'อลงกรณ์' ขอบคุณเสียงโหวต ปชช.วางใจ 'จุรินทร์' ขึ้นแท่นแเบอร์ 1 รัฐมนตรีชี้แจงดีที่สุด

“อลงกรณ์” ชี้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังศึกซักฟอกเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ยืนยันขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพมากที่สุด พร้อมขอบคุณเสียงโหวตของประชาชนไว้วางใจ “จุรินทร์” มากที่สุดอันดับ 4 ขึ้นแท่นแชมป์เบอร์1 รัฐมนตรีชี้แจงดีที่สุดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

24 ก.ค.2565 – นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค เขียนเฟสบุ๊คส่วนตัววันนี้ว่า การที่รัฐบาลผ่านความไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไปทำให้มีเสถียรภาพมากขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาและการรับมือวิกฤติต่างๆที่กำลังรุมเร้าประเทศจากผลกระทบของโควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครนและความผันผวนทางเศรษฐกิจ

พร้อมกับยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้มีความเป็นเอกภาพมากที่สุดภายใต้การนำของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคทั้งก่อนหน้าและหลังศึกซักฟอกสะท้อนจากผลการลงมติไม่ไว้วางใจเป็นไปในทางเดียวกันซึ่งเป็นการลบข้อครหาและการวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่ามีความแตกแยกภายในพรรคและจะเกิดปัญหาเสียงแตกในการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนของพรรค

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ ยังแสดงความขอบคุณประชาชนที่โหวตให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ที่ชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจดีที่สุดโดยเฉพาะซูเปอร์โพลโหวตให้เป็นรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดอันดับ 4  และพรรคประชาธิปัตย์จะนำทุกกำลังใจที่มอบให้ทุ่มเททำงานให้ดีที่สุดเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มที่ในวาระที่เหลืออยู่ของรัฐบาล

 รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเสียงโหวตนอกสภากับในสภาแตกต่างกันมากระหว่างเสียงประชาชนกับเสียงการเมือง โดยเฉพาะเสียงจากกลุ่มพรรคเล็กและพรรคเศรษฐกิจไทยรวมทั้งเสียงของส.ส.ที่มีแนวโน้มย้ายพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลคะแนนที่ปรากฏออกมา

สำหรับซูเปอร์โพลแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนล่าสุดว่ารัฐมนตรีที่ได้รับเสียงโหวตนอกสภาไว้วางใจให้ทำงานต่อมากที่สุด อันดับแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร้อยละ 61.1 รองลงมาคือ นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ 59.2 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 58.7 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 53.2

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร้อยละ 52.1 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร้อยละ 51.9 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร้อยละ 51.4 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานร้อยละ 50.8 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 50.5 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 50.3 และ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร้อยละ 50.3 เท่ากัน

ส่วนเครือข่ายประชาชนตรวจสอบรัฐบาลได้เผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการอภิปรายครั้งนี้โดยยกให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ที่ชี้แจ้งดีที่สุดอันดับ 1 ด้วยคะแนน 86.33 %.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นิพิฏฐ์' ชี้ช่องหาหลักฐานมัด TH-AI Passport ลั่นหากเป็นฝ่ายค้าน มีเรื่องซักฟอกรัฐบาลอื้อ

นิพิฎฐ์ ลั่นโครงการ TH-AI Passport งบประมาณ 1,621 ล้าน ที่สส.รัชนก  ศรีนอก พรรคประชาชนเปิดประเด็นมา ส่วนตัวผมในฐานะประชาชน ผมไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว

'รองหน.ปชป.' เตือนสติ สิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ จะไม่ซ้ำเติมความทุกข์ของผู้อื่น แม้จะเห็นต่าง

สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์สิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์

‘ไอติม’ โหมโรงเตรียมลุยงบฯ 70 ยันโครงการ ‘TH-AI Passport’ เจอตรวจสอบหนักแน่

ไอติม" โหมโรง บอกฝ่ายค้านเตรียมลุยงบฯ 70 ควบ พ.ร.บ.โอนงบฯ 69 จี้ตรวจสอบ "TH-AI Passport" ชี้ TOR มีพิรุธ เผยเคยติงระบบสะสมทักษะ สมัย "ภูมิใจไทย" เป็นเจ้ากระทรวง อว. แต่ยังดันต่อ ชม "อ.เชน" รับไม้ต่อแล้วรื้อ TOR อุดรอยรั่ว ยอมรับซักฟอกรอบนี้ไม่ทัน ขอคุยพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน

'กรณ์' เปิดตัวเลข โรงกลั่นรวยอู้ฟู่ถ้วนหน้า ซัดรัฐบาลเก่งแต่กู้มาแจก

กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความว่า หลังจากที่ฉายภาพไปเมื่อวันก่อนว่า ‘บริษัทโรงกลั่นไทยอ

กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน