'โฆษก รบ.' สอนมวย ส.ส.ก้าวไกล หุนหันพลันแล่นโวย iPad ผิดหน่วย บี้ขอโทษ ขรก.

‘โฆษกรัฐบาล’ สอนมวย ‘ก้าวไกล’ หุนหันพลันแล่น รีบโดดเกาะกระแส ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดโวยข้อมูลแท็บเล็ตผิดหน่วย จี้ขอโทษข้าราชการ สลน.

15 ก.ค. 2565 – นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ก้าวไกล เปิดเผยข้อมูลการขอจัดซื้อแท็บเล็ตประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เพื่อใช้ในราชการของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่า นายจิรัฏฐ์ โพสต์เฟซบุ๊กด้วยความสะเพร่ามาก เป็นถึงผู้แทน แต่แยกไม่ออกระหว่าง สลค.กับสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ทำให้ข้าราชการ สลน. เสียหาย และยังกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีส่วนรู้เห็นจัด iPAD ตัวท็อปให้กับข้าราชการ ตนจึงต้องออกมาชี้แจงความจริง

สุดท้ายนายจิรัฏฐ์ ได้ออกมาขอโทษว่าพูดชื่อหน่วยงานผิดและเขียนรายละเอียดไม่ชัดเจน ซึ่งเบามากเมื่อเทียบกับความเข้าใจผิดและความเสียหายที่เกิดไปแล้ว แต่กลับยังไม่สำนึกเที่ยวไปออกสื่ออธิบายรายละเอียดสเปกที่ตัวเองมโนขึ้น และดูถูกข้าราชการว่าทำงานแค่ประสานงานไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มีสเปกดีมากก็ได้ ถือเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจสิ้นดี เป็นความตั้งใจที่จะเอาข้อมูลมาโจมตีข้างนอกหวังผลทางการเมือง เพราะในวันที่ประชุมอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณฯ นายจิรัฏฐ์ ไม่ได้ทักท้วงอะไร ไม่ถามอะไร ปากบอกเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ แต่ธาตุแท้เป็นแค่นักโฆษณาชวนเชื่อ

“ความจริงผมไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด แต่ข้าราชการที่เขาตั้งใจทำงานต้องมารับเคราะห์และเสียหาย ไม่มีโอกาสพูดออกสื่อแบบนายจิรัฏฐ์ และอยากให้นายจิรัฏฐ์ ตั้งสติ ศึกษาหาความรู้ให้แม่นยำ อย่าหุนหันพลันแล่นโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน ใช้สมองส่วนหน้าคิด อย่าใช้แต่สมองส่วนหลัง โดยการจัดซื้อแท็บเล็ตของ สลค. เป็นการซื้อทดแทนของเดิมที่ใช้งานมานานแล้วเหมือนกับการที่นายจิรัฏฐ์ เปลี่ยนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่เสื่อมสภาพตอนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ เพื่อรองรับภารกิจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประโยชน์ของแท็บเล็ตช่วยให้สามารถเรียกดูและเก็บเอกสารวาระ ครม. จำนวนมาก ลดปริมาณการใช้กระดาษที่สัปดาห์หนึ่งต้องใช้ถึง 7,650 แผ่นและรักษาความลับทางราชการที่อาจส่งผลเสียต่อประเทศได้ หรือนายจิรัฏฐ์ ต้องการให้ราชการไทยทำงานแบบเก่าและใช้เครื่องมือแบบห่วยๆ อย่างนั้นหรือ” นายธนกร ระบุ

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า แท็บเล็ตของ สลค. 130 เครื่อง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จำนวน 80 เครื่อง ใช้สำหรับ ครม. และผู้ร่วมประชุม มีหน้าจอขนาดใหญ่เพื่ออ่านไฟล์เอกสาร และเรียกดูข้อมูลแผนที่ วีดิทัศน์ มติ ครม.ย้อนหลังได้และรองรับการจัดเก็บข้อมูลไม่น้อยกว่า 4 ปี กลุ่มที่ 2 จำนวน 25 เครื่อง ใช้สำหรับบุคลากร สลค. สามารถเรียกดูระเบียบวาระการประชุม ทำงานได้ทั้งในและนอกสถานที่ และใช้สืบค้น มติ ครม. ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2475 ข้อมูลราชกิจจานุเบกษา และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม ใช้ระบบ m-VARA ที่เชื่อมโยงกับระบบ iOS ที่มีความปลอดภัยสูง จึงต้องใช้เป็น iPAD นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการขนย้ายไปประชุมนอกสถานที่ด้วย ส่วนกลุ่มที่ 3 จำนวน 25 เครื่อง ใช้สำหรับการประชุมภายในและการประชุมอื่นที่ สลค.เป็นฝ่ายเลขานุการใช้ได้ทั้ง iOS หรือ Android ลักษณะการใช้งานและสืบค้นใกล้เคียงกับกลุ่มที่ 2 รวมเป็นงบประมาณที่เสนอขอทั้งสิ้น 8,239,000 บาท ไม่ใช่ 10,000,000 บาท ตามที่นายจิรัฏฐ์ กล่าวอ้าง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนกร' ป้องนายกฯ จัด 'ครม. พบ ปชช.' ย้อน 'ไหม' ถามคนในพรรคตัวเองก่อน

“ธนกร” โต้ “ศิริกัญญา” ปมรัฐบาลเตรียมจัดรายการ ครม.พบประชาชน ชี้ต้องสื่อสารข้อเท็จจริง หลังฝ่ายค้านให้ข้อมูลไม่ครบจนหวั่นประชาชนสับสน ย้อนถามพรรคประชาชนเคยใช้เวทีสภาฯ เพื่อประโยชน์ประชาชนจริงหรือไม่

ตีปี๊บ! รายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' ทุกเช้าเสาร์ ประเดิม 5 ก.ย.

รัฐบาลตีปี๊บรายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' เปิดมุมคิด–เจาะนโยบาย ฟังคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรง ทุกเช้าวันเสาร์ เริ่ม 5 ก.ย. นี้ 'รองนายกฯปกรณ์' ประเดิมพูดเรื่องปฏิรูประบบราชการ

นายกฯ แจงเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล ดัน 'หมอเอกภพ' แทน 'รัชดา'

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มียุทธศาสตร์อย่างไร ว่าเป็นการสับเปลี่ยนภารกิจ เนื่องจากมีเรื่องสตรีในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

'รัชดา' เผย ศอ.บต. พร้อมเดินหน้าส่งเสริมอาชีพ หลังปลดล็อก 'นกกรงหัวจุก'

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประกาศกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ประกาศ

'โฆษกรัฐบาล' แจง 'ครม.สัญจร' เป้าหมายสำคัญรับฟังปัญหาพื้นที่ นำข้อเสนอสู่การตัดสินใจ

รัชดา ชี้เป้าหมายสำคัญของ ครม.สัญจร ครั้งนี้ คือการนำเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่โดยตรงไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาที่ค้างคา