'องอาจ' กระตุกทุกฝ่ายไม่ควรกดดันศาลรัฐธรรมนูญปมนายกฯ 8 ปี

4 ก.ย. 2565 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครบ 8 ปีหรือไม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี หรือยังกันจำนวนมาก ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

1.กลุ่มที่แสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานทางวิชาการอย่างตรงไปตรงมา

2.กลุ่มการเมือง พรรคการเมืองที่มีจุดยืนแนวคิดทางการเมืองเป็นปฏิปักษ์ตรงข้ามกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชามาโดยตลอด

3. กลุ่มการเมือง พรรคการเมืองที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่บุคคลต่างๆ ในแต่ละกลุ่มแต่ละพรรคจะแสดงออก ให้ความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บนพื้นฐานของเหตุผล หรือจุดยืนทางการเมืองของแต่ละฝ่าย ซึ่งอาจจะมีคนเห็นด้วยหรือเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ

แต่ไม่ควรแสดงออกด้วยการกดดันศาลรัฐธรรมนูญ

ไม่ควรมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคใดไปแทรกแซง ก้าวก่ายการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญทั้งทางตรงและทางอ้อม

ควรให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างเป็นอิสระ

ตนเชื่อมั่นว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญได้ทำตามอำนาจหน้าที่อย่างมีอิสระ ผลการวินิจฉัยจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองอย่างแน่นอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สะพัด! 'อนุชา บูรพชัยศรี'ตามรอยพ่อตาลงชิงผู้ว่าฯ กทม.สังกัดประชาธิปัตย์

พรรคสีฟ้านัดสื่อเปิดตัว ผู้สมัครผู้ว่าฯ เสาร์นี้บ่ายสอง 'เสี่ยเจมส์ อนุชา' ลูกเขยอดีตผู้ว่าฯ กฤษฏา ขอตามรอยพ่อตา

ปชป. จี้พาณิชย์เร่งควบคุม 'ค่าจีพี' แพลตฟอร์มออนไลน์รีดกำไรผู้ค้าอ่วม

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประะานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อน โดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หารือถึงทิศทางและมาตรการของรัฐในกรเข้าไปกำหนดค่า จีพี หรือค่าทำเนียม ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

'อภิสิทธิ์' จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เก็บกำไรลาภลอยโรงกลั่น แทนกู้เงิน 4 แสนล้าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่ายังมีแนวทางอื่นที่ช่วยประชาชนได้ดีกว่าและไม่กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ