ปชป.ฝาก 'เสี่ยหนู' อบรมมารยาทลูกพรรค


13 ส.ค.2565 - นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย กล่าวพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีผลงาน เหมือนการเล่านิทานหลอกเด็ก ว่า นายสฤษฏ์พงษ์ รู้อยู่เต็มอก เห็นอยู่เต็มตา ได้ยินอยู่เต็มสองหู ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีผลงานที่ทำเพื่อประชาชนรวมถึงคนภาคใต้มาโดยตลอด โดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้ ที่วันนี้ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า แต่เลือกที่จะกล่าวหาบิดเบือน เพียงเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้พรรคตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่น่าตำหนิและเป็นนิสัยของคนขี้แพ้ที่กลัวตั้งแต่ยังไม่ลงแข่ง

นางดรุณวรรณ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายสฤษฏ์พงษ์ พาดพิงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เรื่องการบริหารจัดการของพรรคนั้น เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ผิดมารยาททางการเมือง ถือเป็นเรื่องภายในของพรรค จึงอยากให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เป็นผู้ใหญ่ของพรรคได้สั่งสอนมารยาททางการเมืองให้กับลูกพรรคบ้าง

“พรรคยังมั่นใจว่าพรรคยังเป็นความหวังให้กับพี่น้องชาวใต้ และมีความมั่นคงในอุดมการณ์มาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นายสฤษฏ์พงษ์ ไม่ต้องเป็นห่วงพรรคประชาธิปัตย์และนายจุรินทร์ เพราะนายจุรินทร์ เติบโตมากับพรรค ซึมซับอุดมการณ์ที่มั่นคง ไม่ได้ย้ายพรรคไปเรื่อยๆ แบบคนไม่มีอุดมการณ์ ที่หวังแต่จะคว้าชัยชนะ ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะแลนด์สไลด์หรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสิน และหากมั่นใจในคะแนนนิยมจริง หวังว่าการลงพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยจะได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างเนืองแน่น และไม่มีการเกณฑ์ อสม.มารอต้อนรับ ” นางดรุณวรรณ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป. เปิดตัว 'ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.' โชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. สู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ-ดร.โจ'

'สกลธี' เผยเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. เชื่อสู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ - ดร.โจ' มั่นใจได้ สก. มากกว่าเดิม

ฟันธง! ศึกชิง 50 สก. ได้สภา กทม. 4 สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง'

นักวิชาการคาด ศึกชิง สก. 50 ที่นั่ง ได้สภากทม.สี่สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง' มองพวกแอบอ้างโหนชัชชาติจบแล้ว ชี้คนกรุงฉลาด เลือกผู้ว่าฯ เมืองหลวง ต่างจากสนามการเมืองระดับชาติ

กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน