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ขัดแย้งกันเอง ซึ่งตนก็ได้บอกอย่างไม่เป็นทางการในกลุ่มไลน์กรรมาธิการฯว่าน่าจะจัดประชุมเรื่องนี้ก่อนที่จะถึงวันประชุมร่วมรัฐสภา ระหว่างวันที่ 26-27 ก.ค. ไม่เช่นนั้นจะเกิดความยุ่งที่จะต้องมาพักการประชุม และกรรมาธิการฯต้องเรียกประชุมเพื่อแก้ไขร่างกฎหมายเหมือนกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ และร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ... ที่ผ่านมาที่เสียงข้างน้อยชนะ ทำให้ต้องพักการประชุมไปหลายสัปดาห์ เพื่อแก้ไขกฎหมายให้สอดรับกัน แต่ดูเหมือนกรรมาธิการฯที่อยู่ในไลน์นั้นไม่เห็นด้วย

ดังนั้นทางออกคือต้องปล่อยให้เกิดการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 26-27 ก.ค. และที่ประชุมร่วมรัฐสภาก็ต้องสะท้อนปัญหานี้ว่า เมื่อกรรมาธิการเสียงข้างน้อยชนะในการแก้ไขมาตรา 23 ของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. แล้ว มาตราต่อเนื่องจะแก้ไขอย่างไร เพื่อไม่ให้กฎหมายขัดกันเอง ตนเข้าใจว่าฝ่ายเสียงข้างน้อยต้องไปยกร่างปรับปรุงมา และที่ประชุมรัฐสภาก็ต้องพักการประชุมเพื่อให้กรรมาธิการไปเรียกประชุมในวันนั้นเพื่อปรับปรุงร่าง ส่วนจะเป็นเสียงข้างมากหรือข้างน้อยก็ต้องมาโหวตกันในที่ประชุมรัฐสภาต่อไป

นายสมชาย กล่าวต่อว่า มีสมาชิกรัฐสภาบางคนอภิปรายทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เมื่อแก้เสร็จต้องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญอัตโนมัตินั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตามขั้นตอนคือเมื่อเกี่ยวข้องกับองค์กรใดก็ส่งให้องค์กรนั้นพิจารณา โดยกฎหมายลูกเลือกตั้งส.ส. ต้องส่งให้กกต. เมื่อพิจารณาว่าขัดรัฐธรรมนูญ กกต.ก็ต้องแย้งกลับมาที่รัฐสภา เพื่อดำเนินการปรับแก้ ถ้ารัฐสภาไม่ปรับแก้ก็จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสององค์กร ตรงนี้ก็จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ากกต.ไม่แก้ไข เพราะเห็นว่าสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแล้ว กลุ่มที่เห็นต่างที่เป็นสมาชิกรัฐสภาสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ก่อนนายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯ 5 วัน ขณะเดียวกันหากกกต.แก้ไขให้รัฐสภากลับมาใช้หาร 100 กลุ่มที่เห็นด้วยกับการหาร 500 ก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้เช่นกัน ท้ายสุดไม่ได้เป็นการไปศาลรัฐธรรมนูญอัตโนมัติ แต่เป็นการใช้ข้อบังคับรัฐสภาในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า ดูแล้วกฎหมายเลือกตั้งฉบับนี้จะทันใช้กับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ตนคิดว่าทัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาฯจะอยู่ครบวาระหรือไม่ แต่หากเกิดอุบัติเหตุภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจปลายเดือนนี้ นายกฯประกาศยุบสภาก็ไม่ทันใช้ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แต่ตนเชื่อว่านายกฯจะไม่ยุบสภา เพราะมีภารกิจสำคัญคือการต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ ในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปคที่จะมีขึ้นในกลางเดือนพ.ย.นี้ เชื่อว่าสภาฯจะอยู่ไปได้จนถึงพ.ย. หรือเลยไปถึงต้นปีหน้า หากรัฐสภาร่วมมือช่วยกันให้กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งสองฉบับผ่านการพิจารณาก็จะใช้ทันการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ถ้าเราไม่ร่วมมือกันและขัดกันเองด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ ตนเห็นว่าแม้ยุบสภาฯและไม่มีกฎหมายสองฉบับนี้ก็ยังมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อปี 2532 และ 2538 เคยเกิดเหตุการณ์ไม่มีพ.ร.บ.เลือกตั้ง ทำให้ต้องใช้พ.ร.ก. อาศัยความตามประเพณีได้ เมื่อจะมีการเลือกตั้งหน่วยที่จัดการเลือกตั้งต้องมีกฎหมายใช้ ดังนั้นฝ่ายบริหารสามารถออกพ.ร.ก.ให้มีการประกาศใช้สำหรับกกต.ในฐานะที่จัดการเลือกตั้งได้มีวิธีปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างที่จะไม่มีกฎหมายใช้

ถามต่อว่า การที่ฝ่ายบริหารออกพ.ร.ก.เอง ก็จะมีบางฝ่ายมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายบริหารเองเพื่อชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า นายสมชาย กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ใครเป็นฝ่ายค้านก็มองแบบนั้น ในที่สุดตนเชื่อว่าฝ่ายค้านและรัฐบาลปัจจุบันต้องการให้ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ให้สำเร็จลุล่วง ส่วนส.ว.ไม่มีส่วนได้เสีย แต่หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นมาก็มีทางออก ส่วนพ.ร.ก.จะบอกว่าเอื้อหรือไม่เอื้อรัฐบาลก็กล่าวหากันได้ แต่รัฐบาลที่ออกพ.ร.ก. เพราะต้องมีความรับผิดชอบทางกฎหมายให้ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเป็นประเพณีปฏิบัติเพื่อให้กกต.ทำงานได้ ทุกอย่างมีระบบดุลกันอยู่แล้ว การกล่าวหาล้วนเป็นวาทกรรมทางการเมือง แต่ทางที่ดีทำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ให้แล้วเสร็จดีกว่า เพราะทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสีย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฮั้วสว.ถึงมือกกต.ชุดใหญ่

“แสวง” เผยคดีฮั้ว สว.ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว ยันผลเลือกตั้งแบบ สส. 5/18 ครบ 100% แล้ว “ไอลอว์” จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติรายหน่วย “ยิ่งชีพ” ขู่คดีฮั้วหาก กกต.สั่งไม่ฟ้องเจอร้องแน่

กลัวถูกลืม! 'ไอลอว์' จัดอีเวนต์ บุก กกต. ตัดริบบิ้น ชูป้ายเรียกร้องเปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง

"ไอลอว์" บุก กกต. จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง–ประชามติรายหน่วยครบ 100% ซัดระบบ ECT Report ข้อมูลหาย ซ้ำยังผิดพลาด ด้าน WeWatch แฉปมเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น ตั้งคำถามความโปร่งใส กกต. ชี้ไม่ยึดโยงประชาชน ด้าน “ยิ่งชีพ” เตือนคดีฮั้ว สว. 8 หมื่นหน้า หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง ประชาชนหมดศรัทธาแน่

'กรณ์' ย้ำ 3 ประเด็น ปกป้องวินัยการคลัง ไม่ให้เศรษฐกิจไทยล่มสลาย เตรียมยื่นศาลตัดสิน พรก.กู้เงิน

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เช้านี้ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

จับตา! กกต. จ่อถก 'คดีฮั้ว สว.' ลุยสางเรื่องร้องเลือกตั้ง สส. ให้จบ

'แสวง' เผยคดี 'ฮั้ว สว.' ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว แจงเร่งสางคำร้องเลือกตั้ง สส. ให้สิ้นกระแสความ ท้าเปิดชื่อจังหวัด-หน่วยที่อ้างคะแนนไม่ครบ

ปชน. มีมติส่งศาลรธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 'เท้ง' อ้อมแอ้มไม่อยากขยายขอบเขตอำนาจศาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนต่อกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้น

กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน