1 ต.ค.2565 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้
ประเทศไทยไม่ได้ต้องการแค่นายกฯใหม่ แต่ต้องการระบอบการเมืองที่มีอนาคต
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ที่ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีซึ่งขึ้นสู่อำนาจผ่านการรัฐประหาร สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ต่อไปจนถึงปี 2568 ไม่เพียงสร้างความคับแค้นใจให้กับประชาชนจำนวนมากในประเทศนี้เท่านั้น แต่มีราคาอันแสนแพงที่สังคมไทยต้องจ่าย จากการที่พลเอกประยุทธ์ได้ไปต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงองค์กรอิสระ และระบบตุลาการทั้งองคาพยพ ต้องเผชิญวิกฤตศรัทธาจากประชาชน ถูกมองเป็นเครื่องมือรับใช้ระบอบรัฐประหาร แทนที่จะเป็นสถาบันหลักของชาติ ผดุงหลักนิติรัฐ
อนาคตเศรษฐกิจไทยยังต้องไปต่อแบบไร้ทิศทาง ไร้นวัตกรรม เพราะขาดผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการออกนโยบายที่จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศ
ความหวังของประชาชนในสังคม ถูกทุบทำลายลงอีกครั้ง เกิดสภาพความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง ว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่ความก้าวหน้า จะไม่สามารถเป็นจริงได้ในอนาคตอันใกล้
พลเอกประยุทธ์เอง ก็มีราคาที่ต้องจ่าย ผมถือว่าครั้งนี้ความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ ถูกใช้จนหมดหน้าตัก แม้แต่ผู้ที่เคยสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เองจำนวนไม่น้อย ก็ยังกังขาว่าคำวินิจฉัยครั้งนี้ถูกต้องตามหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ คสช. เขียนขึ้นมาเองหรือไม่
ทั้งหมดนี้ อาจทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกสิ้นหวัง และยิ่งไม่มั่นใจว่าต่อให้ประเทศมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มีรัฐบาลชุดใหม่ การเมืองไทยจะยังตกอยู่ภายใต้วังวนเดิมของระบบการเมืองที่คณะรัฐประหารได้วางกับดักไว้อีกหรือไม่
วันนี้เราเห็นแล้วว่า เครือข่ายของขุนศึก ชนชั้นนำอนุรักษนิยม และกลุ่มนายทุนผูกขาด สามารถไปได้สุดทาง ทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาผลประโยชน์และสืบทอดอำนาจพวกพ้องเครือข่ายของตนเอง โดยไม่สนใจว่าจะต้องแลกมาด้วยอนาคตหรือความเจริญก้าวหน้าของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่สนใจว่าจะต้องแลกมาด้วยการระบบการเมืองที่ฉ้อฉล ไม่สนใจว่าจะต้องแลกมาด้วยการทำลายสถาบันตุลาการและกระบวนการยุติธรรม
ดังนั้น วันนี้ประเทศของเราจึงไม่ได้ต้องการแค่ผู้นำคนใหม่หรือรัฐบาลชุดใหม่ ผมขอให้พี่น้องประชาชนคิดไปให้ไกลกว่านั้น ลำพังเพียงการเปลี่ยนผู้นำไม่สามารถทำให้ประเทศรอดพ้นจากระบอบการเมืองที่กัดกินประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศได้
จุดเริ่มต้นคือการผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างโดยประชาชนให้ได้ เพื่อยุติกลไกสืบทอดอำนาจของระบอบรัฐประหาร และเดินหน้าสถาปนาหลักการประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ
แต่ที่ไกลกว่านั้น เราต้องการการเปลี่ยนแปลงระดับรากฐาน
เราต้องการยกเลิกรัฐราชการรวมศูนย์ ไปสู่ระบบการบริหารประเทศที่ก้าวหน้า มีประสิทธิภาพ และกระจายอำนาจไปสู่ประชาชนทั้งประเทศ เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของประเทศ
เราต้องการระบบรัฐสวัสดิการที่ถ้วนหน้าครบวงจร เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคง พร้อมที่จะเผชิญกับโลกยุคใหม่ที่ผันผวน
เราต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพดีอย่างเท่าเทียมกัน ปลดปล่อยศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน
เราต้องการระบบเศรษฐกิจที่ไม่ได้ผูกขาดอยู่ในมือของกลุ่มทุนใหญ่ แต่สร้างความเติบโตอย่างเป็นธรรม ก้าวหน้าทันโลก
เราต้องการระบบกฎหมายที่เสมอภาคเท่าเทียมกัน มุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและชีวิตทรัพย์สินของประชาชน
เราต้องการกองทัพที่อยู่ภายใต้พลเรือน ทันยุคทันสมัย
ทั้งหมดนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากเราไม่มีระบบการเมืองที่เป็นตัวแทนรับใช้ประชาชน 99% ไม่ใช่แค่คน 1% ที่อยู่บนยอดพีระมิด
ระบบการเมืองที่รับใช้คน 99% คือเป้าหมายสูงสุดของผมตั้งแต่เริ่มต้นทำงานการเมืองในนามพรรคอนาคตใหม่ และยังเป็นเป้าหมายของพวกเรามาจนถึงปัจจุบัน
จะสร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้าได้ ประชาชนทุกคนต้องร่วมกัน ไม่ใช่แค่เลือกผู้นำคนใหม่ แต่เดินหน้าเพิ่มความเปลี่ยนแปลงให้สังคมในทุกๆ วัน เพื่อสร้างระบบการเมืองแบบใหม่ที่จะทำให้ประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ ประกาศ 15 รายชื่อตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.
ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอ
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่
ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง
'กรวีร์' กระตุกปม 'สสร.' หวั่นซ้ำรอยประชามติ
“กรวีร์” มองปม สสร.ไม่อยากเห็นการเดินหน้าแก้รธน.แล้วโดนแพ้ฟาล์ว ชี้ความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยหวั่นซ้ำรอยประชามติ
'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้
พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%
กมธ.สว.-สส. เผยผลหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เลือกตั้ง 'สสร.' ได้ไม่ขัดคำวินิจฉัย
กมธ.สส.-สว. เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก่อนสรุปแนวทางว่า การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถดำเนินการได้ แต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

