อีสานโพล เลือกเพื่อไทย แต่อยากได้ 'หน่อย' เป็นนายกฯมากกว่า 'อุ๊งอิ๊ง'

11 ต.ค. 2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 3/2565 และคาดการณ์ไตรมาส 4/2565” ซึ่งผลสำรวจพบว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 3/2565 ( ก.ค. – ก.ย. 65) เท่ากับ 30.0 เต็ม100 อยู่ในระดับแย่ ส่งผลคะแนนผลงานรัฐบาลด้านเศรษฐกิจลดลงจาก 26.0 เป็น 24.3 และคาดว่าดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 4/2565 (ต.ค. – ธ.ค. 65) จะเท่ากับ 29.6 หรือจะยังอยู่ในระดับแย่เช่นเดียวกับไตรมาส 3/2565

รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล มข. กล่าวว่า จาการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนคนอีสานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นในระดับครัวเรือน จ่ากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป โดยได้มีการสอบถามเกี่ยวกับรายได้และทรัพย์สินครัวเรือน โอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ การหมุนเงิน เพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ และการซื้อของมูลค่าสูง และทำการประมวลผลเป็นดัชนี โดยจากผลสำรวจพบว่าดัชนีรายได้และทรัพย์สินครัวเรือนไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 31.6 หมายความว่า รายได้และทรัพย์สินครัวเรือนอีสาน อยู่ในระดับแย่ และใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 31.5

“ ดัชนีโอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 28.6 หมายความว่า โอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ในอีสาน อยู่ในระดับแย่ และดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อนเล็กน้อยซึ่งมีค่าดัชนี 27.5 ด้านดัชนีการหมุนเงินเพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 29.4 หมายความว่า การหมุนเงินเพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ของครัวเรือนอีสาน อยู่ในระดับแย่ และแย่กว่าไตรมาสก่อนเล็กน้อยซึ่งมีค่าดัชนี 30.3 ขณะที่ดัชนีการซื้อของมูลค่าสูงไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 30.4 หมายความว่า ความมั่นใจของครัวเรือนอีสานในการซื้อของมูลค่าสูง อยู่ในระดับแย่ และแย่กว่าไตรมาสก่อนเล็กน้อยซึ่งมีค่าดัชนี 30.8 ส่วนดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 30.0 หมายความว่า ภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานโดยรวม อยู่ในระดับแย่ อยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส 2/2565 ซึ่งมีค่าดัชนี 30.0 ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานคาดการณ์ไตรมาส 4/2565 เท่ากับ 29.5 หมายความว่า ภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานโดยรวม จะอยู่ในระดับแย่ และแย่ลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 ซึ่งมีค่าดัชนี 30.0”

หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล กล่าวต่ออีกว่า เมื่อให้กลุ่มตัวอย่างประเมินผลงานรัฐบาลด้านเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4/2565 พบว่า ได้คะแนน 24.2 เต็ม 100 ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 2/2565 ซึ่งดัชนีเท่ากับ 26.0 สอดคล้องกับผลงานโดยรวมของรัฐบาลในช่วงไตรมาส 3/2565 ได้คะแนน 22.1 ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 2/2565 ซึ่งดัชนีเท่ากับ 24.7 และเมื่อสอบถามต่อว่า “ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ท่านอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ”

พบว่า อันดับ 1 คือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 23.2 รองลงมา คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 21.7 ตามมาด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 19.7 ,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 11.7 ,นายอนุทิน ชาญวีรกุล ร้อยละ 8.8 ,คนอื่นๆ จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 6.8 คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ร้อยละ 2.5 }พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 2.4 ,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 1.5 และอื่นๆ ร้อยละ 1.8

“และคำถามสุดท้ายคือถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนนให้พรรคใดพบคนอีสานเลือกว่า อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 35.6 รองลงมาพรรคก้าวไกล ร้อยละ19.4 ตามมาด้วยพรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 16.6 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 13.1 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 9.0 พรคคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.2 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.0 และอื่นๆ ร้อยละ 1.1”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”