
‘ป.ป.ช.-ส.ว.-ส.ส.’ จับมือทำ MOU สานต่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ‘ชวน’ ชี้ต้องร่วมกันต้านคอร์รัปชัน เหตุโกงกินระบาดไปทั่ว
9 ม.ค. 2566 – ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.00 น. มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. กับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นการลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ ฉบับที่ 2 ต่อจากบันทึกข้อตกลง ฉบับที่ 1 ซึ่งได้สิ้นสุด การดำเนินการเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 อันส่งผลให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้รับผลการประเมินคะแนนคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ระดับ AA ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่ได้รับคะแนนการประเมินในระดับสูงของประเทศไทย
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในสาระสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1.เพื่อส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ และประสานให้เกิดการเสริมสร้างทัศนคติ ค่านิยม ในความซื่อสัตย์สุจริต ให้กับบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร 2.เพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริตในกลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ข้าราชการรัฐสภาสามัญ พนักงานราชการและลูกจ้างในสังกัดสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้มีกระบวนการ เสริมสร้างบทบาทในการเฝ้าระวัง และมีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ
3.เพื่อส่งเสริม พัฒนา และขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา ได้นำแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ซาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 4.เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้มีการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง หรือกฎหมายอื่น ให้เกิดความโปร่งใส่ในการดำเนินงานภายในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ 5.เพื่อสนับสนุนให้มีการจัดการพัฒนาและเสริมสร้างค่านิยม รวมทั้งปลูกฝังทัศนคติในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตแก่เครือข่ายภาคประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นเครือข่ายของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ นายชวน กล่าวมอบนโยบายว่า ที่ผ่านมาถือว่าสภาฯ มีการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสของสภาฯ ทำให้มีการปรับคะแนนดีขึ้น ซึ่งที่นี่ก็เป็นความสนใจของหน่วยงานบางหน่วยงานที่อยากเข้ามาศึกษาว่าทำได้อย่างไร ซึ่งคะแนนที่ได้รับก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้เสมอไป ต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารของและหน่วยงานนั้นๆ การร่วมมือกันครั้งนี้ก็เป็นการเน้นย้ำกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเรื่องโกงกินต้องยอมรับว่าขณะนี้ระบาดไปทั่ว
ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อาสาเป็นองค์กรต้นแบบตั้งแต่ปี 2563 จึงเป็นผลให้ทั้งสองสำนักงานได้คะแนนคุณธรรมและความโปร่งใสสูง และนำมาสู่การดำเนินงานต่อในปีนี้ตามวัตถุประสงค์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
งามหน้า! สภาหมื่นล้านฝ้าเพดานโรงอาหารพังถล่ม
ฝ้าเพดานโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่ม ทับชุดโต๊ะเก้าอี้เสียหายหนัก โชคดีเป็นช่วงวันหยุดไม่มีคนใช้งาน เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบโครงสร้าง หวั่น หากเป็นวันทำการปกติ ข้าราชการ นักการเมือง สส. และ สว. เสี่ยงบาดเจ็บหมู่
‘ชวน’แฉหนี้บุญคุณทำพัง
“ชวน” เตือนองค์กรอิสระ จะให้ประวัติซ้ำรอยหรือ ชี้หนี้บุญคุณที่นักการเมืองทำไว้ ทำให้องค์กรเหล่านี้ลังเลใจ ลำบากใจ เพราะครั้นจะไม่ปฏิบัติตามก็ถูกกดดัน แฉการเมืองส่งคนตัวเองเข้าแทรกแซงหมด
'ชวน' แฉการเมืองยึดองค์กรอิสระน่าตกใจ เตือนอย่าใช้ชาติคืนหนี้บุญคุณ!
“ชวน” ชี้องค์กรอิสระเกิดมาเพื่อเสริมระบบตรวจสอบ แต่การเมืองเข้าแทรกแซงรุนแรง เตือนอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
14กย.มีเรื่องสุดช็อก ‘ศุภชัย’โต้ฟ้อง229ฮั้วสว.ผลไม้พิษล้มภท.-สภาไฟเขียวงบฯ70
ฉลุย! มติสภาไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.งบ 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 3 เห็นด้วย 338 เสียง
'ชวน' เตือน กมธ. อย่าปล่อยให้บ้านเมืองมีปัญหา ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขงบประมาณ
“ชวน” กรีด “มหาดไทย” ผลงานฉาวโฉ่โกงสอบท้องถิ่น ชี้ปรับลดงบไม่มีประโยชน์ ถ้าคนใช้ขาดประสิทธิภาพ หวังกมธ.ไม่ดูดายหวั่นบ้านเมืองมีปัญหา ยก “สนธิ” ยังรับไม่ไหวต้องประกาศชุมนุมทวงคืนประเทศ
สภาเปิดฉากงบ 70 วาระ 2 'เอกนิติ' ยันปรับลด 1.1 หมื่นล้าน เหมาะสถานการณ์
สภาฯ เริ่มถกงบ 70 วาระ 2 'เอกนิติ' ยันปรับลด 11,162 ล้าน สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน-ดำเนินการได้จริง-คุ้มค่า มุ่งประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน

