“เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช. สอบ 6 ส.ส. บินดูงานเยอรมัน เงินมูลนิธิ สนับสนุน เข้าข่าย รับเงินเกิน 3,000 บาท ฝ่าฝืนจริยธรรม ยกเคส สมัย อดีตหัวหน้าเพื่อไทย เทียบเคียง
26 ธ.ค.2565 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า พบเห็นข้อมูลในเฟซบุ๊กของ ส.ส. พรรคก้าวไกล จำนวน 3 คน ที่ระบุสอดคล้องกันว่า ทั้ง 3 คน ในฐานะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เดินทางไปเยอรมันระหว่าง วันที่ 26 พ.ย. – 4 ธ.ค. 2565 โดยทางมูลนิธิฮันไซเดลประเทศไทยเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้น เมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าการเดินทางไปเยอรมันครั้งนี้ มี ส.ส. จำนวน 6 คน จาก 4 พรรค คือ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย
นายเรืองไกร กล่าวว่า ช่วงเวลาที่เดินทาง มีการงดประชุมคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว แต่ก็ยังมีการประชุมรัฐสภา และประชุมสภาผู้แทนราษฎร การเดินทางดังกล่าว มูลนิธิมูลนิธิฮันไซเดลประเทศไทยเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด กรณี จึงมีประเด็นที่ควรตรวจสอบว่า การบินไปดูงานเยอรมัน โดยใช้เงินมูลนิธิดังกล่าวนั้น เข้าข่ายเป็นการรับประโยชน์เกิน 3,000 บาทหรือไม่ และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯหรือไม่ ในเฟซบุ๊กของทั้ง 6 คน ได้ลงข้อความพร้อมรูปภาพ ทั้งในขณะที่ดูงาน ทานอาหาร ดื่มเบียร์ นั่งรถไฟ และถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆไว้ด้วย พร้อมอธิบายความไว้เป็นระยะๆ และบางคนยังระบุด้วยว่า ได้ติดตามการประชุมสภาฯ ที่ประเทศไทยด้วย
นายเรืองไกรกล่าวว่า ข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่ตรวจพบ จึงมีเหตุต้องร้องขอให้ป.ป.ช. ตรวจสอบ กรณีการบินไปดูงานเยอรมัน โดยใช้เงินมูลนิธิฯ ดังกล่าวนั้น เข้าข่ายเป็นการรับประโยชน์เกิน3000บาท หรือไม่ และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ เช่น ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 หรือไม่ เรื่องนี้คล้ายกับกรณีที่ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิด นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทยกับพวก กรณีรับตั๋วเครื่องบินเกิน 3,000บาท
ในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ ได้ส่งหนังสือพร้อมเอกสารประกอบ และอ้างอิงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไปว่า ส.ส. ทั้ง 6 คน เข้าข่ายรับประโยชน์เกิน 3,000 บาท หรือไม่ และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 หรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว
ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว
ป.ป.ช. ชี้มูล นายก อบต.ทุ่ม จ.ศรีสะเกษ กับพวก เรียกรับผลประโยชน์แลกต่อสัญญาจ้าง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวกเรียก รับ ผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายรายเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
อดีตผู้พิพากษา ชี้สอบ ป.ป.ช. 'คดีศักดิ์สยาม' บททดสอบนิติรัฐไทย
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ระบุการเข้าชื่อร้องสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” คือบททดสอบสำคัญของหลักนิติรัฐไทย ตั้งคำถามต่อมติ ป.ป.ช. ที่สวนทางคำวินิจฉัยศ
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เทวฤทธิ์' อดีต สส. ร่ำรวยผิดปกติ 37 ล้าน
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เทวฤทธิ์' อดีต สส. ร่ำรวยผิดปกติ แต่เสียชีวิตแล้ว ให้บังคับเอาทรัพย์สินจากกองมรดกแทน

