รทสช.เริ่มลุย! ลงพื้นที่คุยแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์-ประธานกลุ่มลำไย 3 จังหวัดภาคเหนือ

'พีระพันธุ์' นำคณะพบปะแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ -ประธานกลุ่มลำไยจาก 3 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมหารือแก้ปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่

12 ม.ค.2566 - ที่โรงแรมมายโฮเต็ล ซีเอ็มวายเค แอท รัชดา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รวมทั้ง ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ และคณะ ได้พบปะพูดคุยและรับฟังปัญหาจากแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ (ชาวไทยภูเขา) นำโดยนายชินกร ก้าววิทยาคม นายกสมาคมลัวะแห่งประเทศไทย พร้อมแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ภาคเหนือเข้าร่วมหารือครั้งนี้

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า หลังจากการพูดคุยหารือกับกลุ่มแกนนำชาติพันธุ์ทราบว่าปัญหาของคนชาติพันธุ์มี 4 เรื่อง คือ 1.เรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน มีความขัดแย้งกันระหว่างกฎหมายกับสภาพป่าตามข้อเท็จจริง คือ ป่าสิ้นสภาพแล้ว แต่กฎหมายยังใช้อำนาจโดยสภาพป่ากรณีจังหวัดเลย มีสภาพเป็นทุ่งหญ้า แต่ปรากฏในกฎหมายว่าเป็นเขตป่า นอกจากนี้ในพื้นที่เดียวกันมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นต้น 2.เรื่องกฎหมายต่างๆ ที่แบ่งแยกคนออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น หมายเลขบัตรประชาชนที่ขึ้นต้นด้วยเลข 8 ซึ่งส่งผลต่อการใช้สิทธิด้านต่างๆ ต้องได้รับการแก้ไข 3.เรื่องการเข้าถึงสิทธิการบริการของรัฐต้องทั่วถึงและเป็นธรรม และ 4.เรื่องการเดินทางต่างประเทศเพื่อการทำมาหากิน ควรมีระเบียบ กฎหมายที่เอื้อต่อข้อเท็จจริงตามสภาพของแต่ละบุคคล

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า จากข้อปัญหาเหล่านี้ จึงควรมีกฎหมายว่าด้วยการทำมาหากินในพื้นที่สูง ที่ครอบคลุมกฎหมายต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อสภาพการใช้ชีวิตคนบนดอย ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ในการนี้ควรมีกองทุนฉุกเฉินเพื่อให้ผู้ยากไร้กู้ยืมเงิน อีกทั้งบริการตามสภาพปัญหาของแต่ละคนด้วย เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจให้กู้เป็นเงินก้อนแล้วทยอยจ่ายคืนเป็นรายเดือน โดยการหักหนี้คืนในระบบการจ่ายเงินสวัสดิการฯเป็นต้น

ด้านนายเอกนัฏ กล่าวว่า พรรค รทสช.เน้นเรื่องการธำรงรักษาเสาหลักของชาติ คือสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตามสโลแกนพรรคว่าสู้กับทุกปัญหา พึ่งพาได้ทุกเรื่องให้ประเทศต้องเดินต่อได้

ดร.หิมาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้นำข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ แจ้งให้ทางพรรคทราบ โดยเฉพาะเรื่องความเป็นธรรมและความเท่าเทียมของคนไทยทุกคน ซึ่งแต่ก่อนนี้กลุ่มชาติพันธุ์ถูกมองว่า เป็นผู้บุกรุกผู้ทำลายป่า จากการทำมาหากิน ไม่ว่าการปลูกฝิ่น การอพยพ จนทำให้เกิดเป็นประเด็นและปัญหาเกี่ยวกับความมั่งคง จนถูกเลือกปฏิบัติ ที่ไม่เป็นธรรม จากปัญหาดังกล่าว ในปัจจุบันยังพบว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ยังขาดสิทธิการเข้าถึงโอกาสการบริการของรัฐ เช่น การทำมาหากินในเขตป่าสงวน หรืออุทยานแห่งชาติ เป็นต้น

จากนั้น นายพีระพันธุ์ นายเอกนัฏ และ ดร.หิมาลัย พร้อมคณะ ได้พบปะพูดคุยรับฟังปัญหาจากประธานกลุ่มลำไยจาก 3 จังหวัดภาคเหนือ นำโดย จ.ส.ต.นิกร บุญชัย ประธานกลุ่มลำไย จังหวัดเชียงราย นายประจวบ ทาก๊า ประธานกลุ่มลำไยแปลงใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์สนั่น มีสอน ประธานกลุ่มลำไย จังหวัดลำพูน และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ เข้าร่วมหารือ โดยประเด็นสำคัญ เรื่องการเยียวยาและเรื่องประกันรายได้ รวมทั้งปัญหาลำไยตกต่ำ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ภาคเหนือได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนในเรื่องดังกล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากได้พูดคุย และทราบปัญหาต่างๆ ของแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ (ชาวไทยภูเขา) พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาระยะยาวและยั่งยืน รวมทั้งได้พูดคุยกับประธานกลุ่มลำไยจาก 3 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่มรอบบิลสิงหาคมนี้! ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท

'เอกนัฏ' ผ่าตัดใหญ่โครงสร้างค่าไฟทั้งระบบ หั่น 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท 23 ล้านครัวเรือน เริ่มรอบบิล ส.ค. นี้ กพช.ไฟเขียวแยกประเภทผู้ใช้ไฟ ส่วนค่าไฟทางสาธารณะให้เอาออกจากค่าไฟฐานลดภาระ ปชช.

'เสธ.หิ' สะกิดตำรวจใช้ดุลพินิจ คดีจับทหารพรานกลับจาก 3 จว.ชายแดนใต้ พกพาอาวุธปืน

การจับกุมทหารพรานในข้อหาพกพาอาวุธที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยหนึ่งซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัย

'พีระพันธุ์' จี้รื้อโครงสร้างค่าไฟ ประชาชนโดนกำไร 2 เด้ง พ่วงค่าพร้อมจ่าย เฉียดล้านล้านบาท

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเปิดประเด็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนขนมชั้นที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่หลายชั้น และสุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชน