'ชูศักดิ์' ชำแหละข้อบังคับ 180 วัน ชี้มีทัศนคติลบต่อพรรคการเมือง ฝืนธรรมชาติผู้แทนราษฎร แต่รัฐมนตรีกลับได้เปรียบ
29 ก.ย.2565 - นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีข้อห้ามการหาเสียงของพรรคการเมืองและ ส.ส. ช่วง 180 วัน ซึ่งเป็นปัญหาในทางปฏิบัติอยู่ในขณะนี้ว่า ปัญหาใหญ่อยู่ที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง มีมุมมองกับพรรคการเมืองเป็นลบ จึงต้องมีรัฐธรรมนูญปราบโกง จึงต้องมีข้อจํากัด ควบคุม ตรวจสอบพรรคการเมืองอย่างเข้มข้น อันเป็นยุคสมัยของพวกยึดอํานาจและสภาแต่งตั้ง เบื้องต้นจึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมือง เปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ว่าพรรคการเมืองคือตัวแทนประชาชน มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของ ประชาชน เท่าที่ได้ตรวจสอบมีข้อสังเกตที่อยากให้สังคมเห็นดังต่อไปนี้
1.การขยายเวลาการบังคับใช้ในเรื่องการหาเสียงออกไปถึง 180 วันก่อนวันครบอายุสภา เป็น ระยะเวลานานเกินไป แตกต่างจากกรอบเวลาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2541 ที่เริ่มจากวันที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง หรือแม้แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2550 เริ่มตั้งแต่ 90 วันก่อนวันครบอายุสภาจนถึงวันเลือกตั้ง และ กกต. ในขณะนั้นมิได้เน้นการบังคับการหาเสียงในช่วงก่อนมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง หากจะเน้นในเรื่องการบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ กกต.ชุดปัจจุบันกลับเน้นการบังคับการหาเสียงโดยออกระเบียบว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งครอบคลุมไปในช่วง 180 วันก่อนวันครบอายุสภา และกําหนดไว้ในระเบียบว่าให้บังคับใช้กับผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งด้วย ประเด็นนี้อาจมีปัญหาข้อกฎหมาย เนื่องจากในขณะที่กระทํา ผู้นั้นยังมิได้มีสถานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง
นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า 2.ข้อห้ามหลายกรณีในระเบียบดังกล่าวมีลักษณะฝ่าฝืนธรรมชาติ และขัดต่อการทําหน้าที่ ส.ส.ในฐานะผู้แทนปวงชน เช่น ผู้ที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งอาจมีความจําเป็นต้องจัดงานอันเป็นประเพณีสําหรับคนในครอบครัว เช่น งานศพ งานบวช งานแต่งงาน ในช่วงระยะเวลาต้องห้าม แต่อาจจะเข้าข่ายเป็นการจัดเลี้ยง ยิ่งในช่วงระยะเวลานี้มีสถานการณ์ภัยพิบัติอันเนื่องมาจากพายุและอุทกภัย แต่มีข้อห้ามมิให้มีการมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย ซึ่งขัดต่อการทําหน้าที่ของ ส.ส. ในฐานะผู้แทนปวงชน ที่มีหน้าที่ต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน ในทางตรงกันข้ามข้อห้ามนี้มิได้ถูกนํามาบังคับใช้กรณีนายกฯ หรือรัฐมนตรี ลงไปปฏิบัติหน้าที่และมีการมอบสิ่งของหรือเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ประสบภัย โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของฝ่ายบริหาร ทําให้เกิดความได้เปรียบในการหาเสียง
3.การจัดทําป้ายหาเสียงในช่วงเวลานี้ ถูกควบคุมทั้งเรื่องขนาดของป้าย จํานวนและสถานที่ติดตั้ง ทั้งที่ยังไม่มีการประกาศเขตการเลือกตั้งใหม่ ยังไม่มีการกําหนดจํานวนหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลต่อการกําหนดจํานวนป้าย แต่ กกต.กลับให้ถือปฏิบัติตามเดิมไปพลางก่อนซึ่งขัดกับข้อเท็จจริง ที่สําคัญยิ่งคือ การบังคับใช้ในเรื่องนี้มิได้ถูกนํามาบังคับ กรณีที่มีการจัดทําป้ายต้อนรับรัฐมนตรีหรือป้ายประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาล โดยอ้างว่ามิใช่ป้ายหาเสียง ทั้งที่มีผลในการจูงใจให้เกิดความนิยม ทั้งต่อตัวรัฐมนตรีหรือพรรคการเมืองต้นสังกัด
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า 4.ในเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมือง เนื่องจากกรอบเวลาในการหาเสียง และกรอบเวลาในการคํานวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเป็นระยะเวลาที่นานมาก อย่างน้อย 225 วันหรือ 7 เดือนครึ่ง ทําให้ยากต่อการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกําหนดจํานวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งตามมาตรา 62 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 จะมีการกําหนดขึ้นภายหลังโดย กกต.ต้องหารือกับ พรรคการเมือง หากผู้ประสงค์จะสมัครและพรรคการเมืองได้ใช้จ่ายไปเกินจํานวนที่กําหนด จะมี ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายได้ จึงเห็นว่าการขยายเวลาการบังคับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปนี้ อาจมีปัญหาทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ทําให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้สมัครและพรรคการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นสําคัญที่ควรที่จะได้มีการทบทวนแก้ไข เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.
'ชัชชาติ' หนาว! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปล่อย 'อากง' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญ บีบเหลือร่างสีน้ำเงินฉบับเดียว!
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์การถอนชื่อ สส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
'พริษฐ์' จี้ภูมิใจไทยอธิบายให้ชัด หลังถอนชื่อร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย ทั้งที่เคยโหวตหนุน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยให้ สส.ถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า ตนทราบจากข่าว เ
'ปธ.โสภณ' ยันรับอยู่แล้ว คำร้องฝ่ายค้านยื่นสอบ ป.ป.ช. ปมศักดิ์สยาม
'โสภณ' ยันรับอยู่แล้ว ปมฝ่ายค้านยื่นร้องสอบ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ คดี 'ศักดิ์สยาม' ขอรอดูเนื้อหาก่อน แจงปมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน ชี้ประธานมีหน้าที่บรรจุวาระ
‘กล้าธรรม’ ถอนชื่อหนุนแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคำวินิจฉัยศาลฯ ปม สสร.
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมได้พิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ โดยเฉพาะใน

