14 ม.ค.2566 - นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราชและรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดตัวนโยบาย ของพรรคประชาธิปัตย์ ซีซั่น 1 ซึ่งส่วนใหญ่เน้นเรื่องเกษตรกรรมและการประมง รวมทั้งหมด 8 นโยบาย ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานนี้ (13 มกราคม) ว่า ขณะนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ ได้เริ่มมีการทยอยเปิดตัวนโยบายไปแล้ว หลังจากที่มีกระแสเรียกร้องจากประชาชนและผู้ติดตามการเมือง อยากจะทราบว่า นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะใช้ในการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ มีอะไรนอกเหนือจากโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่ได้มีการกล่าวย้ำจนเป็นที่จดจำของคนทั้งประเทศ
นายชัยชนะ กล่าวว่าการเปิดนโยบายของพรรคฯ ซีซั่น 1 ที่มุ่งเน้นเรื่องการเกษตรและการประมงนั้น เนื่องจาก 2 อาชีพที่กล่าวมา มีประชาชนจำนวน 1 ใน 4 ของประเทศประกอบอาชีพดังกล่าวอยู่ และยังจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างต่อเนื่องครบวงจร เช่น การต่อยอดนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เพราะเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในแง่ความพึงพอใจของเกษตรกร การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องที่เรียกง่ายๆว่า น้อยแต่มาก และในแง่ของเศรษฐกิจสังคมที่ทำให้เกษตรกรมีกำลังซื้อมากขึ้น นโยบายชาวนารับ 30,000 บาทต่อครัวเรือนนั้น ถึงแม้ว่ายังไม่ทราบว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร แต่ตนคาดว่า น่าจะเป็นหลักประกันสำหรับการดูแลช่วยเหลือเกี่ยวกับการปลูกข้าวแบบครบวงจร ตั้งแต่การหว่าน การปักชำ การป้องกันศัตรูพืช จนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต และส่งขายไปยังชุมชนและต่างประเทศ
สำหรับนโยบายนมโรงเรียนฟรี 365 วันนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโคนม ที่มีผลผลิตราว 1.5 ล้านตันในแต่ละปีแล้ว ยังเกี่ยวพันกับนโยบายการสร้างคนของพรรคที่ทำกันมาอย่างยาวนาน โดยการจัดสรรนมโรงเรียน 365 วันนั้น จะเป็นการจัดสรรอย่างถ้วนหน้า เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาสมองอย่างเท่าเทียมกัน เพราะตระหนักดีว่า การเรียนรู้ในโลกยุคปัจจุบันที่มีเครื่องมือในหาความรู้อย่างรวดเร็วฉับไว และมีการเปลี่ยนแปลงแบบวินาทีต่อวินาที
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายเรื่องประมงนั้น ตนเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคแรกที่มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการประมง เนื่องจากมีจำนวนประชากรที่ทำอาชีพประมงทั่วประเทศราวๆ 3 – 4 ล้านคน และมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขมากมาย แต่แทบทุกพรรคต่างไม่มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประมงโดยตรง ทั้งๆ ที่การประมงเป็นอีกอาชีพได้ทำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล รวมทั้ง พี่น้องชาวประมงได้ร้องเรียนว่ามีความเดือดร้อนเนื่องจากกติกาที่จะต้องปฏิบัติตามกฎของ IUU ที่เคร่งครัดมากเกินไป
ดังนั้น จึงมีนโยบายที่สร้างสมดุลเพื่อให้อยู่ภายใต้ IUU โดยชาวประมงจะไม่เดือดร้อนเกินควร และจะมีการอุดหนุนกลุ่มประมงท้องถิ่น กลุ่มละ 100,000 บาทต่อปี เพื่อสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานราก
ส่วนในเรื่องของที่ดินทำกิน เนื่องจากยังพบปัญหาเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์และสิทธิทำกินและที่อยู่อาศัย ทำให้ประชาชนหลายๆ คนสูญเสียสิทธิบางประการที่สำคัญ อันเนื่องมาจากการที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ หรือมีสิทธิที่ไม่สามารถยกเป็นข้อต่อสู้กับผู้อื่นได้ ดังนั้น หากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับโอกาสจากประชาชนให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะดำเนินการออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาของพี่น้องที่ไม่มีที่ดินทำกิน อยู่ในที่รกร้างว่างเปล่า และการออกกรรมสิทธิ์ทำกินในที่ดินในที่ที่หน่วยงานรัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยจะมีการพูดถึงรายละเอียดการดำเนินการตามนโยบายอีกครั้ง เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่มีผลต่อประชาชนในวงกว้าง
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า และการสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน ด้วยนโยบายธนาคารหมู่บ้าน และชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาททั้งประเทศ โดยจะมีการแถลงให้ทราบถึงการดำเนินนโยบายดังกล่าว แต่ยืนยันได้ว่า มีข้อแตกต่างจากนโยบายที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในอดีตอย่างแน่นอน
“การเริ่มต้นเปิดตัวนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ 8 ข้อ โดยเน้นหนักไปที่เรื่องที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศ คือ การเกษตร ที่ดินทำกิน การประมง และความเข้มแข็งของชุมชนนั้น ถือเป็นการจัดลำดับความสำคัญของพรรคฯ ในการเริ่มต้นรณรงค์หาเสียง และเป็นภารกิจเร่งด่วนหากได้รับโอกาสเข้าไปทำงานเป็นรัฐบาล ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปแล้ว ก็มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี และมีประชาชนเข้ามาสอบถามเข้ามามากมาย
ผมยืนยันว่า ทุกนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ได้คิดออกมานั้น จะมีการแสดงถึงแหล่งที่มาของเงินงบประมาณในการทำนโยบายแต่ละข้อ และอธิบายถึงผลจากการทำนโยบายอย่างละเอียด ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) ได้กำหนดเป็นระเบียบที่ทุกพรรคจะต้องปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ผมขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า ทุกนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดตัวไปแล้ว และกำลังจะเปิดตัวเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาเหมาะสมนั้น ยืนยันได้ว่า ‘ประชาธิปัตย์ ทำได้ไว ทำได้จริง ไม่ทิ้งภาระให้ประชาชน’ อย่างแน่นอน” รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปชป.' กรีดเลือดฟ้า การเมืองเพื่อประชาชน
หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ "พรรคประชาธิปัตย์" หลังการคัมแบ็กกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้งของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
วิเวียน จุลมนต์ ยังบลัดพรรคสีฟ้า ในศึกหนักสนามเลือกตั้ง กทม. ประชาธิปัตย์ จะกลับมาอีกครั้ง
ด้วยความที่สนามเลือกตั้ง "กรุงเทพมหานคร" เป็นสนามเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุด มี สส.เขตมากที่สุดคือ 33 คน และมีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งร่วมห้าล้านกว่าคน ทำให้หลายพรรคการเมืองต่างต้องการชัยชนะ
รัฐบาลปีม้าหนี'ทุนสีเทา'ไม่พ้น วัดใจ'พลังเงียบ'ชี้ชะตาประเทศ
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า
ด้อยค่าทหารหลอนพรรคส้ม
พรรคการเมืองหาเสียงคึกคัก “อนุทิน” ลงระนองชู “แลนด์บริดจ์-การท่องเที่ยว” ส่วน “ณัฐพงษ์” ไปขอนแก่นเจอ “ม.112-ด้อยค่าทหาร” หลอน แม่ค้าไล่พ้นตลาด
ปชป.รุกหนัก ทวงคืนเก้าอี้ สส.กทม. 'การดี-สกลธี' ลุยหาเสียง ชูนโยบายแก้ปัญหาปากท้องคนกรุง
ปชป.รุกหนัก ทวงคืนเก้าอี้ สส.กทม. "การดี" แคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วย "สกลธี” เดินหน้าลุยหาเสียง ชูนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องคนกรุง “ไทยหายจน”
'นายกอุ๊ ปชป.' ชิง สส.เขต 1 อยุธยา ชูประสบการณ์ท้องถิ่นสู่สภา ผลักดันแก้น้ำท่วมยั่งยืน
นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงปฐมบทเส้นทางการเมืองของตนเองว่า จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากฐานอำนาจหรือเครือข่ายทางการเมือง หากแต่มาจากการลงมือทำจริงในระดับท้องถิ่น จากวันที่ตัดสินใจลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช

