“ปกรณ์” ขอเปลี่ยนจาก “ปฏิรูประบบราชการ” เป็น “พัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” ชี้คำเดิมกลายเป็นภาพจำตั้งกรรมการ-คณะทำงานแต่ไม่ลงมือ เดินหน้าลดอัตรากำลัง ใช้เทคโนโลยีและ AI เชื่อมข้อมูลรัฐ ดัน Super License ลดใบอนุญาต พร้อมเปิดเอกชนสะท้อนปัญหา ทบทวนกฎหมายรองกว่า 7,600 ฉบับ
5 กันยายน 2569 - นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ถึงการปฏิรูประบบราชการว่า ไม่ขอใช้คำว่า “ปฏิรูประบบราชการ” เพราะเป็นภาพจำของความล้มเหลว มีการตั้งคณะกรรมการ ตั้งคณะทำงาน แต่ไม่ลงมือทำ จึงขอใช้คำว่า “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” แทน
นายปกรณ์กล่าวว่า ปีนี้มีความท้าทายต่างๆ ของโลก ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การค้าโลกที่ผิดปกติ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หากไม่พัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ ก็จะไม่มีงบประมาณเพียงพอไปพัฒนาประเทศในด้านอื่น
สำหรับแนวทางดำเนินการ มี 3-4 ส่วน โดยส่วนหนึ่งคือการลดอัตรากำลัง หรือ “รีดไขมันออก” ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ปรับกระบวนงาน (Reprocess) และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ได้เท่าเดิม โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนส่วนที่หายไป เพื่อช่วยลดงบประมาณประจำ และเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนจากปัจจุบันประมาณ 20% เป็น 30% ซึ่งถือเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการให้ดีขึ้น
นายปกรณ์กล่าวว่า หากเข้าใจว่าโลกปัจจุบันเป็นโลกแห่งเทคโนโลยี ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้ โดยยกตัวอย่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีขั้นตอนต่างๆ ก่อนถึงโต๊ะทำงานของตนถึง 170 กระบวนงาน เมื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ สามารถลดเหลือประมาณ 40-70 กระบวนงาน โดยต้องพยายามทำขั้นตอนให้สั้นที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นายปกรณ์กล่าวว่า หัวใจสำคัญอีกเรื่องคือ Digital Government และ Open Government โดยต้องเปลี่ยนข้อมูลราชการจากกระดาษหรือไฟล์สแกนธรรมดา ให้เป็นข้อมูลที่เครื่องอ่านได้ เพื่อให้ AI สามารถนำไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลภาครัฐที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลไว้
ทั้งนี้ การใช้ AI ในภาครัฐต้องเริ่มจากฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อมโยงกัน และสามารถอ้างอิงต้นทางได้ รัฐบาลจึงต้องทำให้ทุกหน่วยงานเป็นเจ้าของข้อมูลของตนเอง แต่สามารถเชื่อมฐานข้อมูลเข้าหากัน เพื่อให้บริการประชาชนได้รวดเร็วขึ้นและลดช่องทางการทุจริต
นายปกรณ์กล่าวว่า ที่สำคัญ ประชาชนไม่ควรถูกบังคับให้ถ่ายสำเนาเอกสารที่ราชการเป็นผู้ออกให้ แล้วนำกลับไปยื่นต่อหน่วยงานราชการอีก เพราะประชาชนมองรัฐเป็นหน่วยเดียว ไม่ได้สนใจว่าเอกสารนั้นอยู่กรมใดหรือกระทรวงใด หน้าที่ของรัฐคือต้องเชื่อมโยงข้อมูลกันเอง
นายปกรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับการอนุมัติและอนุญาต รัฐบาลจะเดินหน้าระบบ Super License เช่น ธุรกิจโรงแรมที่เดิมต้องมีใบอนุญาตย่อยอย่างน้อย 18 ใบ ต่อไปควรมีใบอนุญาตหลักเพียงใบเดียว เพื่อลดภาระประชาชนและภาคเอกชน
นอกจากนี้ จะมีระบบ Fast Track สำหรับบริการปกติ เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วสามารถเลือกใช้บริการตามคู่มืออย่างโปร่งใส โดยไม่ต้องทุจริต
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะทบทวนกฎหมายรอง เช่น กฎกระทรวงประมาณ 7,600 ฉบับ โดยเปิดให้ภาคเอกชน ซึ่งเป็นผู้ประสบปัญหาจริง สะท้อนข้อขัดข้องมายังรัฐบาล ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและเสนอคณะรัฐมนตรีแก้ไขให้ตรงจุด โดยมีเป้าหมายให้ระยะเวลาการให้บริการประชาชนลดลงอย่างน้อย 20-30%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลขยับแผนเกษียณก่อนกำหนด ข้าราชการ 2 กลุ่ม ลุ้นเงินก้อนไม่เกิน 12 เท่า
รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูประบบราชการ “รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส” เคาะหลักการเกษียณก่อนกำหนด ข้าราชการอายุ 50 ปี
ครม.รับทราบแผน 'ฟรีซข้าราชการ' ทยอยยุบกว่า 1 หมื่นหน่วยงาน วางกรอบ 8 ปี
“ปกรณ์” เผย ครม.รับทราบแผนปฏิรูปกำลังพลภาครัฐ กำหนดอัตราข้าราชการปัจจุบันเป็นเพดานสูงสุด พร้อมหยุดตั้งสำนักงานส่วนกลางในภูมิภาคเพิ่มตั้งแต่วันนี้ ส่วนที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นหน่วยทยอยทบทวน-ยุบ ลดภาระงบประจำ ตั้งเป้าดำเนินการภายใน 8 ปี
'จตุพร' จี้ล้างโกง รื้อระบบราชการ เปิดทางลงทุนต่างชาติ
“จตุพร” เสนอปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ หลังปมทุจริตสอบท้องถิ่นสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง แนะรัฐไม่ควรเน้นเพิ่มจำนวนข้าราชการ แต่คัดคนคุณภาพ ใช้เทคโนโลยี AI
นักวิชาการชี้ 5 ข้อจำกัดงบฯ ปี 70 ฉุดเศรษฐกิจโต ชงปฏิรูปภาษี-รื้อระบบราชการ
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เปิด 5 ข้อจำกัด “งบประมาณปี 70” ทำเศรษฐกิจติดกับดักโตยาก พร้อมชงรัฐเร่งปฏิรูประบบภาษี “ขยายฐานภาษี – ลด/ยกเลิก ลดหย่อน/ยกเว้นภาษีบางประเภท - เพิ่มแหล่งร
'จตุพร' บี้สถ. เด็ดขาด 5 พันคนโกงข้อสอบ ต้องพักงานไว้ก่อน ชะลอเสียหายเรื้อรัง
'จตุพร' ลั่นต้องหยุดหายนะระบบราชการ สถ. ระบุตรวจ 15,000 พบโกง 5,000 คน แนะงัดมาตรการเด็ดขาดงดจ่ายเงินเดือน สั่งพักงานรอผลสอบชี้ชัด ก่อนเสียหายเรื้อรังลุกลาม
คลังกู้แล้ว1.08แสนล้าน สนองหนูลดน้ำมัน2.5บ.
“ปกรณ์” มั่นใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาททำถูกต้อง ลั่นไม่ต้องมีแผนสำรอง “สบน.” เปิดตัวเลขกู้เงินไปแล้ว 1.08 แสนล้านบาท

