
ส่อตก ส.ว.ค้านทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญวันเดียวกับเลือกตั้ง หวั่นประชาชนสับสน จวก ญัตติมาจากฝ่ายค้านหวังใช้เคลมหาเสียง
20 พ.ย.2565 – นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ กรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาญัตติของสภาฯ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ทำประชามติถามความเห็นประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า การทำประชามติตามกฎหมายประชามติเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ร่วมกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ คณะกรรมการกฤษฎีกา มองว่าประเด็นที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเสนอญัตติดังกล่าวพร้อมสนับสนุนให้ทำช่วงวันเดียวกับที่มีการเลือกตั้งนั้น ไม่เห็นด้วย การทำประชามติมี 2 ทาง คือ ก่อนเลือกตั้ง หรือ หลังการเลือกตั้ง หากทำในวันเดียวกับที่มีการเลือกตั้งจากประสบการณ์แล้วอาจทำให้ผู้มาใช้สิทธิสับสน และการตั้งคำถามประชามติ อาจทำให้ประชาชนสับสนได้
“มองว่าถึงเวลาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เพื่อลดความขัดแย้ง ผ่านการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่จะทำประชามติเมื่อใดขอให้เป็นเรื่องของผู้มีอำนาจโดยตรง ส่วนการลงมติในญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอนั้น ไม่อยากให้เป็นเรื่องการเมือง หรือให้พรรคใดพรรคหนึ่งใช้เป็นข้ออ้างในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ส.ว.ที่มีหน้าที่ลงมติสุดท้าย ส่วนตัวเห็นด้วยกับการทำประชามติ แต่ไม่อยากให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า การลงมติในญัตติดังกล่าวจะเป็นในทิศทางใด นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ต้องดูอีกครั้ง ไม่อยากให้เป็นข้ออ้างว่าเป็นผลงานของพรรคการเมือง และไปกระทบหน่วยงานอื่น ทั้งนี้เชื่อว่าการประชุมวุฒิสภาเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว จะมีการอภิปรายกันพอสมควรก่อนลงมติว่าจะไปในทางไหน”
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เปิดเผยว่า วันที่ 21 พฤศจิกายน เวลา 9.00 น. วิปวุฒิสภามีประชุม สำหรับการพิจารณาญัตติของสภาฯ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ทำประชามติถามความเห็นประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังไม่ทราบว่าจะให้ลงมติในวันที่พิจารณา คือวันที่ 21 พฤศจิกายน หรือตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษา เบื้องต้นยังไม่มีผู้ใดที่เสนอให้ตั้งกรรมาธิการ ดังนั้นขึ้นอยู่กับการอภิปรายของส.ว. โดยตามวาระคือเรื่องที่เสนอให้พิจารณาเท่านั้น
“กรณีที่มีผู้เสนอให้ทำประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส่วนตัวมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำของระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งในกฎหมายเลือกตั้งส.ส. และกฎหมายประชามติ อีกทั้งการทำประชามติเป็นคนละวัตถุประสงค์กับการเลือกตั้ง ส่วนจะมีผลต่อการเลือกตั้งส.ส.ที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันหรือไม่นั้น มองว่าเมื่อส.ส.โหวตเป็นเอกฉันท์ในญัตติดังกล่าวเท่ากับว่าทุกพรรคเห็นตรงกัน และไม่มีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน” นายคำนูณ ระบุ .
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’
นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง
ครม.ไฟเขียวแนวปฏิบัติเลือกตั้ง สส. ควบประชามติ
ครม.อนุมัติแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้ง สส.-แนวทางปฏิบัติในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ
‘ลูกชายเจ๊แดง’ หว่านนโยบายประชานิยม ขุด รถไฟ 20 บาท มาขายต่อ
ที่ตลาดวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรร
'สุไพรพล' ชูป้ายหาเสียงขนาดเล็ก แนวคิดประหยัด ไม่รบกวนประชาชน
สุไพรพล ชูป้ายหาเสียงขนาดเล็ก แนวคิดประหยัด ไม่รบกวนประชาชน พร้อมเสนอนโยบายใหม่พัฒนาบางพลัด–บางกอกน้อย
'เทพไท' วิเคราะห์เทคนิคการจัดลำดับ 'ปาร์ตี้ลิสต์' 5 พรรคใหญ่ สู้ศึกเลือกตั้ง
การจัดลำดับปาร์ตี้ลิสต์ในพรรคต่างๆ ซึ่งแต่ละพรรคมีสไตล์การจัดลำดับแตกต่างกันไป แต่ที่เห็นคล้ายคลึงกันคือ ในบัญชีลำดับท้ายของปาร์ตี้ลิสต์จะเห็นคนที่มีบทบาทและคนที่มีชื่อเสียงหลายคน
เปิดขั้นตอนหย่อนบัตร8ก.พ.69 บัตร3ใบเลือกตั้งพ่วงประชามติ
ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูกาลการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างเป็นทางการ โดยในครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่จะมีการเลือกตั้ง สส. พร้อมกับการทำประชามติหนึ่งเรื่องในวันเดียวกัน โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

