‘ชัยวุฒิ’ ไม่ตอบข้อเสนอ ‘ชลน่าน’ จับมือร่วม รบ. ต้องไร้ชื่อ ’บิ๊กตู่’ นายกฯ

‘ชัยวุฒิ’บอกเร็วไปหลัง ‘ชลน่าน’ ยื่นข้อเสนอร่วมรบ.ต้องไร้ชื่อกตู่ ยันทำโพลคะแนนนิยมนายกฯ-พปชร. ยังดี เผยเตรียมผู้สมัครส.ส.เกือบทุกเขตครบแล้ว

24 ต.ค.2565-นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยื่นเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลโดยยืนยันจะต้องไม่มีชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องอย่างนี้ยังตอบไม่ได้ และคิดว่าเรื่องนี้ยังเร็วไปที่จะพูดคุยในเรื่องของการจับมือร่วมรัฐบาล คงต้องรอเลือกตั้งก่อนแล้วดูเสียงส.ส. ในสภาฯ พร้อมกับดูบรรยากาศการเมืองและนโยบายของแต่ละพรรคด้วย

“โดยหลักการของ พปชร. เน้นการทำงานเพื่อประชาชนอยู่แล้ว และจะทำตามนโยบายต่างๆที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเรื่องอะไรที่สร้างปัญหาให้กับประชาชน และสร้างความแตกแยกเราจะไม่เอาด้วยอยู่แล้ว ตรงนี้ถือเป็นนโยบายหลักของเรา ส่วนที่ว่าจะไปผูกพัน กับใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ ผมคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะคุยกันในตอนนี้”

ถามว่า ตามเงื่อนไขถือว่าเรารับได้หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่จะมารับหรือไม่รับ รอให้ถึงเวลาเลือกตั้งแล้วค่อยมาพูดคุยกันอีกทีจะดีกว่า แต่ถ้าเราเป็นพรรคใหญ่โอกาสที่จะมาจับมือร่วมรัฐบาลคงเป็นไปได้ยาก เพราะการเมืองต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุล

เมื่อถามว่าแสดงว่าตอนนี้พปชร.มั่นใจว่าจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ก็ต้องเป็นสิ”

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงส.ส.ย้ายพรรคกันจำนวนมากรวมถึงการดูดส.ส.เข้าร่วมจากพรรคต่างๆว่า เรื่องส.ส.ย้ายพรรคเป็นเรื่องธรรมดาของการเลือกตั้งทุกครั้ง จะมีการย้ายพรรคเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของนักการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนแต่สำหรับพรรคการเมือง เราเชื่อว่าจะมีคนใหม่เข้ามาเสริมอีกในหลายพื้นที่ วันนี้เกือบทุกเขตมีผู้สมัครครบหมดแล้ว ซึ่งบางที่ยังตัดสินใจไม่ได้เพราะมีผู้สมัครหลายคนที่ต้องเลือกคิดว่าจำนวนส.ส.ไม่ใช่ปัญหา คงไม่ได้น้อยกว่าเดิม แต่สำคัญที่สุดเราต้องพยายามทำแคมเปญเลือกตั้งออกหาเสียงและทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด โดยให้ส.ส.มีบทบาทในพื้นที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุดนี่คือสิ่งที่เราต้องทำต่อไป

ถามอีกว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความชัดเจนว่าจะอยู่พปชร.ต่อไปหรือไม่จะเป็นจุดอ่อนกับพปชร.หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่าอย่าใช้คำว่าไม่ชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ท่านเป็นแคนดิเดตนายกฯที่เสนอชื่อโดยพรรคพปชร. และวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีแคนดิเดตนายกฯ เป็นใครบ้างเรียนตรงๆว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะสรุปในตอนนี้ เพราะเรายังดูอยู่ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างในทางการเมือง และเมื่อถึงเวลาสมัครแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็สมัครพร้อมส.ส. ซึ่งยังมีเวลา ตนคิดว่าตอนนี้ก็เตรียมคนไปเรื่อยๆ

ถามย้ำว่าใกล้เลือกตั้งแล้วคิดว่ากระแสพปชร.ยังเหมือนเดิมหรือไม่ ในขณะที่ดูเหมือนจะมีปัญหาความแตกแยกภายใน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า อย่างที่ตนบอก มันไม่ได้มีความแตกแยกหรือทะเลาะกันถึงขั้นออกจากพรรค เพียงแต่การที่มีคนย้ายพรรคหรือเปลี่ยนพรรคถือเป็นเรื่องปกติทางการเมืองอาจจะเป็นเรื่องของพื้นที่หรือนโยบายบางอย่าง ที่เขาเห็นว่าเหมาะสม และอยากจะไปทำงานกับพรรคการเมืองอื่นซึ่งตน เห็นว่าไม่ใช่ความแตกแยก

“ส.ส.หนีตายจากพรรคอื่นมาอยู่กับเราก็มี ซึ่งแล้วแต่มุมมอง ทางการเมืองซึ่งแต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกันไป สุดท้ายอยู่ที่ประชาชนในตอนเลือกตั้งว่ามีความคิดอย่างไร ซึ่งจากการที่พรรคพปชร.ทำโพลสอบถามความคิดเห็นจากประชาชน หลายพื้นที่คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรี และของพปชร. ยังดีอยู่ ไม่ได้ตก เชื่อว่าแม้ส.ส.จะย้ายพรรคไป แต่คนก็ยังเลือกพปชร.เหมือนเดิม”

เมื่อถามว่าคิดว่าจุดขายของพรรคพปชร.ในตอนนี้คืออะไร นายชัยวุฒิกล่าวว่า จุดขายเราเป็นรัฐบาลเป็นพรรคที่มีความพร้อมในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและเป็นพรรคใหญ่ที่มีแรงสนับสนุนในการทำงานให้กับประชาชนได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่ และที่สำคัญเรามีผลงานหลายอย่างและนโยบายหลายอย่างสามารถนำไปหาเสียงได้ ซึ่งประชาชนยอมรับว่านี่คือผลงานของรัฐบาล และทำมาหลายเรื่องมากเพียงแต่ว่าช่วงนี้ยังไม่ได้ทำแคมเปญหาเสียงเต็มที่ เพราะยังติดเรื่องโควิด-19 น้ำท่วมและปัญหาต่างๆเยอะ จึงยังไม่อยากรณรงค์หาเสียงในตอนนี้ เน้นการทำงานไปก่อน

“เชื่อว่าสุดท้ายประชาชนจะเห็นผลงานของรัฐบาล เห็นความมั่นคงความสงบสุขความอยู่ดีกินดีของประชาชนที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องมองเทียบกับประเทศอื่นๆด้วยเรายังมีตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศในภูมิภาคนี้ เราไม่แพ้ใครทั้งเรื่องการท่องเที่ยวการฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจการลงทุนต่างๆ ดังนั้นอยากให้มองและให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะอย่าไปดูกระแสจากโซเชียลมีเดียมาก ซึ่งบางทีก็ปั่นมาจากต่างประเทศและจากผู้ไม่หวังดีก็เยอะ”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’

นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง

พรรครักชาติ สดุดีวีรชนทหารกล้า ฉะกลับ 'สม รังสี' เขมรรุกรานต้องชดใช้ค่าเสียหาย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.พรรครักชาติ ร่วมสดุดีและรำลึกถึงเหล่าวีรชนทหารกล้า โดยนำดอกเบญจมาศสีขาว ไหว้ตั้งจิตระลึกถึงคุณงามความดีที่เหล่าทหารกล้าเสียสละเพื่อชาติไทย ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ

วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่

นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ

ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื

‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’

ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง