'พัชรินทร์' แจงทิ้ง พปชร. เข้าภูมิใจไทย ขอเลือกเดินตาม 'บี พุทธิพงษ์' ผู้มีพระคุณ

15 ธ.ค.2565 - น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดใจภายหลังยื่นลาออกจาก ส.ส. ว่า เมื่อถึงทางแยก ที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ การเดินทางบนเส้นทางการเมืองของตน นับตั้งแต่วันที่เริ่มเรียนรู้งานการเมือง จนกระทั่งถึงวันที่ก้าวสู่การเมืองอย่างจริงจัง ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กทม. เขต 2 ปทุมวัน บางรัก สาทร ตนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ ให้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามของพรรคพลังประชารัฐ
 
ซึ่งในวันที่ลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร ตนไม่ได้เป็นทายาททางการเมืองของใครในพื้นที่ กทม. เลย แต่ที่ตนมาในจุดนี้ได้ ต้องขอบพระคุณ "พี่บี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์" ที่เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานของตน และผลักดันให้ส้มเข้าสู่สนามเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562 ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งส.ส. ตนมั่นใจว่าได้ทุ่มเท และตั้งใจอย่างเต็มที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง ทั้งในสภา ในพื้นที่ รวมทั้งงานในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จนกระทั่งผู้ใหญ่ในพรรคเห็นถึงความตั้งใจทำงานจึงได้มอบโอกาส ในการรับหน้าที่ที่สำคัญของพรรค คือการเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ต้องกราบขอบพระคุณท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งผู้ใหญ่อีกหลาย ๆ ท่าน ที่ให้การสนับสนุน และเห็นถึงความตั้งใจในการทำงาน ไว้วางใจ และมอบหมายหน้าที่อันสำคัญนี้
 
เมื่อเวลาผ่านไป ในทางการเมืองมีเหตุการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมากมาย เป็นเหตุที่ทำให้ตนต้องทบทวน และตัดสินใจครั้งใหญ่ ซึ่งใช้เวลาอยู่นานมากที่จะตัดสินใจ... และสุดท้าย คือ การเลือกเดินต่อไปกับบุคคลที่มีพระคุณ (พี่บี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์) โดยตัดสินใจย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ คือ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบพระคุณพรรคภูมิใจไทย ที่ให้โอกาสอันสำคัญนี้ ให้ตนได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ ในการมีส่วนขับเคลื่อนนโยบายของคนกรุงเทพฯ โดยพรรคยึดมั่นว่า จะเป็นนโยบายที่ "พูดแล้วทำ" ซึ่งตรงกับอุดมการณ์ของตน คือ "พูดจริง ทำจริง จริงใจ" และตนมุ่งมั่นอย่างยิ่งว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นทางเลือกใหม่ ที่จะมาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ แม้ว่าที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2562 พรรคภูมิใจไทย จะไม่มี ส.ส.กรุงเทพฯ แต่ตนก็เห็นถึงความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทย ที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายหลายอย่างให้กับคนกรุงเทพฯ อย่างเต็มที่ เช่น การพลิกโฉมรถเมล์สาย 8 ให้เป็นรถเมล์ไฟฟ้า และที่สำคัญ พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่ยังคงยึดมั่นใน 3 สถาบันหลักของชาติ นั่นคือ "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" เช่นเดียวกับที่ตน ยึดมั่นเสมอมา ทำให้ตนตัดสินใจเดินเข้าสู่บ้านหลังนี้
 
ตนขอกราบขอบพระคุณท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ที่เมตตา ให้โอกาส สนับสนุน และให้คำแนะนำ ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ตนยังคงรัก และเคารพทุกท่านจากใจจริงเสมอ พร้อมติดแฮชแท็ก #ดรส้ม #กทมเขต2 #พูดจริงทำจริงจริงใจ #พูดแล้วทำ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส.ระนอง ชู 'คนละครึ่งพลัส-แลนด์บริดจ์' ยกระดับเศรษฐกิจพื้นที่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ระนอง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้การต้อนรับและขอถ่ายรูปตลอดเส้นทาง

พปชร. ชูนโยบายแก้จน เพิ่มวงเงินบัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า เป็น 700 บาทต่อเดือน

พปชร. ชูนโยบาย “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า” เพิ่มวงเงินเป็น 700 บาทต่อเดือน มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

'เอกนัฏ' ลุยช่วย 'เอก สายไหมต้องรอด' หาเสียง กทม. เชื่อตลาดเปิดรับภูมิใจไทยแล้ว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพพื้นที่ กทม. ลงพื้นเขต 11 สายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหม ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย หาเสียง และขึ้นเวทีปราศรัยย่อยเวทีแรก ของ  กทม.

ฝ่าย 'อนุรักษ์นิยม' เสียงแตก! ขวาจัดหนุน 'อนุทิน' ชนชั้นกลางหนุน 'อภิสิทธิ์'

ศึกการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการวิเคราะห์กันว่า เป็นการช่วงชิงระหว่าง2พรรคการเมือง เพื่อแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ซึ่งในขั้วของฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีความสับสน ไม่ต่างอะไรกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562

‘บิ๊กป้อม’ลงหลังเสือ ปิดฉาก‘ป.สุดท้าย’ทางการเมือง

การถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คือ การปิดฉากทางการเมืองของ ‘พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์’ แม้จะยังเป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ก็ตาม

‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’

ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง