20 ก.ย.2565 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ออกมาวิจารณ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 รวมถึงพูดถึงเสถียรภาพของรัฐบาล ว่า ในเรื่องบัตรสวัสดิการฯ พรรคเพื่อไทยให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนทั้งตัวเลขและจุดมุ่งหมาย โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดังกล่าว ไม่ได้เป็นโครงการที่สะท้อนภาพความยากจนหรือจำนวนคนยากจนแบบที่พรรคเพื่อไทยพยายามสร้างวาทกรรม และขอให้ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น เพราะประชาชนจะเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยขัดขวางโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงการจัดสวัสดิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่รัฐบาลกำลังดำเนินการจัดสรรให้
โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อแจกเงิน แต่เป็นโครงการที่มุ่งจัดสรรสวัสดิการให้กับประชาชนที่มีสิทธิพึงได้รับเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งระหว่างปี 2560-2561 มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 18,769,468 คน ได้รับสิทธิ 14,609,415 คน และจำนวนผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ 1 ส.ค. 2565 คือ 13,300,440 ราย ดังนั้นในการลงทะเบียนรอบใหม่ปี 2565 ที่คาดการณ์ว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ 20 ล้านคนนั้น ไม่ได้แสดงถึงจำนวนคนจนเพิ่มมากขึ้นเพราะรัฐบาลบริหารงานผิดพลาดตามที่กล่าวหาแบบคนวิเคราะห์ข้อมูลไม่เป็น เนื่องจากยังต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนอีกครั้ง อีกทั้งการสำรวจรอบใหม่นี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่อัปเดท ถูกต้อง ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้สามารถจัดสรรสวัสดิการได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้จริง จำนวนผู้ได้รับสิทธิเพิ่มในรอบนี้จึงเป็นได้จากหลายปัจจัย เช่น กลุ่มตกหล่นที่ควรได้รับสิทธิแต่เข้าไม่ถึงการลงทะเบียน
ในการรายงานตัวเลขผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ที่มีจำนวนมากนั้น ไม่ได้เป็นเพราะรัฐมนตรีร่วมคณะรัฐบาลต่างออกมาภูมิใจที่กับตัวเลขคนจนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เป็นเรื่องที่แสดงถึงความสำเร็จในการทำงานเชิงรุก ในการกระจายช่องทางการลงทะเบียนได้ดี อำนวยความสะดวกได้ง่ายๆ กระจายการสื่อสารได้กว้างขวาง ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ สามารถใช้สิทธิเข้าถึงสวัสดิการของรัฐที่พี่น้องประชาชนพึงได้รับ เป็นความจริงใจในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาจนถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้พัฒนาประเทศชาติในทิศทางที่ดีขึ้นทุกมิติ รัฐบาลมีเสถียรภาพในทุกมิติทั้งนโยบายทจะยังทยอยออกมาเพื่อประชาชน โครงการมาตรการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจต่างๆที่จะออกมาเรื่อยๆ รวมไปถึงประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะแข่งขันด้านการค้าการลงทุน คณะรัฐมนตรียังคงทำงานตามปกติและเพื่อประเทศชาติ
“การที่รัฐบาลแจ้งข่าวการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกช่องทางประชาสัมพันธ์เป็นเพราะต้องการให้ทุกคนเข้าถึง เข้าใจในข้อมูลข่าวสารและมาใช้สิทธิที่ประชาชนพึงได้รับ ไม่ใช่การนำงบประมาณมาซื้อเสียงล่วงหน้าหรือทำประชานิยมแบบที่พรรคเพื่อไทยคุ้นเคย สิ่งที่พรรคเพื่อไทยกระทำอยู่นี้ เป็นการสื่อสารเพื่อบิดเบือนเจตนาเรื่องบัตรสวัสดิการฯ ดูคล้ายขัดขวางนโยบายดีๆ ที่ประชาชาชนควรได้รับ จนอาจทำให้สังคมสังสัยว่า พรรคเพื่อไทยจะยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช่หรือไม่” น.ส.ทิพานัน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🛑LIVE ส้ม....หล่นตุ๊บ!! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (37)
ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 และฉบับที่ 3 คือฉบับ
ผลประชามติ 8 ก.พ. เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ กับเดิมพันการเมืองไทย
วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว วันดังกล่าวยังเป็นเดิมพันอนาคตรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะนอกจากประชาชนจะได้บัตรเลือกตั้งสองใบเพื่อเลือก สส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว ก็ยังจะได้บัตรออกเสียงประชามติ กับคำถามที่ว่า
'อนุทิน' ขึ้นรถแห่ช่วยหาเสียงห้วยขวาง-วังทองหลาง ขอคะแนนคนกรุงวันสุดท้าย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดประชาราษฎร์ บำเพ็ญ 24 เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส.กทม. เขตห้วยขวาง-
🔴 LIVE ‘อ.คมสัน-ดร.ยะใส’ ผ่าสูตรรัฐบาล3ก๊ก เตือน!วิกฤตฉีกรธน.!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
โค้งสุดท้ายไทยก้าวใหม่ 'สุชัชวีร์' ลั่นจะพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียน!
ปราศรัยใหญ่พรรคไทยก้าวใหม่ ยืนยันจุดยืนทำการเมืองสร้างสรรค์ไม่ดูถูกใคร พร้อมเดิมพันครั้งสำคัญวันที่ 8 ก.พ. เพื่ออนาคตประเทศและลูกหลาน หากเลือกการเมืองแบบเดิม ประเทศคงไม่เปลี่ยนแปลง ลั่น หากนายกฯ ชื่อ ‘สุชัชวีร์’ จะพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียนอีกครั้ง

